บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

Moon Forge

บันทึก Fact logs พิสูจน์ไอเดีย — Forging ideas, not forgery opinions!
  • Santuary's caretaker plan มี 5 บทความ
  • Biohacking Log บันทึกเกี่ยวกับการทดลองทำ biohacking เน้นเก็บข้อมูลในแต่ละเดือน แล้วบรรยายไม่เกิน 5 บรรทัดมี 4 บทความ
  • 2026-06-01June 2026: 6min zone4 with IF 16/8:Overreaching, HRV, Focus
  • 2026-05-06The Life Monolith: 6min-Zone4 trial with morning eating
  • 🏔️ The Deep valley's Schedule

    Sat
    Break down, Build up
    Sun
    Deep Recovery
    Mon
    Flow
    Tue
    Flow
    Wed
    Idea floating
    Thu
    Flow
    Fri
    Flow
    4x4 Norwegian training
    *Overreaching: limit only zone4 HR
    Pull up
    Do house work
    1hr zone2
    6min zone4 (edge)
    6min zone4 (edge)
    1hr zone2
    6min zone4 (edge)
    6min zone4 (edge)

    IF16/8 + Eat some meat
    (52kg goal)

    Fasting 40 hrs
    Weight > 49kg
    8 precepts of Buddhism

    IF21/3

    IF21/3

    IF21/3

    IF21/3
    IF21/3
    TimeWork day (Mon-Fri) IF 21/3📌 All day Fasting (Sun) 40 hrWeekend (Sat) IF 12/12
    2
    Prep meal
    (Beans 160g + 9eggs) /
    eye exercise (pencil push up x20) / Exercise
    eye exercise (pencil push up x20) / Prep salt water (1/2tsp salt) / ExercisePrep meal
    (Beans 160g + 9eggs) /
    eye exercise (pencil push up x20) / Exercise
    3(exercise) / Meditation(exercise) / Meditation / Take salt / shower (exercise) / Meditation
    4eat 100g berry + yoghurt + nutto + 1 cheese + 2tbsp butter + coconut milk + 2 tbsp olive oil
    + 🚨 Emergency / ♥️ Free Major block

    🌈 Silent Flow Block rotation
    eat 100g berry + yoghurt + nutto + 1 cheese + 2tbsp butter + coconut milk + 2 tbsp olive oil
    + 🚨 Emergency / ♥️ Free Major block
    5eat Beans + 3 Eggs
    + 🌷 Minor blocks
    shower

    🌈 Silent Flow Block rotation
    eat 6 Eggs
    + 🌷 Minor blocks
    shower
    6eat Beans + 3 Eggs
    + 🌈 Silent Flow Block rotation
    🌈 Silent Flow Block rotationeat 6 Eggs
    + 🌈 Silent Flow Block rotation
    7🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation
    8going to work🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation
    9[hobby] dentistrydhamma
    dhamma
    10[hobby] dentistrybuy some groceries / refill petrol, check tires
    buy some groceries / refill petrol, check tires
    11🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation
    12🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation 🌈 Silent Flow Block rotation
    13[hobby] dentistry🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation
    14[hobby] dentistry🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation
    15🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation🌈 Silent Flow Block rotation
    16🌈 Silent Flow Block rotation
    ☀️20min Solar recharging (Traveling under sunlight for Serotonin)
    🌈 Silent Flow Block rotation
    ☀️20min Solar recharging (Traveling under sunlight for Serotonin)
    🌈 Silent Flow Block rotation
    ☀️20min Solar recharging (Traveling under sunlight for Serotonin)
    17🌕 Quiet Moonlit ritual
    shower /
    eye exercise (1: pencil push up 10min, 2: isometric exercise 10min)/
    MoonForge - life logging
    talk with mom /
    meditation
    🌕 Quiet Moonlit ritual
    shower /
    eye exercise (1: pencil push up 10min, 2: isometric exercise 10min)/
    MoonForge - life logging
    talk with mom /
    meditation
    🌕 Quiet Moonlit ritual
    shower /
    eye exercise (1: pencil push up 10min, 2: isometric exercise 10min)/
    MoonForge - life logging
    talk with mom /
    meditation
    18🌷 Loud Wild Free Ideas (life and idea management)
    or 📖 Read physical book
    🌷 Loud Wild Free Ideas (life and idea management)
    or 📖 Read physical book
    🌷 Loud Wild Free Ideas (life and idea management)
    or 📖 Read physical book
    19(If any) : 🌷 Loud Wild Free Ideas
    sleep earlier, get up earlier
    (If any) : 🌷 Loud Wild Free Ideas
    sleep earlier, get up earlier
    (If any) : 🌷 Loud Wild Free Ideas
    sleep earlier, get up earlier

    New Trial - Too hard, too fragile esp. Prolonged fasting day

    Sat
    Deep Recovery + Life management
    Sun
    Build up
    Mon
    Idea floating
    Tue
    Flow
    Wed
    Flow
    Thu
    Flow
    Fri
    Flow
    Do house work
    1hr zone2
    4x4 Norwegian training
    *Overreaching: limit only zone4 HR
    Pull up
    1hr zone2
    6min zone4 (edge)
    6min zone4 (edge)
    6min zone4 (edge)
    6min zone4 (edge)

    Fasting 40 hrs
    Weight > 49kg
    8 precepts of Buddhism

    IF12/12 + Eat some meat
    (52kg goal)

    IF12/12

    IF16/8

    IF16/8

    IF16/8
    IF16/8

    Description

    Biohacking aspect

    • Exercise

      • For Hyperfocus&flow state: 6min zone4 (with 10min zone2 warm up)

        เป็นการวิ่ง jogging เน้นเร็วชิลๆ อย่างต่อเนื่อง ให้อัตราการเต้นหัวใจ(heart rate)ขึ้นไปถึง zone4 และแช่ไว้ในโซน รวมเป็นเวลา 6นาที(ตั้งแต่ออกตัวจนวิ่งเสร็จ) แต่ห้ามเค้นพลัง ห้ามพยายามฝืน (เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและเกิด sympathetic overdrive จนเกิดการหลั่ง cortisol มากกว่าปกติ ซึ่งจะล้าและอักเสบแทนที่จะได้ประโยชน์จาก BDNF อย่างเต็มที่)
        หลังวิ่งจะทำให้ได้สมาธิในการจดจ่อลึกมาก เกิด flow state และ Hyperfocus ซึ่งจะทำให้สามารถดึงศักยภาพสมองออกมาใช้งานได้สูงสุด เหมาะกับการวิ่งทุกวันก่อนไปทำงาน จะทำงานได้ดีขึ้นมาก
        แนะนำให้ใช้ลมหายใจเป็นเกณฑ์ คือ วิ่งให้เร็วพอที่จะหายใจลึก (แบบที่บังคับตัวเองให้หายใจเบาไม่ได้)
        • การวิ่ง zone4 เพียง 6 นาที เพียงพอที่จะทำให้ได้ lactate, BDNF, dopamine, epinephrine โดยที่ไม่ก่อให้เกิด การบาดเจ็บหรือล้าสะสม ทำให้ยังวิ่งได้ทุกวัน (การวิ่งแบบอื่นๆ แม้จะได้ BDNF มากกว่านิดหน่อย แต่วื่งไม่ได้ทุกวัน การพัฒนาสมองโดยรวมก็จัดว่าน้อยกว่า) เหมาะกับวันไหนที่ต้องเรียนหนังสือ ใช้สมอง หรือ ทำงานที่ต้องใช้การจดจ่อสูงๆ
        • โดยส่วนตัวไม่ได้ทำ HIIT แบบวิ่ง zone 4 สลับเดินอย่างละ 90 วินาที x6 รอบ เพราะ โดยส่วนตัว ทำแล้วสมาธิหลุดง่าย นั่งสมาธิและอ่านหนังสือไม่ได้นาน อาจเป็น เพราะ ลักษณะการออกกำลังกาย เป็นการกระตุ้นสมองแค่ 90วิ แล้วพัก ซ้ำไปเรื่อยๆ ทำให้สมองชินกับระยะเวลาดังกล่าว และไม่ชินกับการจดจ่อต่อเนื่องนานๆ
        • ข้อจำกัด แม้ว่าจะไม่หนัก จนสามารถวิ่งติดกัน 5 วันได้ โดยที่ยังช่วยให้จดจ่อกับการทำงานได้ดีมาก(flow state) แต่นานๆไปจะเริ่มรู้สึกเนือยๆ แม้ยังจดจ่อได้ดีแต่สมองเริ่มไม่ตื่นตัว ไม่ค่อยใช้ความคิด ที่ดีกว่า คือ วิ่งแบบนี้ 2 วันแล้ว สลับพักด้วยการวิ่ง 1hr-zone2 1 วัน ไปเรื่อยๆ การมีวันพักคั่นจะช่วยให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟู และกลับมาอย่างสดชื่น จนสามารถจดจ่อและใช้ความคิดได้ดีกว่า
          • ให้สังเกตตัวเองว่า ถ้าช่วงไหนวิ่ง 6min zone4 ไปหลายๆวันติดต่อกันแล้ว แม้จะยังโฟกัสกับงานหลักได้ดีมาก(flowstate ยังดี) แต่ถ้าการเรียนรู้อื่นๆเริ่มลดน้อยลง รู้สึกไม่ค่อยสดชื่น(lack of motivation) รู้สึกเนือยๆไม่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่(lack of curiosity) ไม่อยากอ่านหนังสือ อ่านได้น้อยลง(สมองไม่อยากประมวลผลสิ่งใหม่ๆ) แสดงว่าสมองเริ่มล้านิดๆแล้ว(CNS fatigue) ให้เปลี่ยนมาวิ่ง 1hr zone2 คั่นในอีกวันได้เลย ผลต่อการโฟกัสจะยังดีอยู่ และจะเพิ่มความสดชื่นของสมอง ให้กลับมาอ่านหนังสือได้ดีดังเดิม
      • For BDNF, VO2max, and Brain growth & cognitive endurance: Norwegian 4x4 protocol(HIIT)

        เป็นการวิ่งเร็วสุดกำลัง(zone4-5) เป็นเวลา 4 นาที สลับพัก 3 นาที ทำ 4 รอบ สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อเพิ่ม BDNF, VO2max, Cognitive endurance เกิดการสร้างแตกแขนงใยประสาทเพิ่มเติมและสร้างเซลล์ประสาทใหม่ (Neuroplasticity&Neurogenesis) ช่วยให้เรียนรู้ทักษะใหม่ได้ไวขึ้น อ่านหนังสือได้ทนทาน ใช้ความคิดยากๆได้ทนทาน และ สมรรถภาพร่างกายและสมองสูงขึ้น
        • ข้อจำกัด แต่เป็นการออกกำลังกายที่หนักมาก จนล้าไปทั้งตัว และอาจเกิด CNS fatigue จึงไม่เหมาะกับวันที่ต้องการจดจ่อ หรือ โฟกัสสูงๆ แต่จะเหมาะกับวันหยุด ที่เราไม่ต้องทำงาน ทำให้ใส่สุดแรงได้ และห้ามทำเกินสัปดาห์ละ 2 วัน
      • For Idea production, active recovery, and Brain refreshing: 1hr Zone2

        เป็นการวิ่งโดยให้อัตราการเต้นหัวใจแช่อยู่ใน zone2 นาน45-60นาที ซึ่งเป็นzone ที่ร่างกายดึงไขมัน(Fat)มาใช้เป็นพลังงานได้สูงสุด จัดว่าเป็นการออกกำลังกายเบา(ทำได้ทุกวัน)
        โดยมีประโยชน์คือ จะกระตุ้น Mitochondrial biogenesis(สร้างอวัยวะในเซลล์ที่ช่วยจัดการพลังงาน), Vasculogenesis(สร้างหลอดเลือดฝอยเพิ่มในอวัยวะต่างๆ รวมทั้งหัวใจและสมอง), สมองเข้า Default mode network(DMN ซึ่งเป็นโหมดคิดล่องลอยแบบไม่เจาะจง ทำให้เกิดการเชื่อมโยงไอเดียใหม่) และช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อและชะล้างของเสียจากการออกกำลังกายหนักได้เร็วขึ้น
        • ข้อจำกัด ช่วยเพิ่ม BDNF ไม่มากเท่าวิ่งหนัก(zone4 / 4x4 HIIT) แต่โดดเด่นเรื่องการฟื้นฟู จึงใช้เป็นการวิ่งในวันพัก(Active recovery) คั่นหลังจากที่วิ่งหนักมาในวันก่อนหน้า
        • วันไหนที่อดข้ามวัน 40 ชม ให้วิ่ง zone2 1 ชม เพื่อช่วยเร่งการสลายไขมัน เพื่อเข้าสู่ภาวะ ketosis เร็วขึ้น(ลด Metabolic switching gap หรือความอ่อนเพลีย ในระหว่างที่ร่างกายเปลี่ยนการใช้พลังงานจาก glucose เป็น ketone) โดยไม่ทำให้เกิดความเครียดต่อร่างกาย แบบ zone4
          • ในวันนี้อาจฟุ้งซ่านและจดจ่อยาก(Idea floating day) เป็นปกติของการ Fasting ในช่วงต้น หากเราพยายามฝึกควบคุมตนเอง จะช่วยฝึกวินัยให้สมอง ทำให้วันปกติ เรายิ่งควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
    • รับแดด ตอนเย็น เพื่อเพิ่ม serotonin ช่วยให้อารมณ์ดี ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมือนยากล่อมประสาทตามธรรมชาติ และเป็นการรับ Near-infrared light ตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้น Mitochondria, Immune, และ เพิ่มสมาธิได้ด้วย

    • กินวันละมื้อ ภายในช่วง 6 ชม IF 18/6 อดข้ามวัน 40 ชม 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้เกิด Intermittent metabolic switching ซึ่งเป็นกระบวนการสร้าง สลับซ่อมแซม ดีต่อสุขภาพสมองและชะลอวัย

      • รายการอาหารหลักมีดังนี้
        • กินของหมักมื้อแรก nutto, cheese(ถ้ามี), yogurt, berry(สารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก - ซื้อแบบแช่แข็งในห้าง lotus ไม่แพง), butter(pure, not blend) มีกรดไขมันสายสั้นช่วยลดการอักเสบที่ผนังลำไส้
        • กินธัญพืช ถั่วเหลือง + ธัญพืช/ถั่วอื่นๆผสมหลากหลาย รวม 120g(น้ำหนักแห้ง), ไข่ 6 ฟอง ต้มในหม้ออัดความดัน ทำทีเดียว กินทีเดียว ล้างทีเดียว ประหยัดเวลาชีวิต, ประหยัดเงิน และ สารอาหารครบถ้วน
          • ต้มธัญพืช ใส่น้ำแค่พอปริ่มๆ อย่าใส่เยอะกว่านี้ เพราะ ถ้าถั่วพองมากเกินไปจะแน่น และย่อยยาก กินพื้นที่กระเพาะอึดอัดทั้งวัน การต้มในหม้ออัดความดันแม้จะใส่น้ำน้อย ก็ยังคงนิ่มกว่าต้มในหม้อปกติและใส่น้ำเยอะๆ
        • อาจเพิ่มไขมันดีจาก กะทิ(มี MCT เหมือน ketone ที่สมองเอาไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที), extravirgin olive oil(ต้านการอักเสบ) ช่วยเพิ่ม calories ได้ด้วย
      • AI แนะนำให้กินมื้อใหญ่หลังออกกำลังกาย เพื่อเลียนแบบพฤติกรรม "Hunter-Gatherer" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด สมองจะได้รับสัญญาณว่า "เราล่าสำเร็จและมีทรัพยากรเหลือเฟือ" จึงยอมลงทุนสร้างโครงข่ายประสาท (Neuronal Wiring) และกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
    • อดข้ามวัน 42 ชม + ถือศีล8 (ในวันเสาร์)

      • จำเป็นต้องทำ ทุกสัปดาห์​โดยไม่สนน้ำหนักมากนัก เพราะ ประโยชน์ที่ได้รับ มีมากกว่า ข้อเสีย (โดยส่วนตัว >49 kg ก็พอแล้ว) เรื่องน้ำหนักตัว ให้ไปเน้นกินเพิ่มในอีกวัน
      • อดข้ามวัน + ถือศีล8 เป็นการทำ Deep recovery ฟื้นฟูร่างกายและสมองในระดับลึก เหมาะกับการทำในวันหยุดสบายๆ ที่ไม่ต้องมีความเร่งรีบ หรือเจอความท้าทาย เพราะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีแรง หรืออ่อนเพลีย
        • ถือศีล 8 ช่วยกำหนดกรอบชีวิตให้เรียบง่าย โดยการงดสิ่งบันเทิง-สิ่งเร้ากระตุ้นอารมณ์ ช่วย reset dopamine baseline และ ลดการเสพติดในสิ่งต่างๆได้ เราจะเป็นผู้อยู่เหนือสิ่งล่อใจทั้งหลายได้ รวมถึงการโฟกัสกับการทำงานในวันอื่นๆที่ตามมาจะดีขึ้นด้วย
        • หลังอด ตื่นมาสมองจะแจ่มใสมาก ผิวพรรณละเอียดขึ้น เหมือนได้ร่างกายใหม่ และ Mental health ก็ดีขึ้นด้วย
      • วิ่ง 4x4 ก่อนสิ้นสุดการอด (ในวันอาทิตย์)
        • วิ่งเท่าที่วิ่งได้ จำกัดไว้ที่ zone4 ไม่ต้องไปถึง zone5 เพื่อป้องกันภาวะ overreaching
        • ก่อนวิ่ง ต้องดื่มน้ำ 1 แก้ว(500cc) ผสมเกลือ 1/4 ช้อนชา ถ้าเกลือแร่ไม่เพียงพอ จะวิ่งได้ไม่เต็มที่ ความดันตก เพราะ ในระหว่างอดอาหาร ร่างกายมีการสูญเสียเกลือแร่และน้ำไปมาก
        • AI การฝืนวิ่งหนัก ในสภาวะขาดแคลนพลังงาน จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายมีการปรับตัวอย่างรุนแรง? ทั้ง Autophagy, Mitochondria biogenesis, BDNF surge
        • แต่ทั้งนี้ต้องรีบเติมสารอาหารทันทีหลังวิ่ง ไม่อย่างนั้นจะเกิดการสลายกล้ามเนื้อแทน รวมถึงอาจเกิด Cortisol สูงลอยจนสมองเสื่อมถอย(แทนที่จะได้ประโยชน์จาก BDNF)
          • ในวันนี้ทั้งวัน ให้กินได้ทั้งวันอย่างเต็มที่ได้เลย(IF 12/12) เพราะ ร่างกายที่เพิ่งผ่านการอดอาหารและออกกำลังกายหนัก จะดูดซึมสารอาหารไปสร้างระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้ดีเป็นพิเศษ ดังนั้น พยายามกินให้ได้มากๆ ถึงมากที่สุด
    • ก่อนนอน ไม่ให้ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดใดๆ เพียงแค่ active/passive rest เบาๆเท่านั้น

    Deep work & study

    ฝึกกล้ามเนื้อตา ให้อ่านหนังสือ/ทำงานใช้สายตาได้ดีขึ้น
    • ฝึกกล้ามเนื้อตา
      • ทุกวัน ตอนเช้า: ทำ pencil push up 20 ครั้ง (ก่อนทำงานที่ต้องใช้สายตา, อ่านหนังสือ) เป็นการ warm up กล้ามเนื้อตาทุกส่วน ทั้งเลนส์ตา ม่านตา กล้ามเนื้อกรอกตา และ ระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อเหล่านี้ ให้ทำงานได้สัมพันธ์กันอย่างละเอียด ไม่ผิดพลาด พร้อมสำหรับการใช้ ทำงานที่ต้องใช้สายตาและ อ่านหนังสือ กล้ามเนื้อตาคนเราไม่ใช่เครื่องจักร ต้องเตรียมมันก่อนใช้งาน จึงจะใช้ได้ดี เหมือนนักกีฬา ที่ต้องวอร์มกล้ามเนื้อและระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อนั้นๆก่อน จึงจะลงแข่งได้ดี
      • ทุกวัน ก่อนนอน: ฝึกกล้ามเนื้อตา มี 2 แบบ ทำคนละวัน สลับกันไป ทำ 10 นาที
        • pencil push up จ้องปลายปากกาค้างไว้ ถือให้สุดแขน และค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ ระหว่างตาทั้งสอง ให้สุดระยะเท่าที่ภาพยังคมชัด แล้วค่อยๆเลื่อนออกไปจนสุด แล้วเริ่มใหม่ ทำ 10 นาที วันเว้นวัน
          • การฝึกนี้เป็นการ ฝึก ระบบประสาท ให้ควบคุมกล้ามเนื้อตาได้ละเอียด โฟกัสได้แม่นยำมากขึ้นๆ(การโฟกัสที่ชัด ไหลลื่น ลดภาระการประมวลผลของสมอง ทำให้อ่านหนังสือเข้าใจได้เร็วขึ้น)
        • ฝึกแบบ isometric training จ้องปลายปากกาค้างไว้นิ่งๆ ไม่ต้องขยับไปไหน ที่ระยะใกล้สุด ระหว่างตาทั้งสอง เท่าที่ภาพยังคมชัด ทำ 10 นาที(แบ่งเป็นรอบย่อย 5 นาที x 2 รอบ) วันเว้นวัน(สลับกับ pencil push up) ไม่ทำตอนเช้า เพราะ ตาจะล้าจนทำงานไม่ได้
          • การฝึกนี้เป็นการ ฝึก กล้ามเนื้อตา ให้แข็งแรง ทนทานมากขึ้นๆ(มากพอที่จะอ่านหนังสือได้ทั้งวัน)
    Path ≫ 00-the-horizon/03-biohacking/eye-muscle-practice
    อ่านหนังสือแบบ The 2-Hour Block Rotations for Deep Work

    ก่อนหน้านี้ อ่านหนังสือแบบ fixed schedule ทั้งเวลาและวิชาที่อ่าน ผลคือ ทำไปเรื่อยๆ จะเริ่มเบื่อ เริ่มมีการแอบอู้ แอบเอาเวลาในช่วงนั้นไปทำอย่างอื่น ทั้งๆที่เคยเป็นเนื้อหาที่เราชอบ เลยคิดว่าจะลองเปลี่ยนวิธีใหม่

    กลยุทธ์ การฝึกแบบหมุนวน(The five 2-hour block rotations for deep work)

    กำหนดสิ่งที่จะฝึก 3-5 อย่าง โดยในแต่ละอย่าง ใช้ระบบ block เวลา 2 ชม.(ใช้นาฬิกาข้อมือ) ทำเรียงตามคิว วนไปเรื่อยๆจนครบรอบ จะทำกี่ block ต่อวันก็ได้ตามเวลาที่สะดวกในวันนั้น (แต่จะไม่มีการทำ block เดิมซ้ำ) เมื่อทำจนครบรอบรายการที่จะฝึก ก็ค่อยวนกลับมาไล่ทำใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่ควรมีการฝึกหมุนวนเกิน 5 อย่างในแต่ละช่วง ถ้ามีสิ่งที่จะฝึกมากกว่านี้ ให้ทดไว้ในคิวรอ เมื่อฝึกรายการใดเสร็จสิ้น ก็เอารายการอื่นที่รออยู่ในคิวมาฝึกต่อ วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ

    • ไม่ควรมีคิวที่จะฝึกมากกว่า 3-5 อย่าง ในช่วงเวลาเดียวกัน ถ้ามากกว่านี้ความสำคัญแต่ละอย่างจะลดลง แต่ถ้าน้อยเกินไปจะเบื่อจำเจ ถ้าเกินกว่านี้ให้เก็บเป็น list รอคิวไว้ ถ้าฝึกอันไหนในคิวเสร็จ ก็ค่อยเพิ่มเข้าไป
    • กำหนดเวลาทำแต่ละรอบ activity เป็น 2 ชม. ไม่มากไม่น้อยกว่านี้ เพราะ deep focus จะเกิดหลังผ่านไป 23 นาที(หนังสือ deep work บอกไว้) ถ้า 1ชม จะสั้นไป ถ้าเกิน 2 ชม. จะเริ่มล้า
    • หมดเวลาแล้วจบ ไม่มีการต่อเวลา ไม่พะวงถึงอีก หากอ่านได้ไม่ดี ให้เก็บความรู้สึกผิดไปแก้ตัว หรือ หากสนุก เก็บความสนุกให้ไปทำต่อในครั้งถัดไป
    • ยึดลำดับคิวถาวร วนไปเรื่อยๆ เพื่อให้แต่ละคิวมีระยะห่างการวนซ้ำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ มีระยะให้แขนงประสาทส่วนที่เกี่ยวข้องกับแต่ละงาน ได้พักและถูกกระตุ้นตามรอบ อย่างเหมาะสม เป็นการกระจายงานให้แต่ละส่วนของสมองอย่างสม่ำเสมอและเท่าเทียม ทำให้ยืนระยะการฝึกได้ยาวนานโดยไม่ล้าหรือเบลอ
      • ไม่ลัดคิวหรือสลับคิวตามความรู้สึก เพราะ ความรู้สึกเชื่อถือไม่ได้ สิ่งที่เราอยากอ่าน อาจเป็นสิ่งที่สมองเริ่มล้าและอิ่มตัวกับมันแล้ว สิ่งที่เราไม่อยากอ่าน อาจเป็นสิ่งที่สมองยังสามารถบรรจุเพิ่มได้อยู่
    • หากเวลาในชีวิตมีน้อยมาก จนทำให้กว่าจะจบคิวฝึกแต่ละรอบ เกิดความล่าช้ายืดออกไปจนเลยสัปดาห์กว่าจะจบ​ ให้ลดจำนวนคิวลง เพราะ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของสมองในการต่อเนื้อหาโดยไม่ลืม คือ 2-3 วัน(ตามหลักการ spaced repetition)
    • ไม่มีการทำ block เดิมซ้ำ จนกว่าจะเริ่มรอบใหม่ การวนสลับหลากหลาย ทำให้สมองยังตื่นตัวรับข้อมูลใหม่ได้เสมอ ไม่ซ้ำจำเจจนอ่านได้น้อยลง หรือใช้งานสมองส่วนเดิมซ้ำๆจนล้า ทำให้ยืนระยะอ่านได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพกว่า
      • การวนอ่าน/ทำสิ่งที่น่าเบื่อ 5 อย่าง อย่างละ 2 ชม. อาจตื่นตัวและอ่านได้ดีกว่า การอ่าน/ทำในสิ่งที่เราชอบ แต่ทำอย่างเดียวจนครบ 10 ชม ซึ่งอาจหมดความกระตือรือร้น หรือสมองล้าจนรู้สึกเนือยๆ ประสิทธิภาพลดลง หลังจากผ่านไปตั้งแต่ 2 ชม แรก
      • ต่อให้เราจมดิ่งกับอะไรจริงๆ(flow state/dopamine rush) และดูเหมือนจะอยู่กับมันได้ทั้งวัน แต่หากผ่านไปนานกว่า 2 ชม สมองส่วนนั้นอาจล้า และ ไม่ได้ประสิทธิภาพอย่างที่คิด เหมือนเราใช้สมองส่วนนั้นๆเยอะ อย่างน้อยๆสารสื่อประสาทจะเริ่มไม่สมดุล(Glutamate มากขึ้น) ประสิทธิภาพการประมวลผลจะลดลง เป็นข้อจำกัดในธรรมชาติที่ฝืนไม่ได้ ไม่ต่างกับกล้ามเนื้อที่ใช้จนล้า

    ** ทั้งนี้ ถ้าจะเริ่มเปลี่ยนมาอ่านหนังสือจริงจัง ให้งด social media ตลอดชีวิต ให้ได้ก่อนนะครับ
    ** ระยะเวลา 2 ชม. เราคิดเอาเองนะ ไม่มีงานวิจัยรับรอง แต่เราสังเกตตัวเองแล้วพบว่า มันเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะที่สุด(นานกว่านี้จะล้า เริ่มเบลอ) และน่าจะใช้ได้กับทุกคน ทั้งนี้แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ควรสังเกตตัวเอง และทดสอบด้วยตัวเองครับ
    ** อย่าอ่านใต้แสงไฟที่กระพริบ

    เพิ่มเติม

    • สัดส่วนของสิ่งที่จะฝึกในชีวิต อาจแบ่งเป็น 3 หมวด
      • For work: เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ
      • For life: เกี่ยวข้องกับความฝันในอนาคต
        • ชีวิตจะสมบูรณ์แบบ ถ้า for work และ for life กลายเป็นอันเดียวกัน
      • For skill: เกี่ยวข้องกับทักษะที่ยังขาดหายไป
    • หากว่ามีสิ่งสำคัญที่อยากมุ่งเน้น(มักเป็นสิ่งที่อยากทำ เพื่อเติมเต็มความฝัน[for life] มากกว่าจะศึกษาไปเรื่อย) อาจเพิ่มเป็น 🏛️ Prime block ที่จะทำ 2 ชม.แรก ทุกวัน ส่วนเวลาที่เหลือจะแบ่งเป็น Major และ Minor block rotation ดังนี้
      • Prime block มีวิชาเดียว(มักเป็นสิ่งที่จะเรียน เพื่อเติมเต็มความฝัน - For life) ทำวัน 1 block 2 ชม ทำทุกวัน
      • Major block rotations ทำวิชาหลัก 3-4อย่าง วนไป(For work, life, skill) ตามเวลาที่มี
      • Major block rotations วิชาเพื่อเป็นความรู้รอบตัว(อ่านข่าว Reuters, งานวิจัยใหม่ๆ Nature, Podcast) ไม่ต้องอาศัยความต่อเนื่องหรือใช้สมาธิมากแต่อย่างใด ทำตอนกินข้าว ไม่เกิน 2 ชม ต่อวัน
      • สรุป: พบว่า จริงๆการกลับไป block rotation ล้วนๆเหมือนเดิมจะดีกว่า(ไม่ต้องมี prime block) เพราะ ทำให้ไม่เบื่อ ใช้เวลาได้คุ้มค่าที่สุด ดีกว่าพยายามเน้นอันใดอันหนึ่งจนเริ่มเบื่อ ติดค้างไม่ไปไหนจนเสียเวลาไปเปล่ามากกว่า(Stagnation)

    Path ≫ 01-deep-valley/reading-2hr-block-rotation

    • อ่านแบบ Block rotation สลับวิชาละ 2 ชม ช่วยให้คงความตื่นตัวและการจดจ่ออย่างเต็มที่ได้ตลอดวัน โดยการสลับวิชา ทำให้กลุ่มแขนงเซลล์ประสาทในสมองที่รับภาระในเรื่องนั้นๆได้พัก และ สลับไปใช้สมองส่วนอื่นๆ ที่ยังไม่ล้าต่อได้ ในวิชาถัดๆไป โดยส่วนตัวพบว่า 2 ชมเป็นเวลาที่มากที่สุดในแต่ละ Block ที่จะสามารถจดจ่อได้เข้มข้น ต่อเนื่อง หากมากกว่านี้ สมองจะเริ่มล้ากับเรื่องนั้นๆ ยื้อต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์
      • Major block rotation ควรทำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด หากมีการหยุดไป 2-3 วัน การกลับมาอ่านต่อ จะเริ่มได้ยากมาก และอาจต้องใช้เวลาถึง 1.5 ชม(ในทุกวิชา)กว่าจะต่อเนื้อหาเดิมติด ซึ่งจะกินเวลาและพลังงานสมองมาก(เสียแรงและเวลาฟรีไป 1 รอบการอ่านแบบ rotation)
        • เหมือนกับว่า สมองลืมวิธีการ handle ข้อมูลชุดนั้นๆไป ทั้งๆที่เคยอ่าน จนรู้วิธีการจัดการข้อมูลนั้นๆจนชำนาญแล้ว
        • ดังนั้น การอ่านวนแบบต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยไม่มีอะไรมาคั่นจนต้องเว้นไปหลายวัน จะดีที่สุด
      • ส่วน Minor block rotation เอาไว้พักผ่อน เป็น 🌷Active rest วันละ 1 ชม. (การพักก็สำคัญ​ และ เป็นส่วนสำคัญของ productivity)
        • ไอเดียก็สำคัญ หากมี ideas ระหว่างวันให้จดไว้ก่อน(ไม่งั้นจะขวางสมาธิในการทำ Block rotation) แล้วเอามาทำในช่วงเดียวกับ Active rest ได้ เป็นช่วง 🌷Loud Wild Free Ideas (แต่หากไม่มีไอเดียก็ ทำ Active rest ไปตามปกติ)

    Routine aspect

    • พยายามเอา High friction activities(กิจกรรมที่เรารู้สึกฝืนใจ) มารวมกัน แล้วทำให้เสร็จทีเดียวในช่วงแรกของวัน และ ไล่ตามความยากลงไปเรื่อยๆ จนถึงกิจกรรมที่ทำได้ง่ายที่สุดหรือชอบทำที่สุด(พักผ่อน)ในช่วงท้ายของวัน อย่าเอากิจกรรมที่ชอบหรือทำได้ง่ายมาทำก่อน โดยเฉพาะ กิจกรรมความบันเทิง เพราะ จะผลาญ dopamine อันมีค่า จนไม่เหลือพอให้ทำกิจกรรมที่สำคัญและเป็นสาระ
    • ถ้ามีไอเดีย ให้บันทึกแยกตามหมวดหมู่ได้ทันที เพียงแต่ ในกรณีที่อ่านหนังสืออยู่ ถ้าเป็นไปได้ให้จบแต่ละ Block rotation ก่อน
    • Morning (2 AM - Noon): Silent Sanctuary (Pseudo-Sleep Focus) - เป้าหมาย 2 Block Rotations.
    • Mid-afternoon(3PM-5PM): Active rest (Stuff R&D / Exploration).
    • Late afternoon (5 PM - 7 PM): Cool Down (No new input / Preparation for sleep).

    Dopamine aspect

    • งด Social media อย่างเด็ดขาด การเข้าไปดู social ที่มีเนื้อหาแปลกใหม่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่เราเปิด มันเป็นกลไกแบบเดียวกับตู้สล๊อต ที่จะทำให้เราเกิดการลุ้นว่า ทุกครั้งที่เปิดจะมีอะไรใหม่ๆมาให้ดู และเสพติด(กลไก dopamine reward พัง) จนว่างเมื่อไหร่ ก็จะเข้าไปดูทุก 10 นาที(ระบบสมาธิพัง) แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่มีสาระในนั้น แต่วงจรสมาธิและ dopamine ของเรา ถูกทำลายไปแล้ว เพราะ สมาธิในธรรมชาติของมนุษย์เรา ใช้เวลา 22 นาทีจึงจะจดจ่อลึก(deep focus) ถ้าเราต้องหยิบมือถือมาดูทุก 10 นาที เราจะไม่สามารถจดจ่ออย่างลึกซึ้งกับอะไรได้จริงเลย
      • สมาธิของเรา มันใช้สร้างสรรค์สิ่งมีค่า ได้มากกว่ากันอย่างประเมินไม่ได้ ตัวอย่างง่ายๆ คือ เนื้อหาสาระใน social ผ่านไป 1 สัปดาห์เรานึกออกไหมว่าเราแชร์อะไรไว้? นั่นแหละเราลืมไปแล้วสินะ!? แต่การอ่านหนังสือสักเล่มจนจบด้วยตัวเอง ความรู้และวิธีการคิดเหล่านั้นจะติดตัวเราไปยังจำและนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต อะไรมันจะคุ้มกว่ากัน?
      • กระทั่งการเข้าไปดูแค่ แว๊บเดียว หรือแค่วันละครั้ง ก็สามารถทำให้เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบ ที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง ว่าเราไม่เก่งอย่างนั้นอย่างนี้ คนอื่นเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆที่ทุกคนก็มีด้านที่ถนัดและไม่ถนัด โดยเฉพาะ หากเรากำลังอยู่ในระหว่างฝึกฝนและไปได้ดีอยู่ สิ่งเหล่านี้ จะอันตรายต่อสมาธิของเราอย่างมาก เพราะ มันคือตะกอนที่ทำให้ความคิดของเรา ขุ่นข้องไม่ใสสะอาด เกิดความวิตกกังวล(anxiety) ชีวิตไม่สงบ ไม่สามารถโฟกัสกับการพัฒนาตนเอง หรือทำกิจที่สมควรทำได้

    แนวคิดการจัดตารางชีวิต

    • สามารถปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ เหมือนบริษัทที่ต้องคอย optimized ปรับโครงสร้างองค์กร เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม รูปแบบการทำงาน เพื่อให้เกิด productivity สูงสุด และ มีความสมดุล ยืดหยุ่น ไม่ burnout โดยใช้ความรู้ในศาสตร์ต่างๆหลายแขนง(เท่าที่จะนึกได้) ทั้ง Biohacking, psychology, exercise, etc.

    Log ไอเดียปรับเปลี่ยน

    เปลี่ยนมากินตอนเย็น ก่อนนอน 1 ชม

    • ย้ายเวลากินอาหารมาเป็นกลางวัน+ตอนเย็น ที่ไม่ต้องใช้สมองแล้ว เพราะ ถ้าเอาไปทับกับเวลาที่ทำ Major block จะรบกวนสมาธิอย่างมาก
      • โดยส่วนตัวพบว่าตอนกินข้าว ทำ Minor block ร่วมไปด้วยได้ดีมาก เพราะ ไม่ต้องใช้การโฟกัสสูงๆเหมือน major block ระหว่างเคี้ยวข้าว ตักข้าว ก็ปรับปรุง blog ไปด้วย ไอเดียแล่นสุดๆ ดีกว่าตอนตั้งใจทำ Minor block จริงๆจังๆเสียอีก
      • ยังคงออกกำลังกายก่อน และอ่านหนังสือ(Major block) ในตอนเช้าเหมือนเดิม เพราะ ออกกำลังกายช่วยให้อ่านหนังสือได้ดีกว่า การอ่านโดยไม่ออกกำลังกายก่อน(มีงานวิจัย)
      • แต่ยอมนอนดึกขึ้น และ ตัดเวลา ให้ตื่นช้าลง 1 ชม เป็นนอน 20.00-3.00น ซึ่งทำให้เวลาในการทำ Major block ในตอนเช้าลดลง 1 ชม โดยส่วนตัวมองว่าคุ้ม เพราะ พอตัดการกินตอนเช้าออกไป ทำให้สมาธิโฟกัสได้อย่างเต็มที่ อ่านได้แบบคุณภาพเต็มร้อย ได้ผลลัพธ์การทำ Major blocks ที่สุดยอดกว่า
      • แต่ปัญหาคือ ถ้ากินดึกแล้วนอนเลย การนอนจะแย่มาก ซึ่งส่งผลเสียในระยะยาวมากกว่า ทั้งต่อสมองและสุขภาพ ไปจนถึงการทำงานระยะยาว
        • อาจแบ่งกินอาหารตอนเที่ยง(ไข่ต้ม 6 ฟอง) ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระการกินก่อนนอนลง
    • ประโยชน์ของการจัดตารางชีวิตคือ พอเห็นเวลาที่แน่นอน ทั้งเรียน ทำงาน พักผ่อน บันเทิง-เล่น สงบ ก็รู้ว่า เรามีเวลาสำหรับอะไรบ้าง และยอมสิโรราบ ทำตามแต่โดยดี ไม่เล่นจนเลยเวลา เพราะรู้ว่า วันอื่นยังมี ถ้าเลยเวลา อย่างอื่นในชีวิตจะพัง

    2026-05-07 19:26

    • ตอนกินเช้า จะยังมีปัญหาคือ ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ จะทำ minor block ก็เสียดายเวลาช่วง prime time ที่ควรเอามาฝึกฝน mojor block
      • แต่การกินอาหาร หลังออกกำลังกายหนัก เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ Neurological growth เพราะ กระบวนการสร้างเพิ่มต้องการสารอาหารและพลังงาน ส่วนการกระตุ้น คือการอด(ขาดแคลนอาหาร)และ ออกกำลังกาย(ขาดแคลนพลังงาน)
      • แต่จะทำอะไรระหว่างกินดีนะ?
        • ดูการ์ตูน
        • ทำ Life&Idea management บันทึก log ต่างๆระหว่างกิน
        • ทำ minor block
        • ไม่ทำอะไร(กินเงียบๆ 2 ชม เสียสละเวลาเท่า 1 major block) เพื่อเสริม dopamine reserve และ สะสมพลังสมาธิ เอาไว้โฟกัส กับการทำ Major block ที่เหลือในวันนั้น และทำงาน ซึ่งอาจจะดีกว่าการพยายามยัดเยียดสิ่งบันเทิงเข้ามาในตอนเช้า จนระบบพังเพราะใจเตลิดถึงสิ่งบันเทิงทั้งวัน(ผลจาก dopamine baseline ต่ำลง)
    • กิจกรรมอะไรดีนะ ที่จะทำก่อนนอน ที่ทำให้ไม่เพลินจนเลยเวลานอน = Major block?
      • แต่ตอนนี้ทำ Life&Idea management(Loud Wild Free Ideas or Minor block) อยู่แฮะ
        • เราว่าจะแยกจากกัน เป็น
          • Loud wild free ideas of Life&Idea management
          • Minor block(ทำตอนกินอาหารเช้า?ก็ไม่แย่นะ เช่น อ่านข่าว reuter, อ่านพระไตรปิฎก)

    2026-05-08 05:37

    • สรุปว่าตอนกินอาหารเช้า ทำ minor block ได้นะ จัดว่าลงตัวเลย อ่าน reuters, tripitaka, etc เพราะ เป็นการอ่านที่ไม่ต้องใช้สมาธิเข้มข้นแบบต่อเนื่อง ต่างจาก major block ที่อ่านจริงจังจะดีกว่าอ่านไปกินไป
      • แต่ช่วงท้ายๆ อ่านเริ่มติดขัด เนื้อหาบางอย่างเริ่มต้องจดจ่อมากขึ้น เลยแอบหนีไปดูกินทามะสองตอน
    • ก่อนนอน อาจทำ Loud wild free idea(life and idea management) หรือ ถ้าไม่มีก็ทำ Major block rotation
    • รู้สึกว่า ไข่ จะกินปริมาตรในกระเพาะ เยอะมาก ทำให้การย่อยช้าลงอย่างมาก(ต่างจากเมื่อวานที่ไม่ได้กินไข่ แต่ซื้อกับข้าวถุง 2 ถุง ไม่ทำให้ท้องแน่นเท่าไข่) และส่งผลต่อทักษะในการทำงาน ในช่วงเช้า ที่จะอืด และ ตื้อๆ(ช่วงบ่ายจะกลับมาเร็ว) ดังนั้น ถ้าวันไหนมีไข่ ควรเก็บไว้ตอนเที่ยง หรือ อาจลดปริมาณลงจาก 6 เป็น 3 ฟอง

    2026-05-11 15:05

    • ถ้าเกิดว่า กิจกรรมที่ทำต่อหลังออกกำลังกาย จะได้รับการพัฒนามากที่สุด(ทฤษฎี ACM) แล้วเราเรียน rust ไปด้วยขณะกินข้าวหลังออกกำลังกาย มันจะดีหรือจะแย่นะ พรุ่งนี้จะลองดู?

    2026-05-18 17:39

    • หลังจากได้คุยกับ AI และได้เห็นตารางเวลา พบว่าตัวเองเวลาเหลือเฟือ แต่กลับใช้เวลาทิ้งๆขว้างๆไปกับสิ่งบันเทิง ไม่ยอมเอามาอ่านหนังสือ ฝึกสมอง จนตอนนี้เริ่มได้สติ และกลับมาอ่านได้วันละ 2 blocks แล้ว

    2026-05-24 11:33

    • เหมือนกับว่า จริงๆเราจะสามารถอ่านหนังสือ(Prime/Major block) หรือใช้ความคิดหนักๆ ตอนกินข้าวเช้าหลังออกกำลังกายได้ แต่ปัญหาคือ ชามข้าวมักจะวางขวาง keyboard แค่นั้นแหละ

    2026-06-12 05:56

    • รู้สึกเหมือนตอนกินข้าว ถ้าทำ minor block จะฝึนใจน้อยกว่า อ่านไหลลื่น flow ดีกว่า เพราะ มันไม่ต้อง Strictly, Deeply, Continuously focus เท่า Major block

    2026-06-13 19:12

    • Fasting 40 ชม ไม่ไหว ระบบชีวิตเปราะบางเกินไป
  • คำแนะนำในการบันทึก Fact logs

    • ปรับเปลี่ยนทีละตัวแปร คงตัวอื่นๆไว้ : บางทีในชีวิตอาจมีปัจจัยหลากหลาย นับไม่ถ้วน เราไม่สามารถรู้ได้ทั้งหมด ในการจะทดลองสมมติฐานต่างๆ ก็ให้คงตัวแปรอื่นๆไว้ และเปลี่ยนทีละอย่าง แล้วดูผลลัพธ์
    • แยก facts, opinions, opinions on facts ออกจากกัน