Life refactoring: July
2026-07-20 ใน Moon Forge2026-07-20 10:12
- ช่วงนี้เราไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครสักเท่าไหร่ แต่ที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ดีกว่ากันนักหรอก เพราะมันก็แค่ผิวเผิน(แค่ยิ้มและเกรงใจกันกว่าปกติเท่านั้น)
- เราอยากจะลองเป็นตัวของตัวเอง เราค่อนข้างจะเป็นโทสะจริต ที่กดกิเลสตัวเองไว้ จนทำให้กลายเป็นบุคลิกเหมือนติดๆขัดๆ ทำอะไรช้า ดูไม่มั่นใจ เวลาอยู่กับคนอื่น
- แต่ถ้าเราปลอดปล่อยความเป็นตัวเอง เราจะกลายเป็น
- ? พูดเร็ว ทำเร็ว ขี้หงุดหงิดเวลาคนอื่นทำอะไรช้า พูดช้า คิดช้า
- ? ไม่คุยกับใคร เงียบขรึม ไม่ยิ้มถ้าไม่มีเหตุที่ควรยิ้ม
- ? จริงจัง จนแทบเผาผลาญสิ่งตรงหน้าเป็นจุณ
- แต่ถ้าเราปลอดปล่อยความเป็นตัวเอง เราจะกลายเป็น
- แต่ยังมีอะไรหลายๆอย่างที่เราไม่ค่อยเข้าใจ เพราะ เราไม่มีประสบการณ์การมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เท่าไหร่ ซึ่งมันอาจจะไม่มีอะไรมากกว่านี้ก็ได้ การรักษาระยะห่างไว้น่าจะถูกต้องแล้วก็ได้
- ช่วงนี้ที่เราหงุดหงิดง่าย เป็นเพราะ สมองรับโหลดจากการอ่าน วันละ 80% ทุกวัน หรือเปล่านะ ถ้าเราชิลๆ เราคงไม่หงุดหงิดใคร(แต่อาจมีคนหงุดหงิดเราแทน)
- เรื่องมนุษยสัมพันธ์ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากคุยกับใครนะ แต่ไม่มีใครอยากคุยกับเรามากกว่า
2026-07-21 07:19
- AI น่ากลัวตรงที่ บางทีก็พูดผิดได้อย่างหน้าตาเฉย แต่เรารู้สึกตะหงิดๆใน logic ของมัน
2026-07-23 12:48
- ไม่ได้บันทึก log ตอนเย็น รู้สึกเหมือนเราพลาดสิ่งสำคัญในชีวิตไปหนึ่งอย่าง
- อาจเปลี่ยนมาทำก่อนนอนดีไหมนะ
2026-07-29 11:14
- เริ่มเข้าใจแล้วว่าตอนที่นั่งสมาธิแล้วไม่สงบ และรู้ว่าหลงไปกับความคิดจนลืมลมหายใจ นั่นคือกำลังค่อยๆฝึกรู้ทันจิต
- อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าความเข้าใจ
- เรารู้สึกว่าเวลาเราอยู่คนเดียว แล้วใจเราไม่สงบ เพราะ เราจะคิดฟุ้งซ่านห่วงคนอื่นตลอด แต่ต่อให้เราคิดเป็นห่วงอย่างไรก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น แล้วซ้ำเราจะเสียสมาธิ อย่างเปล่าประโยชน์อีก สัตว์ทั้งหลายมีกรรมของตน เราสามารถช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่การเอาตัวเองจมลงไปในทุกข์ที่ไม่ได้เกิดจากเรา เป็นสิ่งที่เปล่าประโยชน์
2026-07-30 08:52
- การพยายามคาดการณ์หรือเดาใจความคาดหวังของผู้อื่น และพยายามเติมเต็มความคาดหวังนั้น มันกินพลังเยอะมากเลยแฮะ และดูเหมือนมันจะใช้พลังเกินพอดีด้วย เพราะ เราไม่รู้ว่าเขาคาดหวังแค่ไหน เราเลยต้องทำให้เกินไว้ก่อน หรือถ้าเราคาดการณ์ไม่ถูกต้องก็เหนื่อยและเสียเวลาเปล่า
เราว่าจะพอกันที กับการพยายามชี้นำผู้อื่นเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดจากความไม่รู้ของเขา เราเองก็มีความไม่รู้ของเราที่ต้องแก้ไขเหมือนกัน มีชีวิตที่เราต้องเอาเวลา มาทำตามความคาดหวังและความฝันของเราเหมือนกัน- เราอาจจะทำได้เพียงชี้แนวทาง ให้เขาลงมือด้วยตนเอง
- การใช้ชีวิตก็เหมือนขับรถ เราต้องใช้ความเร็วให้เหมาะกับสภาพถนน อุปสรรค และทักษะที่เรามี เราจะยึดเพียงการเหยียบคันเร่งมิด จนอาจชนเกิดอันตรายถึงชีวิตไม่ได้ หรือ จะระวังไปหมด ไม่กล้าแม้แต่เร่งความเร็วในตอนถนนโล่งสภาพเส้นทางดี ก็อาจไปไม่ทันเวลาคลาดเวลานัด หรือแม้ทุกอย่างจะดูดี แต่ขับอย่างประมาท หรือฝืนขับทั้งๆที่ล้า ก็อาจเสี่ยงอุบัติเหตุ รวมถึงอย่าลืมเช็คสภาพรถอะไหล่และซ่อมบำรุงอยู่เสมอ การใช้ชีวิต ไม่สามารถใช้อย่างตามใจได้ ต้องใช้สติเป็นตัวสำรวจตนเองอยู่เสมอ ตอนไหนควรเร่ง ตอนไหนควรผ่อน ตอนไหนควรใช้เทคนิคหรือหลักการชีวิตอะไรอ่านได้จากตำราไหนบ้าง หรือมีอะไรให้เรียนรู้จากอุปสรรคหรือความผิดพลาดก่อนหน้า
- สติจำเป็นในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ
2026-07-31 07:27
- ขาดแคลนเวลา จึงเห็นคุณค่าของเวลา?
- ชีวิตต้องมี hormetic stress มีความครียด มีความท้าทาย อย่างเหมาะสม จึงจะดำเนินไปได้ดี
- จัดการชีวิตให้เรียบร้อยก่อน จึงค่อยอ่านหนังสือแบบไม่ค้างคาใจ ส่วนความบันเทิง อย่างไรก็ยังคงต้องเป็น ช่วงท้ายของวัน
2026-07-31 18:29
- เพิ่มเวลาพักทำเรื่องจุกจิก ตอนเย็น จาก 1 ชม. เป็น 2 ชม. เพราะรู้สึกว่าการลดเวลาพักไม่ได้ช่วยอะไร ซ้ำยังจะทำให้เกิดการประท้วงด้วยการนอนดึกไม่เป็นเวลาและตื่นสาย และ will power ในการอ่านแต่ละวันลดลงเรื่อยๆ
- เวลาพัก คือเวลาที่ไม่ต้องเค้นสมองในการทำเรื่องต่างๆ
2026-08-01 10:29
การงดสิ่งบันเทิงส่งผลแค่เรื่องความรู้สึกและความสนใจ(dopamine) แต่ในเรื่องพลังสมองและสมาธิ ยังดีอยู่(cognitive health)
- เรารู้สึกว่า การงดสิ่งบันเทิงส่งผลแค่เรื่องความรู้สึกและความสนใจ(dopamine) แต่ในเรื่องพลังสมองและสมาธิ ยังดีอยู่(cognitive health) เพียงแต่ความสนใจจะมุ่งเน้นไปเรื่องสิ่งบันเทิงที่น่าดึงดูดมากกว่า แต่ถ้าควบคุมตนเองได้ พลังสมองและสมาธิก็จะยังคงสามารถนำไปใช้กับการอ่านหนังสือได้แม้จะดูสิ่งบันเทิงมา
- แต่การดูสิ่งบันเทิงก่อนก็มีข้อเสีย คือจะเหลือตะกอนความรู้สึกอยากดูสิ่งบันเทิงค้างในใจ ซึ่งต้องเสียพลังสมองและพลังสมาธิมากขึ้นหน่อย ในการหักห้ามใจจากความรู้สึกอยากเหล่านั้น และ ถ้าวันไหนสมองไม่มีแรงคุมตัวเอง สุดท้ายจะถูกความอยากดึงความสนใจและสมาธิไปหาสิ่งบันเทิง
- แต่กลับกัน หากวันไหนสมองล้า สมาธิไม่ดี โฟกัสต่อเนื่องนานๆไม่ได้ ต่อให้งดสิ่งบันเทิง ก็อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องอยู่ดี
2026-08-06 07:26
- ช่วงนี้กังวลกับคนพาลที่ทำงาน เป็นประเภทที่สนุกกับการทำร้ายคนอื่น(มีอิทธิบาท 4 ในด้านชั่ว) ทำให้ทำอะไรไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อ กังวลลึกๆ เคยทำร้ายเราไปครั้งนึง และดูเหมือนเขายังมีความสุขดี และบางทีต้องโคจรมาพบกัน ความกังวล มันทำให้เราเสียสมาธิ ทั้งการทำงาน และ อ่านหนังสือ มันส่งผลถึงคนดีๆรอบข้าง และที่สุดคือตัวเราเองด้วยแฮะ
- เขาเคยทำร้ายเรา และมองหน้าเราไม่ติดไปครั้งหนึ่ง แต่พอมาหลังๆ เรากลับไปยิ้มให้(ทั้งๆที่ไม่ควร) เขาก็เริ่มหัวเราะแก้ขัด เราไม่รู้ว่าลึกๆเขาคิดแบบเหมือนว่าไอ้นี่มันปัญญาอ่อนสินะ หรือเปล่า
เราว่าเราจะมองเขาเป็นความว่างเปล่า มองเขาด้วยสายตาอยากติดตามผลลัพธ์ชีวิตในระยะยาว ไม่ควรค่าแก่การฝืนยิ้มให้ เพื่อนร่วมงานดีๆ ควรค่าแก่รอยยิ้มมีมากกว่าเขาเยอะ - จงถ่อมตน ทำตัวติดดิน ไม่มีอะไรน่าสนใจ
- เขาเคยทำร้ายเรา และมองหน้าเราไม่ติดไปครั้งหนึ่ง แต่พอมาหลังๆ เรากลับไปยิ้มให้(ทั้งๆที่ไม่ควร) เขาก็เริ่มหัวเราะแก้ขัด เราไม่รู้ว่าลึกๆเขาคิดแบบเหมือนว่าไอ้นี่มันปัญญาอ่อนสินะ หรือเปล่า