แต่ก่อน เข้าใจว่า ในการพัฒนาทักษะหรือความสามารถใดๆ การหาความรู้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะ เป็นการเรียนรู้ชุดความรู้ ที่กลั่นกรองจากประสบการณ์ อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ของคนที่ประสบความสำเร็จในด้านนั้นๆโดยตรง โดยอาจรวบรวมมาจากชุดประสบการณ์การทดลอง ศึกษาของคนนับร้อยนับพัน เป็นเวลาหลายสิบ หลายร้อย หรือ พันปี ทำให้เราไม่จำเป็นต้องไปลองผิดลองถูกเอง ซึ่งเป็นอะไรที่มีคุณค่าอย่างมาก แต่พบว่ามันเป็นเพียงครึ่งแรกของการพัฒนาตนเอง
ความรู้ยังคงสำคัญ และ เป็นสิ่งสำคัญเป็นอันดับแรก ที่เราต้องคอยสะสมเพิ่มพูน สำหรับการพัฒนาตนเอง ที่หากไม่มีความรู้ เราอาจต้องลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แบบไม่จำเป็นและเสียเวลาเปล่า หรืออาจใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่พบวิธีการที่ถูกต้องด้วยตนเอง
แต่ต่อให้เราจะมีความรู้แล้ว ในชีวิตจริง มีปัจจัยมากมาย ที่เกินกว่าที่เราจะคาดการณ์ได้ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้จะมาในรูปแบบของปัญหาที่เกิดขึ้นจากการได้ลองทำจริง ซึ่งจะเกิดสถานการณ์ต่างๆมากมาย ที่ทำให้เราต้องนำความรู้มาใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม เกิดเป็นการสะสมประสบการณ์
ประสบการณ์ จากความผิดพลาด จะทำให้เราได้กลับไปทบทวนตัวเอง ทบทวนความรู้ และจะเกิดเป็นการ ตกผลึกความรู้ หรือ ความชำนาญ ที่จะทำให้เราเข้าใจองค์ความรู้นั้นๆได้อย่างถ่องแท้ ซึ่งหากปราศจากการทดลองทำจริง เราจะไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าความรู้ของเรา สามารถนำไปพลิกแพลงใช้ได้จริงหรือไม่
ความรู้เปรียบเหมือนแผนที่ ที่มีคนก่อนหน้าได้คลำทาง ลองผิดลองถูกไว้ให้แล้ว ส่วนการจะเดินบนเส้นทางได้ชำนาญ เราต้องทดลองออกเดินทางจริงด้วยตนเอง ตามแผนที่นั้น ไม่สามารถที่จะใช้เพียงการศึกษาทฤษฎีอย่างเดียวได้
ถ้าถามว่าอะไรสำคัญกว่า ระหว่างความรู้และประสบการณ์_ คำตอบน่าจะเป็น สำคัญสองอย่าง แต่คนละขั้นตอน การหาความรู้ เป็นลำดับแรก ส่วนการทดลองทำจริง เพื่อสะสมประสบการณ์เป็นลำดับถัดมา ซึ่งจะทำสลับขั้นตอนกัน หรือ ทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
- หากมีความรู้ แต่ไม่มีการทดลองทำ เพื่อให้เจอปัญหาที่เกิดจากการทำจริง ความรู้นั้น ก็เป็นเพียงผิวเผิน ยังใช้งานไม่ได้จริง
- หากอยากทดลองทำจริง โดยที่ยังไม่มีความรู้ ก็จะได้แต่ลองผิดลองถูกอยู่ที่เดิม วนไปมา เสียเวลาเปล่า และ อาจไม่มีวันได้คำตอบ
Leave a Reply