บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

August Biohacking 2026: 6min zone4 flow with IF 21/3:Reading continuity

2026-07-01 ใน Moon Forge

Introduction

  • พัฒนา reading continuity และ อ่านหนังสือในแต่ละวันให้ได้มากขึ้น อะไรจะเป็น master key ของการอ่านหนังสือได้ทั้งวันนะ
    • ฝึกนั่งสมาธิ ให้นานขึ้น?
    • Dopamine fasting
    • 6min zone4
    • ค่า HRV สูง
    • งด ideas(idea fasting)

Method

ปรับเปลี่ยนทีละปัจจัย แล้วดูผลความเปลี่ยนแปลงจากค่าสถิติ ตัวชี้วัดคือ Reading continutiy, Time, Page

Result

Disscussion

Conclusion

Fact logs

📊 Monthly Tracking Table

*Notes:1=Worse/Unsatisfied, 2=Good/Same-same, 3=Excellent/Satisfied

DateExercise:Avg.pace(+warm, rest period)Morn Weight (kg)Eating Finished time:Fasting (hr):Heavily seasoned food(1/0)Meditation Focus continuityHandskillGod mode [Hyperfocus] (0/1)Reading
:Focus continuity
:Time(hrs):PagesBlock codeEye exerciseDay Dopamine hrs. [eg. Entertainment / trade]Night Dopamine hrs.
Reading description
#tag
Sleep timehr% Deep sleepHRV(ms)Temp(c)
Biohacking description
#tag
Notes:Zone2 60min
HIIT(zone4) =90s & walk 90s x6
4x4(Norwegian) =zone4-5 4min & walk 3min x4
zone4-5 =10min zone2(warm up) then 6min zone4-5
-<50kg might inhibit
god mode in fasting,
but cortisol instead
0=All day Fasting-Hyperfocus 200%,
appears in the 2nd-3rd day
of prolonged fasting
1 = can't focus at all
2 = get some distract
3 = perfect flow
P=Prime block
M=Major block
1: Pencil push up 10min
2: Isometric 10min
*Music is allowed all dayLess than 7 hr
decrease focus
continunity
306min zone4 low6:4050.5921.503--213P3-3-Reading no focus energy left after 1 hr
Reading not that good because of entertainment?
21:236315827
316min zone4 low6:3750822033--0.30M22-0.520:307:30--27
14x4(stay at zone4)6:3249.6112113--10.5-P1-1.5Entertainment all day, still can't focus easily

Opinions

📝 Refactoring

  • 30
    • แปลกตรงที่ วันไหนอ่านหนังสือได้ดีเหมือนไม่เกี่ยวกับสิ่งบันเทิง เพราะ ขนาดวันนี้ดูการ์ตูนตอนเช้า ก็ยังอ่านหนังสือได้ดี
      • จริงๆเหมือนจะรู้สึกตั้งแต่ตอนตื่นแล้ว ว่าวันนี้หัวแล่น แต่กลับกัน ถ้าวันไหนตื่นมารู้สึกหัวไม่แล่น ก็เตรียมใจไว้ได้เลย ว่าวันนั้นไม่รอดทั้งวันแน่นอน
      • แต่เหมือนเท่าที่กลับไปดูในตาราง จะเหมือนว่า หลังช่วงที่วิ่ง 4x4 วันเสาร์ การอ่านมักจะ drop ไป 3 วัน(อา,จ,อ) ซึ่งวันจันทร์ก็มีการอดข้ามวันมาร่วมด้วย ซึ่งอาจทำให้ขาดสารอาหารสำหรับฟื้นฟูหลังออกกำลังกายรอบใหญ่(CNS fatigue) และพอผ่านการพัก ใน zone2 ช่วงวันพุธ จะกลับมาดีขึ้น
      • แต่ต้องสังเกตและลองปรับเปลี่ยนต่อไปในระยะยาว แผนคือ
        • ลองเลื่อนการอดไปวันอื่น เช่น เปลี่ยนมาทำ prolonged fasting ในวันศุกร์ก่อนวิ่ง 4x4 ในวันเสาร์ - การวิ่ง 4x4 ก่อน break fasting น่าจะช่วยเป็นตัวจำกัดไม่ให้วิ่งสุดแรงมากเกินไป
        • หรืออีกวิธีคือ ยังไม่ปรับเปลี่ยนอะไร แต่สังเกตตัวเองต่อไป เพราะ อาจเกิดจากปัจจัยอื่นก็ได้ การรีบทำลายโครงสร้างเดิม โดยที่ยังไม่เห็นหลักฐานของปัญหาที่แน่ชัด อาจทำให้การแก้ไขยุ่งยากมากขึ้น
    • แต่จริงๆเหมือนกับว่า วันที่อ่านหนังสือได้ไม่ดี ไม่ใช่ว่าอยากดูสิ่งบันเทิง แต่ตั้งแต่ตื่นจะคุมตัวเองไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้วมากกว่า(CNS fatigue ที่หลงเหลือจาก 4x4?) ส่วนวันที่อ่านได้ดี แม้จะดูสิ่งบันเทิงตอนเช้า ก็ยังกลับมาโฟกัสกับการอ่านได้ดีและโฟกัสลึก
    • อีกส่วนหนึ่งที่วันนี้เราอ่านหนังสือได้ดี เพราะ เรากินไข่ก่อนโยเกิร์ตไหมนะ(มี free sugar)
  • 1 วิ่ง 4x4 กิน OMAD
    • วิ่ง 4x4 ได้ความเร็วเท่าเดิม แต่ HR อยู่แค่ zone4 ตอนวิ่งรู้สึกล้าๆ ไม่สามารถดันให้เร็วกว่านี้ได้
    • ยังคงล่องลอยดูการ์ตูน ไม่ได้อ่านหนังสือ
  • 2 งดวิ่ง zone2 เพื่อ reset ความล้าสะสม
    • สรุปว่า เมื่อวานวิ่ง 4x4 และ กิน OMAD ตามเดิม(IF 21/3) แต่ HRV ก็ตกลงเหลือ 53 แสดงว่า
      • การออกกำลังกายก็น่าจะมีผลกับ HRV ถ้าล้าสะสม ค่า HRV ก็จะไม่มีทางขึ้นสูงได้
      • แต่อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องอาหาร เพราะ รู้สึกว่าทุกวันนี้ยัดเยอะเกินไป จนพุงป่อง (ไข่ 10 ฟอง) และกว่าจะย่อยหมดจริงๆก็ถึงดึก อาจลดเหลือไข่ 5 ฟอง แล้วกินอย่างอื่นเพิ่มที่ให้พลังงานสูงแทน เช่น กะทิ หรือ พวก nut เป็นต้น
    • หลังจากนี้ จะงดการวิ่ง zone2 เปลี่ยนมา stength training แทน เพราะ ตัวมันเองไม่ได้ BDNF, Catecolamine เท่าไหร่ และผลาญ calories อย่างมาก(500 kcal - แทนที่จะได้ calories มาซ่อมแซม กลับผลาญไป โดยที่ได้ประโยชน์กลับมาน้อย) ส่วนเรื่องของ Mitochondira biogenesis ก็ทดแทนได้ด้วย zone4, 4x4 แบบเต็มพิกัดมากกว่าอยู่แล้ว

      • Strength training แทน ในวัน zone2 เดิม

Opinions on fact logs ที่สะสมมาเรื่อยๆจากแต่ละเดือน

🏛️ Monthly Synthesis (สรุปท้ายเดือน - เขียนเมื่อตกผลึกแล้ว)


  • 6min zone 4-5 wild ได้ผลจริง เราสามารถทำงานได้ดีขึ้นมาก Handskill ระดับ ultrafine ในทุกวัน,​สามารถคิดได้อย่างไหลลื่น โดยไม่มี noise มหาศาลมาขวาง ได้ BDNF เพียงพอ โดยที่ไม่มีความล้า และ Cortisol
    ต่างจากการวิ่ง 4x4 ที่จะล้าและเกิด cortosol, HIIT zone4 90sx6 ที่จะดีด นั่งสมาธิไม่ลง, zone2 ที่จะนิ่งๆ แต่ไม่ได้ทำงานเร็วขึ้น, ไม่ได้ออกกำลังกาย ที่จะไม่มีอะไรดีขึ้น

    • ให้วิ่งอยู่ที่ ปลาย zone4(edge) เป็น sweetspot สูงสุดสำหรับทำให้เกิด Transient hypoxia โดยทีไม่เกิดความล้า หรือ CNS fatigue แบบใน zone5 ซึ่งจะกลายเป็น Drawback แทนในการพัฒนาสมอง
    • ในธรรมชาติ เราไม่ได้วิ่ง แบบจำกัดความเร็วตัวเองแค่ zone4 หรอก ส่วนใหญ่เวลาหนีสัตว์นักล่า ก็วิ่งแบบใส่สุดเท่าที่ทำได้ทั้งนั้น(zone4-5) แต่ก็ไม่น่าจะเกิน 6 นาที
      เอาเป็นว่าจะ เปลี่ยน protocol เป็นทำอย่างเต็มที่เท่าที่ทำได้(zone4-5 ตามสภาพร่างกายในวันนั้น) โดยจำกัดเวลาไว้ 6 นาทีต่อวัน เท่านั้น = 6min zone4-5 wild
  • วันปกติ Fasting > 20 hr ช่วยให้ค่า HRV ตอนนอนสูงขึ้น และ ไม่ถูกความคิดแง่ลบครอบงำ

    • คำนวณจากสถิติในเดือนที่ผ่านๆมา Fasting >=20hr(ส่วนใหญ่ IF 22/2) ได้ Avg.hrv 56.09ms, Fasting <20hr ได้ Avg. HRV 47.12ms
    • นอกจากนี้ยังช่วยให้สมองใส อารมณ์ดี ไม่ถูกปีศาจในตัวครอบงำ ถ้าช่วงไหนอดน้อยกว่า 20 ชม. (เช่น IF 12/12, IF 16/8) จะเกิดความคิดไม่ดีต่อคนอื่นได้ง่ายมาก
      • AI บอกว่า เป็นภาวะ Hyperarousal ที่พบได้ง่าย ใน ADHA trait คือ ซึ่งการอด >20 ชม. จะช่วยเพิ่ม GABA และ การป้องกันการอักเสบต่างๆในสมอง ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายสงบได้ดี ไม่ถูกปีศาจครอบงำ นอกจากนี้ การกินตลอด 12 ชม. จะกระตุ้นการอักเสบจากอนุมูลอิสระเรื่อยๆ จากการเผาผลาญ(Postprandial Inflammation)
  • Prolonged fasting + 6min zone4 = Perfect combination

    • ในการอดอาหารยาว(Prolonged fasting 36-45 hr) กินก่อนอด ดีกว่าอดก่อนกิน

      ลำดับระหว่างการกินก่อน หรืออดก่อน มีผลอย่างมาก

      • การกินให้มากพอก่อนอด ทำให้มีคลังพลังงานสำรองสำหรับร่างกายนำไปใช้ตอนอด โดยที่ไม่เกิดภาวะวิกฤติขาดแคลนพลังงานสำรอง เกิด deep ketosis และ autophagy ได้อย่างราบรื่น และได้ค่า HRV ที่พุ่งสูง
      • แต่ถ้าอดก่อนแล้วค่อยกิน โดยหากในวันที่อด คลังพลังงานสำรองไม่มากพอ(น้ำหนักตัวไม่ถึง) ร่างกายจะมองว่าเกิดภาวะวิกฤติขาดแคลนพลังงาน(Starvation) เกิดการหลั่ง cortisol สูงลอย,​ สลายกล้ามเนื้อเป็นพลังงาน, HRV ตก และไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากการอด รวมถึงเกิดความเสื่อมถอยแทน
    • **ถือศีล 8(งดสิ่งบันเทิง) ร่วมกับอดข้ามวัน 45hr สัปดาห์ละครั้ง

      • การถือศีล 8 งดสิ่งบันเทิงกระตุ้นอารมณ์ สัปดาห์ละ 1 วัน เป็นการทำ dopamine fasting เพื่อเพิ่ม dopamine baseline ซึ่งทำสัปดาห์ละครั้ง ก็เพียงพอที่จะช่วยให้กลับมานั่งสมาธิดีขึ้นได้(แม้จะดูการ์ตูนทุกวันที่เหลือ)
      • การอดข้ามวัน(Prolonged fasting) เป็นการ Deep recovery ทำให้สมองแจ่มใส สุขภาพจิดดี ความจำดี เคลียร์ขยะ ​Beta-Amyloid(ขยะจากการสร้างและใช้งาน) ในสมอง ทำให้สามารถกลับมาใช้ศักยภาพสมอง ที่สร้างขึ้นจากการออกกำลังกายในสัปดาห์ได้อย่างเต็มที่(prime stage) ตื่นมาอีกวันเหมือนได้ของขวัญ คือสมองใหม่ ที่แจ่มใสกว่าเดิม
        • ระบบประสาท จะสร้าง(growth) ด้วยการออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการบำรุงรักษาและทำความสะอาดที่ดีด้วย(deep recovery) ด้วยการ Prolonged fasting > 24hr อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เราจะเก่งขึ้นได้ ต้องมีการสลับกันระหว่าง การสร้าง(กิน+ออกกำลังกาย) และ เก็บกวาดซ่อมแซม(นอนหลับที่ดี + อดอาหาร ให้เกิด autophagy) อย่างสมดุล
    • วิ่ง 6min zone4 ในวัน Prolonged Fasting คือ perfect combination ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า วิ่ง 1hr zone2 ในวันอดมากๆ เพราะ


      • 6min zone4(100kcal) ผลาญ calories น้อยกว่า 1hr zone2(500kcal) ไม่ทำให้ร่างกายตกใจว่าเกิดวิกฤติขาดแคลนอาหารในวัน Prolonged fasting (หลังวิ่ง zone2 จะรู้สึกอ่อนเพลียตลอดวัน แต่ zone4 กระฉับกระเฉงกว่าเดิม)
      • กระตุ้น ketosis ได้ดีกว่า เพราะ การวิ่ง zone4 สลาย Glycogen โดยตรง ไม่ใช่ zone2 ที่เน้นสลายไขมัน แต่เก็บ Glycogen ไว้ ทำให้ Energy gap สั้นลงมากและเข้า Ketosis เข้มข้นได้เลย
      • ผลคือ วันนี้ยังมีแรงและสมาธิเหลือสำหรับทำงาน และอ่านหนังสือแบบเทพๆ วันนี้ทำงานได้ดีมากๆ คิดอะไรได้เร็ว พิมพ์เร็ว
  • งดอาหารที่ปรุงรสมากๆ เพราะจะทำให้เสียขบวนสมาธิทั้งวัน

    • อาหารที่ปรุงรสจัดๆ โดยเฉพาะหวานจัด เพราะ จะกระตุ้นความรู้สึก(กระตุ้น dopamine) และดึงดูดสมาธิจากหนังสือ ทำให้โฟกัสแย่ลง พอโฟกัสแย่ลง คิดอะไรไม่ออก ก็จะหนีไปดูการ์ตูน หาสิ่งบันเทิงเบาสมองทำ(กระตุ้น dopamine เพิ่มไปอีก) และแม้จะกินเสร็จแล้ว หลุดดูสิ่งบันเทิงแล้ว แต่ dopamine baseline พังไปแล้ว จะกลับมาอ่านหนังสือต่อ ก็โฟกัสได้ยากในช่วงเวลาที่เหลือของวัน
      • กินอาหารปรุงรสมากๆ -> สมาธิถูกดึงไปอยู่ที่รสชาติ -> อ่านหนังสือไปด้วยไม่ได้ -> หนีไปดูสิ่งบันเทิงเบาสมอง -> สมาธิในวันนั้นพัง
    • เหมือนกับว่า กินอาหารปรุง จะส่งผลต่อสมาธิมากกว่าดูสิ่งบันเทิงอีกแฮะ เพราะว่า สิ่งบันเทิงยังส่งผลแค่เรื่องสมอง แต่อาหารปรุงนี่ คือส่งผลทั้งทางกายและสมองเลย
      • ผลต่อร่างกาย ได้รับสารอักเสบจากน้ำมันพืช และอาหารอาจย่อยยาก
      • ผลต่อสมอง ถ้าเป็นอาหารย่อยง่ายเช่นคาร์บเชิงเดี่ยว ก็ส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดก็ยิ่งสมาธิเสียอีก และ ถ้าเผลอกินมากไปยิ่งแน่นท้องคิดอะไรไม่ออก(จนเป็นข้ออ้างให้ไปดูสิ่งบันเทิง) และกลายเป็นวงจรลูกโซ่(dead chain) แห่งการทำลาย will power และ focus
      • ถ้าเป็นสิ่งบันเทิง ก็จะมีผลกับสมองอย่างเดียว
    • ชีวิตคงต้องเลือก ว่าอยากได้รสอร่อยชั่วคราว แต่ชีวิตเสียโอกาสอันมีค่า(สมาธิและเวลาในการอ่านหนังสือ) หรือ กินแต่อาหารรส(ธัญพืช+ไข่ต้ม+เกลือ 1/2tsp a day)ไม่จัดดีต่อสุขภาพ แล้วอ่านหนังสือได้ดี
    • งดอาหารปรุงรส จะมีรู้สึกงอแงในช่วงแรก(ยังเผลอไปกินบ้างเป็นเรื่องปกติ) แต่พอชินแล้ว ก็เฉยๆ ไม่ได้รู้สึกขาดอะไร ตราบใดที่ยังได้รับสารอาหารคุณภาพครบถ้วน
อาหารในปัจจุบัน

Loading content...

  • สมมติฐานปัจจัยที่มีผลต่อการอ่านหนังสือ(Reading Focus continuity)

    1. CNS fatigue - ออกกำลังกายหนัก เช่น 4x4, 6min zone4 ติดกันเกิน 3 วัน เป็นต้น โดยไม่พัก zone2 อย่างเพียงพอ จนสารสื่อประสาทพร่อง เกิดอาการเนือยตื้อ โฟกัสไม่ได้
    2. Catecolamine - ในวันวิ่ง zone2 จะไม่มีการหลั่ง Catecolamine เช่น Adrenaline, Dopamine เป็นต้น จึงทำให้โฟกัสกับหนังสือได้ยาก แต่การมีวันพักใน zone2 ก็ยังจำเป็น โดยจะต้องหากิจกรรมทดแทนที่ช่วยเพิ่ม Catecolamine
    3. Dopamine baseline - ถ้าจัดกิจกรรมบันเทิงมาทำก่อนในช่วงต้นของวัน สมาธิการอ่านจะพังง่ายมาก หรือ กระทั่งเวลาที่ไอเดียพลุ่งพล่านก็ไม่สามารถมีสมาธิอ่านหนังสือเหมือนกัน(จัดตารางให้เวลาหลัก80% ของวันโฟกัสเพียงอย่างเดียว ที่เหลือค่อยทำเรื่องจุกจิก จะช่วยได้)
    4. Warm up กล้ามเนื้อตา ด้วย pencil push up 20 ครั้งก่อนการทำกิจกรรมที่ใช้สายตา ไม่ต่างจากนักกีฬา ที่ต้องวอร์มกล้ามเนื้อและระบบประสาทส่วนที่ต้องใช้ ก่อนลงแข่ง
  • ปัจจัยที่อาจมีผลต่อ HRV

    ปัจจัยเชิงบวก
    • Fasting > 20 hr ส่วนใหญ่ HRV เฉลี่ยจะสูงกว่า(ดูตารางเก่าๆ) คือ Fasting >=20hr ได้ Avg.hrv 56.68ms, Fasting <20hr ได้ Avg. HRV 48.06ms
    • ออกกำลังกายแบบพอดีๆ ส่วนใหญ่วันที่วิ่ง zone2 มักจะทำให้ HRV ตอนนอนสูงขึ้น
      ซึ่งวันที่ออกกำลังกายหนัก ต้องมีวันพักวิ่ง zone2 คั่นเสมอ คือ วิ่ง 4x4 1 วัน เว้น zone2 1 วัน, วิ่ง 6min zone4-5 2 วัน เว้น zone2 1 วัน
    • ก่อนนอนฟังเพลงของ Drew Holcomb เป็นเพลงทำนอง Americana ทำนองอบอุ่น ความหมายดีเกี่ยวกับชีวิต
    • ความไม่เครียด ไม่กังวล - ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลย้อนกลับจาก ฟังเพลงก่อนนอนของ Drew, Fasting >20hr, การออกกำลังกายที่พอดีๆ
    ปัจจัยที่ไม่ได้มีผลเท่าไหร่
    • อุณหภูมิ - ช่วงเดือนพ.ค. ลองเปิดแอร์นอน แม้จะพยายามเปิด 24-25c ค่า HRV ก็ไม่ได้เพิ่ม แถมยังอาจมีบางวันลงกว่าเดิมอีก(รู้สึกความเย็นกัดกิน แทนที่จะหลับสบาย) แต่บางช่วงเปิดแอร์ 26-28c ค่า HRV เฉลี่ยยังดูสูงกว่าอีก (แต่ข้อมูลที่เก็บยังไม่มากพอนะ)
    • เวลาการกิน?? - กินดึกก่อนนอน ก็ยัง HRV สูงขึ้นในหลายๆวัน ถ้ามีชั่วโมงการอดมากกว่า 18 ชม(IF 18/6) แต่เนื่องจาก บางทีออกกำลังกายตอนเช้า แล้วไม่ได้กิน สมองจะเบลอ คิดอะไรซับซ้อนไม่ได้ตอนทำงาน จึงหยุดการทดลองไป
    • เวลานอน - นอนดึกกว่าปกติ ไม่ได้ทำให้ HRV ต่ำลง