บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

Deep Valley

หุบเขาแห่งการฝึกฝน ตามวิถีทางแห่งการฝึกตน(deep work)
    • Textbook เวลาอ่านให้ทำความรู้สึกเหมือน ปรมาจารย์ระดับโลก กำลังสอนเราโดยตรงในชั้นเรียนตัวต่อตัว
    • Non-Textbook เวลาอ่านให้ทำความรู้สึกเหมือน กำลังสนทนากับปรมาจารย์บนโต๊ะอาหาร

    เทคนิคการอ่าน

    1. อ่านรอบแรก เพื่อหาสิ่งที่เราขาดไป(คิดเทียบข้อมูลใหม่กับความรู้เดิมที่มี เป็นการกระตุ้นสมองให้เตรียมโครงสร้าง เพื่อรับข้อมูลใหม่)
      • อ่านเน้นความสนุก ความต่อเนื่อง ให้ได้อรรถรส ให้รู้ว่าเรายังไม่รู้อะไรบ้าง ให้สมองสร้างโครงสร้างเนื้อหาในใจ(สมองจะเตรียมโครงข่ายประสาทที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลให้)
      • หลังอ่านจบในแต่ละครั้ง(รอบ block rotation) ให้ทำสรุป แบบ simple active recall ทำเท่าที่นึกได้(อาจ list หัวข้อตามหนังสือออกมาก่อน แล้วค่อย recall) โดยไม่กลับไปเปิดหนังสือเป็นอันขาด ตรงไหนไม่แน่ใจ หรือจำไม่ได้ก็ช่างมันไป ทำเท่าที่ได้(อาจใส่เครื่องหมายคำถามไว้ ??) และ พยายามสรุปให้เข้าใจง่ายเหมือนเวลาจะอธิบายให้คนอื่นฟัง
        • ถ้าไม่มีการนึกย้อนหลังเลย ก็จะเหมือนอ่านโดยปล่อยให้ข้อมูลไหลไปเรื่อย ไม่ได้มีตาข่ายมาดักจับข้อมูลอย่างหยาบในขั้นต้นไว้ พออ่านจบเล่มก็จะกลายเป็นว่า อ่านเข้าใจ แนวคิดหรือทิศทางชีวิตเปลี่ยน แต่ไม่สามารถอธิบายรายละเอียดหรือนึกย้อนหลังได้ ว่าได้อะไรจากหนังสือบ้าง
    2. อ่านรอบสอง เพื่อเติมเต็มสิ่งที่เราไม่เคยรู้(เปิดรับความรู้ใหม่)
      • อ่านเน้นเก็บเกี่ยวประโยชน์ที่จะเอาไปประยุกต์ใช้จริง เก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด
      • หลังอ่านจบในแต่ละครั้ง(รอบ block rotation) ให้ทำสรุปแบบ simple active recall อีกครั้ง(ต่อขยายจากสรุปในรอบแรก) ตรงไหนที่ใส่เครื่องหมายคำถามไว้ในรอบแรก?? ก็ปรับปรุงให้สมบูรณ์ ยังคงพยายามสรุปให้เข้าใจง่ายเหมือนเวลาจะอธิบายให้คนอื่นฟัง และอย่าลืมกลับไปตรวจทานกับหนังสือ(ไล่แต่ละหัวข้อ) เพื่อไม่ให้มีตกหล่นตรงไหน
    • อ่านซ้ำอีกกี่รอบก็ได้ แต่ต้องมี active recall ทุกครั้ง(เขียนสรุปเป็น cheat code จากความเข้าใจ) เพราะ การจะทำให้เกิดกลไกความจำระยะยาวที่มีประสิทธิภาพจริงๆ(Synaptic consolidation) เกิดจากการนำข้อมูลออกมาใช้(active retrieval) ไม่ใช่การรับแบบ passive
      • การพยายามอธิบายสิ่งที่รู้ออกมา(ใน active recall) เป็นกระบวนการที่ทำให้สมองต้องเอาทรัพยากรข้อมูลที่ตัวเองมี มาเชื่อมโยงกัน เพื่อจะสื่อความออกไป กระบวนการนี้ทำให้สมองต้องทำการร้อยเรียงข้อมูลที่กระจัดกระจาย รวมกันเป็นกลุ่มโครงข่าย และจะทำให้เกิดการเชื่อมโยง เกิดเป็นการคงอยู่ที่ทนทาน(long term potentiation) ได้ทั้งความเข้าใจและไม่ลืม
    • แต่หากอ่านซ้ำเกิน 3 รอบ แล้วยังไม่เข้าใจ แนะนำให้เปลี่ยนแหล่งข้อมูล(ที่อธิบายในเนื้อหาเดิม) เพราะจะได้คำอธิบาย ในแนวทางหรือบริบทอื่น ที่จะทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ เกิดความเข้าใจง่ายขึ้น
    • อีกเทคนิคคือ อ่านแล้วเขียนสรุปจากความเข้าใจที่ด้านข้างของย่อหน้าไปเลย(Marginalia) เป็นการบังคับให้สมองดึงข้อมูลที่ได้รับมาเชื่อมโยงกันในทุกรายละเอียด