<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="http://note.diarybe.com/">
  <channel>
    <title>Dopamine Fasting</title>
    <link>http://note.diarybe.com/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>ความเคยชินที่ทำทุกวันเป็นตัวกำหนดอนาคต และวิธีเปลี่ยนความเคยชินที่ไม่ดี</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;ความเคยชินที่ทำทุกวันเป็นตัวกำหนดอนาคต และวิธีเปลี่ยนความเคยชินที่ไม่ดี&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-10-29T07:39:01+07:00" title="Sunday, October 29, 2023 - 07:39" class="datetime"&gt;Sun, 10/29/2023 - 07:39&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;เป้าหมายไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา แต่คือความเคยชิน หรือ สิ่งที่เราทำอยู่ในทุกๆวัน เป็นประจำต่างหาก ที่จะกำหนดอนาคตของเรา ต่อให้เรากำหนดเป้าหมายไว้อย่างสวยงาม มีไอเดียดีๆเกิดขึ้นมากมาย &lt;strong&gt;แต่ถ้าในแต่ละวัน เราก็ยังคงชอบเอาเวลาไปทำในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ยากที่เราจะทำตามเป้าหมาย หรือ ไอเดียดีๆที่เกิดขึ้นได้สำเร็จ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งไม่เป็นประโยชน์ในชีวิต โดยส่วนใหญ่จะเป็น &lt;strong&gt;สิ่งที่ก่อให้เกิด ความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน ความบันเทิงต่างๆ&lt;/strong&gt; ซึ่งทำให้เราเกิดความติดใจ &lt;strong&gt;สิ่งที่ทำให้เราติดใจ มีส่วนอย่างมากในการกำหนดพฤติกรรมของเรา&lt;/strong&gt; เพราะ ทำให้เรารู้สึกอยากจะทำสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา จนเกิดเป็นความเคยชินที่จะทำสิ่งไม่มีประโยชน์ในเวลาว่าง &lt;strong&gt;แทนที่จะเอาเวลาว่างอันน้อยนิดในแต่ละวัน มาคอยสะสม ในการทำสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเอง เพื่อทำตามความฝัน หรือ เป้าหมายของเรา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีเปลี่ยนความเคยชิน จะมี 2 ส่วนคือ&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เลิกนิสัยเก่า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยส่วนตัว วิธีที่ทำแล้วได้ผลคือ &lt;a href="https://diarybe.com/dailylog/%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5-8-%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%86dopamine-fasting"&gt;&lt;strong&gt;การถือศีล 8 ไปเรื่อยๆ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; ซึ่งถ้าดูๆดีๆ ข้อกำหนดต่างๆในศีล8 ก็คือ การทำ Dopamine Fasting ร่วมกับ Intermittent Fasting นั่นแหละ ส่วนบุญที่ได้รับก็คือ ชีวิตที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างที่เห็นผลได้ในปัจจุบัน จากผลของการกระทำของเราเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยข้อกำหนดของ &lt;strong&gt;ศีล8&lt;/strong&gt; ที่เพิ่มขึ้นจาก ศีล5 จะเป็นเรื่องของ &lt;strong&gt;การฝึกลดละสิ่งที่ทำให้ติดใจต่างๆ&lt;/strong&gt; ได้แก่ ในเรื่องทางเพศ, การกินอาหาร, การเพลิดเพลินกับสิ่งบันเทิง ทั้งการดู ฟัง เล่น, การตกแต่งร่างกาย, การติดใจในสิ่งของหรูหรา ซึ่งรายละเอียดสามารถหาได้ไม่ยากใน google&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการเริ่มรักษาศีล8 ช่วงแรกๆ จะ&lt;strong&gt;เกิดความรู้สึกฝืนใจอย่างมาก ความอยากในสิ่งที่เราติดใจ จะยังเกิดขึ้นบ่อยๆ&lt;/strong&gt;(คล้ายๆกับการจะเลิกสิ่งเสพติด เป็นกลไกเดียวกันกับ dopamine fasting) และ อาจจะยังถูกชักนำให้ละเมิดผิดศีลได้อยู่ แต่ให้พยายามตั้งใจใหม่ในทุกๆวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่พอรักษาศีล8 ไปสักระยะหนึ่ง(โดยส่วนตัวไม่เกิน 3-4 วัน) &lt;strong&gt;ความรู้สึกอยากทำ ในสิ่งที่ทำให้เราติดใจ จะมีกำลังลดลงไปเอง &lt;/strong&gt;และ &lt;strong&gt;จะเริ่มเห็นอีกมุมมองหนึ่ง &lt;/strong&gt;คือ เริ่มเห็นถึงความไม่มีสาระประโยชนของสิ่งที่เราเคยไปติดใจ และเริ่มเบื่อ, รำคาญ กับเวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์แทน &lt;strong&gt;ก็ให้ทำต่อไปอีกเรื่อยๆ จนเป็นความเคยชินกับความรู้สึกนี้ และ กลายเป็นรูปแบบชีวิตที่เรียบง่าย ธรรมดาๆของเรา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การรักษาศีล 8 อาจ&lt;strong&gt;ทำเป็นช่วงๆ&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;อย่างน้อย วันเว้นวัน &lt;/strong&gt;หรือ&lt;strong&gt; เดือนละครึ่งหนึ่ง ไม่ได้รักษาศีล8 ตลอดทุกวันในชีวิต &lt;/strong&gt;เพราะ เรายังมีกิเลสอยู่ จะพักบ้างก็ได้&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;โดยอาจเพิ่มขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับ&lt;strong&gt;ความต้องการในการพัฒนาตนเองของแต่ละคน&lt;/strong&gt; การรักษาศีลแบบเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะทำ&lt;strong&gt;เพื่อปรับจูนสมองเป็นช่วงๆ ให้ลดการเสพติดสิ่งที่ทำให้เราติดใจ และกลับเข้ามาสู่ภาวะสมดุล &lt;/strong&gt;แต่ทั้งนี้จริงๆ ในพระไตรปิฎก จะแนะนำให้ อย่างน้อย &lt;strong&gt;รักษาศีล8 เพียงสัปดาห์ละครั้ง &lt;/strong&gt;นะ (เราเอามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง)&lt;/p&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;สร้างนิสัยใหม่&lt;/strong&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;พอเริ่มลดความอยากในสิ่งที่เราติดใจลงได้แล้ว ก&lt;strong&gt;็ให้ค่อยๆเริ่มเอาเวลาว่าง มาทำกิจกรรมที่มีสาระประโยชน์กับชีวิตมากขึ้น&lt;/strong&gt; เช่น มาทำงานอดิเรก อ่านหนังสือ หาความรู้เพิ่มเติม หรือ พัฒนาตนเอง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่เราวางไว้ต่อไป &lt;strong&gt;แรกๆจะยังไม่ชิน และรู้สึกฝืน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ให้ค่อยๆเพิ่มกิจกรรม ไปทีละนิด&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ทีละหน่อย เท่าที่พอไหว จนสุดท้ายจะกลายเป็นความเคยชินใหม่เอง&lt;/strong&gt; เราสามารถปรับความเคยชินให้ละเอียดได้ถึงระดับที่ว่า เวลากินข้าวก็เคยชินที่จะหยิบหนังสือเล่มเล็กๆขึ้นมาอ่าน แทนที่จะเอามือถือขึ้นมาเลื่อนดู Social&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตัวอย่าง&lt;/strong&gt;ของตัวเอง คือ แต่ก่อนจะติดการ์ตูน จนควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ พอถือศีล 8 ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มสังเกต&lt;strong&gt;เห็นความเหลวไหล &lt;/strong&gt;จำนวนมากของตัวเอง ที่ว่าอ่านหนังสือ ก็ยังแอบไปดูการ์ตูนบ่อยๆ และเสียเวลาไปเยอะ พอถือศีลไปสักพัก ก็ค่อยๆรู้ทันความอยากได้ และ &lt;strong&gt;ลดละจนน้อยลงๆ&lt;/strong&gt; แม้จริงๆจะรักษาศีล8 มากว่า 1 สัปดาห์ แต่ความอยากดูก็ยังมีอยู่ ไม่ได้หายขาดนะ แต่มันก&lt;strong&gt;็เบาบางลง&lt;/strong&gt; และ เรา&lt;strong&gt;ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น&lt;/strong&gt; จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มเวลาการอ่าน เพิ่มวิชาที่อ่านไปทีละนิดๆ เพิ่มงานอดิเรกที่มีสาระประโยชน์ เท่าที่ตัวเองจะไหว และ&lt;strong&gt;กลายเป็นความเคยชินใหม่&lt;/strong&gt; และหากทำไปนานๆ ก็จะ&lt;strong&gt;กลายเป็นนิสัย&lt;/strong&gt; ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/dopamine-fasting" hreflang="en"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=85&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="ViMpjWeDtZ2p_EGj9aNt8pjcI81NQL5I0bylxWjD9kk"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 29 Oct 2023 00:39:01 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">85 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>ทดลองถือศีล 8 ไปเรื่อยๆ(Dopamine fasting)</title>
  <link>http://note.diarybe.com/dailylog/%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5-8-%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%86dopamine-fasting</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;ทดลองถือศีล 8 ไปเรื่อยๆ(Dopamine fasting)&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-10-24T20:50:58+07:00" title="Tuesday, October 24, 2023 - 20:50" class="datetime"&gt;Tue, 10/24/2023 - 20:50&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;ช่วงที่ผ่านมา ติดการ์ตูน และ social network อยู่พักหนึ่ง ทำให้ไม่ได้จริงจังกับการเรียน และเสียเวลาชีวิตไปพอสมควร ทีนี้เลยจะทดลองถือศีล 8 เพื่องดเว้น จากสิ่งที่ให้ความบันเทิงเหล่านี้ ดูว่าจะได้ผลไหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศีล8 มีเคล็ดลับอยู่เล็กน้อย คือ ต้องตั้งใจใหม่ในทุกวัน เพราะ ปกติจะรักษากันแค่สัปดาห์ละ 1 วัน ในวันพระ เรียกว่า อุโบสถศีล พอจะมาถือศีลทุกวัน กำลังใจอาจจะไม่พอที่จะอดทน เลยต้องตั้งใจใหม่ทุกๆวัน เพื่อไม่ให้หย่อนคล้อย และถือศีลได้ดีขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประสบการณ์ถือศีล 8&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วันที่ 1&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;รู้สึกว่ามีอาการ&lt;strong&gt;กระสับกระส่าย อยากจะไปดูการ์ตูน&lt;/strong&gt;, เล่น social network หาอะไรดูเรื่อยเปื่อย แต่ก็พอยับยั้งได้บ้าง แล้วก็กลับมาอ่านหนังสือโดยไม่ได้มีปัญหาเรื่องสมาธิอะไร สามารถจดจ่ออยู่กับหนังสือได้ไม่มีปัญหา เพียงแต่จะม&lt;strong&gt;ีอาการอยาก(เสี้ยน)ไปดูสิ่งบันเทิง ตามความเคยชิน ผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ&lt;/strong&gt; ซึ่งมันเป็นอาการปกติของการเสพติด ทีนี้ก็มีเผลอไปดูบ้าง แต่ก็น้อยลงกว่าวันก่อนหน้าที่ผ่านๆมา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เพิ่งรู้ว่าที่แต่ก่อนเข้าใจว่า อ่านหนังสือได้มีสมาธิ &lt;strong&gt;สุดท้ายก็ทนอ่านได้ไม่นาน แค่ไม่กี่ชั่วโมง&lt;/strong&gt; ก็ไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับหนังสือต่อได้อีก น่าจะเกิดจากการที่เอาแต่ดูการ์ตูน &lt;strong&gt;จนไม่ได้ฝึกสมองให้สามารถใช้งานได้นานๆ &lt;/strong&gt;คงจะต้องฝึก train สมอง ให้ยืนระยะการใช้งานได้นานขึ้นๆ มากกว่านี้&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วันที่ 2&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;อาการ ความอยากดูการ์ตูน อยากเล่นsocialลดลง &lt;strong&gt;ความรู้สึกกระสับกระส่ายลดลงเยอะ จนแทบไม่ได้มีผล&lt;/strong&gt; แต่เหมือน จริงๆ ก็แอบเบื่อการดูการ์ตูนอยู่แหละ เพราะมันไม่มีเรื่องใหม่ให้ดู &amp;nbsp;แต่ก็เกิดความคิดอยากลองเล่นเกมส์ผุดขึ้นมาอีก (แต่ก็ยังไม่ได้เล่นนะ) &lt;strong&gt;การแอบไปดูการ์ตูน เล่น social ก็ลดลงกว่าเมื่อวานเยอะ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เหมือนจะกินขนมที่ทำจากแป้งแปรรูป มากเกินไป ทำให้ไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อ ถึงแม้จะพออ่านได้ ก็ไม่ได้มากเท่าวันแรก(วันแรกว่าน้อยแล้ว วันนี้ก็น้อยลงไปอีก)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วันที่ 3&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ช่วงนี้เริ่ม&lt;strong&gt;มีสมาธิอ่านหนังสือตอนกินข้าว&lt;/strong&gt;ได้บ้างแล้วนะ แต่ก็ทำไม่ได้นาน ก็มีอย่างอื่นให้ไปทำอีก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;นั่งสมาธิตอนเช้า ได้ 30 นาที&lt;/strong&gt; ไม่ค่อยมีสติตอนนั่งมาก แต&lt;strong&gt;่&lt;/strong&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/เริ่มฝึกนั่งสมาธิ"&gt;&lt;strong&gt;สมาธิ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt;อยู่กับลมหายใจได้ดี&lt;/strong&gt; (แม้จะบังคับลมอยู่นิดๆ ก็รู้ทั้งร่างกายที่มันอึดอัดนิดๆนี่แหละ การนั่งหลังตรงช่วยได้เยอะ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทดลองเปลี่ยนมา กินวันละ 1 มื้อ ภายใน 1.30ชม(เปลี่ยนจาก IF 19/5 มาเป็น IF 22.5/1.5)
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;มีเวลาต่อวันมากขึ้น 1 ชั่วโมง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กินให้ได้ Calories เท่าเดิม ก็ไม่ได้อิ่มเกินไปอะไรนะ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ที่สังเกตตัวเองคือ ช่วงที่กินวันละ 2 มื้อ กล้ามเนื้อไม่ค่อยมีแรง หากหยุดออกกำลังกายไปสักพัก&lt;br&gt;ซึ่งถ้า Fasting ได้ผลจริง จะต้องมี Growth hormone ช่วยคงมวลกล้ามเนื้อ แม้จะไม่ได้ออกกำลังกายนานๆ กลับมาออกกำลังกาย ก็จะยังมีแรงดีอยู่ หรือ การกิน 2 มื้อ อาจไม่ค่อยได้ประโยชน์จากการ Fasting นะ?
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;นอกจากนี้ช่วงที่กิน 2 มื้อ ไอเดียดีๆไม่ค่อยออกแฮะ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ได้ยินมาว่า ประโยชน์ด้าน &lt;a href="https://www.healthline.com/nutrition/signs-of-autophagy"&gt;Autophagy&lt;/a&gt; ชะลอวัย ป้องกันมะเร็ง จะเกิดก็ต่อเมื่ออด &lt;a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1568163718301478?via%3Dihub"&gt;18-24 ชม ขึ้นไป&lt;/a&gt; และอัตราการเกิดค่อยๆเพิ่มมากขึ้นจนสูงสุด เมื่อผ่าน 48 ชม ไปแล้ว(ข้อมูลที่เป็นภาษาไทย ที่มีการรวบรวมค่อนข้างครบถ้วน จะมีช่องของ &lt;a href="https://youtu.be/eQ__zRRqXV4?t=552"&gt;อ.ลอย&lt;/a&gt; รวบรวมไว้)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อาการ&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3if-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD"&gt;ขาดสมาธิ&lt;/a&gt;กลับมาอีกครั้ง หลังจากเปลี่ยนจากมากินมื้อเดียวเยอะๆ ถ้าดื่มน้ำเยอะๆ จะแก้ไขได้ไหมนะ
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ไม่ช่วยให้ดีขึ้นแต่อย่างใด อย่างมากแค่บรรเทา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หากยังต้องใช้แรงทำงานอยู่ คงจะเลิกคิดจะกินมื้อเดียวแล้วกัน เพราะ การออกกำลังกายก็ช่วยเร่งการเผาผลาญและเกิด ketosis เร็วขึ้นได้อยู่แล้ว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จริงๆ สมาธิยังดีอยู่นะ แต่ความอึดอัดที่ท้อง ทำให้ไม่อยากที่จะทำอะไร และ เหมือนเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง เลยอ่านหนังสือได้ไม่ดี&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ได้ทดลองวิ่ง hiit ของจริง คือ วิ่งสุดชีวิต มีแรงเหลือเท่าไหร่ ก็วิ่งสุดชีวิตจนเกลี้ยง จนกล้ามเนื้อล้า รู้สึกแข้งขาอ่อนแรง ก็กลับมาเดิน รอพลังงานถูกเติมเข้าไปในกล้ามเนื้อใหม่ ทดสอบได้ด้วยการตอนที่เดินอยู่ ลองก้าวขาออกตัววิ่ง แล้วดูว่าขาหายอ่อนแรงหรือยัง ถ้ายังก็กลับมาเดินต่อ ถ้าขามีแรงแล้ว ก็จะออกวิ่งรอบถัดไปอีก Heart rate ขึ้นไปได้ถึง 181 bpm ซึ่งปกติฝึกวิ่งเข้าใจว่าหนักแล้ว ก็ยังไม่เคยทำได้เท่านี้มาก่อน ได้แค่ 171bpm&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สืบเนื่องจากตอนกลางวัน ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ เลยมีแอบดูการ์ตูนบ้าง&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วันที่ 4&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;จริงๆวันนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่ เพราะ ถูกเรียกตัวไปทำงาน แต่เมื่องานเสร็จแล้ว &lt;strong&gt;ช่วงที่ว่าง ก็ไม่ได้อยากดูสิ่งบันเทิง หรือ เล่น social ใดๆเลยนะ กลับอยากอ่านหนังสือเสียอีก เหมือนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว&lt;/strong&gt; และ เหมือนอาการเสพติดการดูการ์ตูนลดลง หรือเปล่าหว่า? ถ้าเป็นแบบนี้ คือ การรักษาศีล 8 เป็นอุบายฝึกตัวเองที่ดีมากเลย แต่จริงๆที่ถือศีล8 มาได้ขนาดนี้ ก็เพราะว่าต้องการทำการทดลองด้วยล่ะมั้ง ถ้าถือเองโดยไม่ได้มีเป้าหมายมาล่อ อาจจะไม่จริงจังแบบนี้&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วันที่ 5&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;วันนี้ไม่ค่อยมีสมาธิอ่านหนังสือ เพราะ มีบางเรื่องที่เข้ามาทำให้หงุดหงิด และเผลอไปคิดซ้ำๆอยู่นาน รวบรวมสมาธิไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ควรพยายามมีสติรู้ทันว่าแอบไปคิดเรื่องที่ทำให้โกรธ หงุดหงิด และปล่อยวาง ถึงจะกลับมามีสมาธิได้ กิเลสเป็นศัตรูอย่างหนึ่งของสมาธิเลยแฮะ ต้องพยายามปล่อยวาง(แม้จะเป็นเพียงการคิดปล่อยชั่วคราว ก็พอช่วยได้นะ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เรื่องการถือศีล 8 วันนี้ความเคร่งครัดลดลง แต่ก็ไม่ได้ดูการ์ตูนอะไรมาก(แต่มีดูบ้าง)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เหมือนพอเราเจอคนเยอะๆ จากเมื่อวาน ความเป็นตัวเองก็เสียไปเยอะ ความรู้สึกจะประมาณว่า ต้องกลับมาฟอร์มตัวใหม่ พัฒนาตนเองใหม่ ตามวิธีเดิมที่เคยบันทึกไว้ ไม่แน่ใจว่าเพราะ เราเป็นพวกไม่ชอบเจอคนหรือเปล่า หรือ &lt;strong&gt;เจอคนที่ไม่ชอบ ไม่ค่อยเป็นกัลยาณมิตรที่จะคอยแนะนำประโยชน์ต่อกัน ก็เลยทำให้โดยดูดพลังและเสียศูนย์ไปพอสมควร น่าจะเป็นแบบนี้แหละ &lt;/strong&gt;เพราะ เวลาเราเจอคนที่คอยช่วยเหลือ สนับสนุนซึ่งกันและกัน เราจะรู้สึกมีพลังมากขึ้น แต่กลับกัน เวลาเจอบางคนเรารู้สึกเหมือนถูกดูดพลังไปตลอด เหมือนมีความลับอะไรบางอย่าง ที่พยายามไม่ให้เราเข้าถึง หรือ ซ่อนอะไรเบื้องหลังอยู่&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วันที่ 6&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;วันนี้จะลองกินมื้อเดียว ภายใน 1.30 ชมอีกครั้ง แล้วก&lt;strong&gt;็อึดอัดอย่างที่เคยเป็น&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เลยงีบหลับสักพัก&lt;/strong&gt; เพื่อให้สามารถย่อยอาหารได้เต็มที่ ก&lt;strong&gt;็พบว่าช่วยได้นะ&lt;/strong&gt; พอตื่นก็กลับมาอ่านหนังสือได้อย่างมีสมาธิ เหมือนมีการศึกษาว่าการงีบหลังอาหารกลางวันช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นด้วยมั้ง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อีกอย่างที่ช่วย คือ &lt;strong&gt;ดื่มน้ำเยอะๆ&lt;/strong&gt; เพื่อให้การย่อยทำงานได้ดีขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วันนี้เกิดความอยากลองเล่นเกมส์ขึ้นมา เลยลองเล่นดู และเกิดความรู้สึกตื่นเต้นในแบบที่มี dopamine หลั่ง แต่พอเหมือน&lt;strong&gt;ถือศีล8 ไปเรื่อยๆ เริ่มกลายเป็นนิสัยไม่ชอบอะไรที่ตื่นเต้นแบบผิดปกต&lt;/strong&gt;ิแล้ว เราเลยเริ่มรู้สึกไม่อยากจะเล่นเท่าไหร่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วันนี้ก็อยากลองฟังเพลงดูด้วย แต่พอฟังแล้ว ก&lt;strong&gt;็เกิดความรู้สึกไม่ชอบความเคลิบเคลิ้ม ขาดสติ ที่ได้รับจากเสียงเพลง&lt;/strong&gt; ส่วนหนึ่งกลายเป็นความรำคาญ และมีสมาธิอ่านหนังสือไม่เต็มที่แทน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วันนี้หลังจากท&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/keto-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88-fasting"&gt;ี&lt;strong&gt;่งดเครื่องดื่มพวกโกโก้&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; จากการที่ได้รู้ความจริงว่ามันให้พลังงาน และ ทำให้ประโยชน์จากการ Fasting เสียไปได้ วันนี้ออกกำลังกายเสร็จ ก็ดื่มแต่น้ำเปล่า(ถ้าหน้ามืด อาจเติมเกลือเล็กน้อย) ก็เริ่มกลับมาใช้ความคิดได้อย่างคล่องแคล่ว และพรั่งพรูขึ้นแล้ว &lt;strong&gt;ไอเดียดีๆ เริ่มจะออกมาแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/div&gt;
      
  &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-field-notes field--type-text-long field--label-above"&gt;
    &lt;div class="field__label"&gt;Notes&lt;/div&gt;
              &lt;div class="field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;** บทความนี้อยู่ใน &lt;strong&gt;หมวดหมู่ บันทึกประจำวัน&lt;/strong&gt; ซึ่งมักจะเป็นเนื้อหาที่ &lt;strong&gt;ยังอยู่ในระหว่างการทดลองส่วนตัว ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป &lt;/strong&gt;ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ จึง&lt;strong&gt;ขอแนะนำให้ผู้อ่านติดตาม จากเนื้อหาที่มีความเป็นปัจจุบันที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการคลิกที่ ลิงค์ &lt;/em&gt;&lt;code&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;"Tags"&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;/code&gt;&lt;em&gt; &lt;strong&gt;ที่เกี่ยวข้องด้านล่าง เพื่ออ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ที่มีการอัพเดตล่าสุด&lt;/strong&gt; ได้เลยครับ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
          &lt;/div&gt;
&lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/dopamine-fasting" hreflang="en"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=76&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="zAAayoY2flFBD0rnQtrwUX9WFjPj3Gp8sVI36USxFI0"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 24 Oct 2023 13:50:58 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">76 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>ข้อเสียของ Social media</title>
  <link>http://note.diarybe.com/devlogs/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-social-media</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;ข้อเสียของ Social media&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-10-24T20:49:36+07:00" title="Tuesday, October 24, 2023 - 20:49" class="datetime"&gt;Tue, 10/24/2023 - 20:49&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กำไร&lt;/strong&gt;ของ Social media &lt;strong&gt;มาจากการดึงเวลาว่างในชีวิตผู้คน&lt;/strong&gt; มาแปลงเป็นเงิน ผ่านการขายโฆษณา ยิ่งสามารถทำให้ผู้คนเอา&lt;strong&gt;เวลาว่างของตนเอง&lt;/strong&gt;มาใช้งานได้นานขึ้นมากเท่าไหร่ ก็จะขายโฆษณาได้มากขึ้นเท่านั้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ระบบในการดึงเวลาผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด คือ &lt;strong&gt;การหาข้อมูลที่ผู้ใช้สนใจมาป้อนให้โดยอัตโนมัติ&lt;/strong&gt; ซึ่งด้านหนึ่งก็มีประโยชชน์ แต่บางทีก็เหมือนดาบสองคมและ&lt;strong&gt;เป็นโทษ ในกรณีที่ขาดการกลั่นกรองอย่างเหมาะสม&lt;/strong&gt; เช่น ผู้ใช้งานเผลอไปดูการ์ตูนเรื่องหนึ่ง ระบบก็เข้าใจว่าผู้ใช้ชอบดูการ์ตูน และส่งการ์ตูนมาให้ดูเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนติดการ์ตูนไป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เวลาในชีวิตที่ถูกดึงไป &lt;strong&gt;โดยปกติมักเป็นเวลาที่ผู้คน เอาไปใช้ทำงานอดิเรก ทำในสิ่งที่ตนเองสนใจโดยเฉพาะให้เชี่ยวชาญมากขึ้น หรือ พัฒนาตนเอง&lt;/strong&gt; หมายความว่า ยิ่งถูกดึงเวลาไปใช้กับ Social media มากขึ้นเท่าไหร่ คนก็จะไม่ได้พัฒนาตนเองมากขึ้นเท่านั้น
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เกิดคนที่รู้หลายอย่าง แต่ไม่ได้เก่งหรือเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ไม่มีอะไรโดดเด่น เป็นเหมือนๆกันหมด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ผู้คนหลงลืมความเป็นตัวเองไป&lt;/strong&gt; จากเหตุผลที่ถูกดึงเวลาชีวิตไป จนไม่ได&lt;strong&gt;้พัฒนาในสิ่งที่ตนเองสนใจ หรือ สิ่งที่เราถนัดจริงๆ&lt;/strong&gt; ต่อให้เราได้รู้และเข้าใจสิ่งที่เป็นที่นิยมอยู่ในSocialขณะนั้น แต่สุดท้ายกระแสสังคมไม่นานก็เปลี่ยนไป ความเข้าใจนั้นก็ไม่ได้ประโยชน์มากไปกว่าการเอาไปคุยกับคนอื่นรู้เรื่องในช่วงนั้น &lt;strong&gt;แต่การที่เราพัฒนาตนเอง พัฒนาความรู้ในด้านที่เราสนใจ ในสิ่งที่เป็นตัวเราจริงๆ ให้เก่งขึ้น เชี่ยวชาญขึ้น มันจะอยู่กับเราไปตลอด &lt;/strong&gt;รวมถึงอนาคต คนอื่นจะต้องมาขอให้อธิบายสิ่งที่เราเชี่ยวชาญให้ฟังเสียอีก เผลอๆ อาจจะมีคนจำนวนมาก อยากฟังเรื่องที่เราพูด ไปตลอดทั้งชีวิตของเราเลย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เป็นการฝึกใช้เวลาว่างให้ไม่เกิดประโยชน์&lt;/strong&gt; แทนที่เวลาว่าง จะทำงานอดิเรก หรือแม้แต่หยิบหนังสือเล่มเล็กๆขึ้นมาอ่าน เพื่อให้ได้พัฒนาตนเองและสมองได้ใช้งาน แต่กลับมาเลื่อนหน้าจอ Social media เพื่อรอดูข้อมูลที่ถูกป้อนให้เรื่อยๆ &lt;strong&gt;สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้จริงๆ มาจากการเอาเวลาว่างอันน้อยนิด ที่มีอยู่ในแต่ละวัน มาพัฒนาตนเอง ไม่ใช่การเอาแต่อ่านข้อมูล ข่าวสาร ที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน &lt;/strong&gt;ไม่ได้เพิ่มคุณค่าของตัวเราในระยะยาวจริงๆ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวทางแก้ไข&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;โดยส่วนใหญ่ &lt;strong&gt;ข้ออ้างในการเล่น Social media คือ การติดตามข่าวสาร&lt;/strong&gt; ซึ่งถ้าอ่านข่าวจริงๆ แค่วันละครั้งก็พอแล้ว อย่างสมมติถ้าเปลี่ยนจาก Social media เป็น &lt;u&gt;หนังสือพิมพ์ ที่นำเสนอข่าวสารประจำวันเหมือนกัน ก็ไม่ค่อยเห็นมีใคร เอามานั่งอ่านทั้งวัน ไม่เว้นแม้แต่เวลาว่างเลย จริงไหมนะ?!&lt;/u&gt; หรือ &lt;strong&gt;สิ่งที่ Social media มีนอกเหนือจากข่าวสาร คือ ความบันเทิง ที่ไม่ค่อยมีสาระประโยชน์มากกว่า&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เคยลองใช้แบบจำกัดเวลาต่อวัน &lt;/strong&gt;ทั้งกำหนดเวลาเอง และ การใช้โปรแกรมช่วย&lt;strong&gt; สุดท้ายก็ลืมและกลับไปเล่นยาวๆอยู่ดี&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วิธีการสังเกตตัวเองว่า เสพติด social media หรือไม่ คือ ลองหยุดใช้งานดูสักวัน &lt;/strong&gt;ดูว่าจะมีอาการกระสับกระส่าย ไม่มีอะไรทำ อยากจะกลับเข้าไปใช้ ทั้งๆที่ไม่มีธุระอะไรหรือไม่ ถ้ามีอาการแบบนี้ก็น่าจะเสพติดแหละ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;สาเหตุเกิดจาก ความบันเทิง ที่เราได้รับจาก social media ทำให้เกิดการหลั่งสาร &lt;strong&gt;Dopamine&lt;/strong&gt; ในสมอง
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;dopamine จะถูกหลั่ง เมื่อเราได้ทำ หรือ ได้รับ สิ่งที่เราชอบ สนุก เพลิดเพลิน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ซึ่งในธรรมชาติจริงๆ จะเป็นผลมาจาก การได้รับอาหาร การออกกำลังกาย หรือ การได้รับรางวัลต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมักจะได้รับ หลังจากที่มีการกระทำที่ต้องอาศัยความพยายาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ไม่ได้เป็นผลเสีย เป็นแรงกระตุ้นตามธรรมชาติ ให้เราทำสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเอง เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แต่ในยุคปัจจุบัน &amp;nbsp;เช่น การอ่าน ดู ฟัง เล่น สิ่งที่ทำให้เกิดความบันเทิงต่างๆ หรือ กระทั่งสิ่งเสพติด มันทำให้เราสามารถเกิดการหลั่ง dopamine ได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไร พอสมองได้รับบ่อยๆเข้า ก็จะเริ่มได้ผลน้อยลง ต้องทำมากขึ้นเพื่อให้ได้รับผลเท่าเดิม กลายมาเป็นอาการเสพติด ส่งผลให้ไม่สามารถ ทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆได้ตามปกติ การทำงาน การเรียนเสียไป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จะมีวิธีการที่เรียกว่า &lt;a href="https://www.health.harvard.edu/blog/dopamine-fasting-misunderstanding-science-spawns-a-maladaptive-fad-2020022618917"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt; คือ การหยุดทำกิจกรรม ที่ทำให้เกิด Dopamine แบบผิดธรรมชาติ เพื่อให้สมองกลับมาทำงานในแบบปกติ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถ้าเป็นไปได้ เลิกเล่น Social media&lt;/strong&gt; หรือ ถ้ายังไม่ได้ &lt;strong&gt;ต้องใช้งานแบบเฉพาะกิจ โดยหลีกเลี่ยงหน้า Feed ที่มีการป้อนข้อมูลให้เราตลอดเวลา&lt;/strong&gt; เช่น ใช้สำหรับเข้า Group เรียนเท่านั้น, สำหรับเข้าอ่านบางเพจที่เราติดตาม ที่มีสาระประโยชน์จริงๆ เป็นต้น
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ส่วนหน้า Feed เอาไว้ดูแค่แป๊บเดียว เพื่อดูข่าวคราวคร่าวๆ แล้วรีบออก ไม่งั้นจะเผลอไปดูอีกยาว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วิธีที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการเลิกใช้ไปเลย&lt;/strong&gt; แล้วเอาเวลามาศึกษา ศาสตร์ต่างๆด้วยตนเองดีกว่า &lt;strong&gt;ยอมโง่กว้างแต่รู้ลึกในทุกเรื่องที่เรารู้ น่าจะเป็นประโยชน์กับชีวิตในระยะยาว มากกว่า&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;การรู้กว้างขวางทุกอย่างแต่ไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ในชีวิตจริงสักอย่าง&lt;/strong&gt; นอกจากนี้ หากเวลาผ่านไป ยิ่งเราเพิ่มศาสตร์ที่ศึกษาไปเรื่อยๆ &lt;strong&gt;ก็จะกลายเป็นผู้ที่รอบรู้ ทั้งรู้กว้างขวางและรู้ลึก&lt;/strong&gt; และยังนำไปใช้ได้จริงอย่างกว้างขวาง และอาจเกิดการบูรณาการได้อย่างไม่สิ้นสุดในที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ปล. Social media ที่หมายถึง คือ สื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมด ที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้สร้างเนื้อหาหลัก แต่อาศัยเนื้อหาจากผู้ใช้งานมาอัพเดตตัวเองตลอดเวลา เช่น Facebook, Youtube, Twitter, Tiktok เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89" hreflang="en"&gt;การเรียนรู้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/dopamine-fasting" hreflang="en"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/ideas" hreflang="en"&gt;ideas&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=75&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="creQRQ0IJHaYyEHIhrOHs4xJPPEaQKFrR-C4-EUF_sY"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 24 Oct 2023 13:49:36 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">75 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>สรุป ปัจจัยที่ทำให้มีสมาธิดีขึ้น</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;สรุป ปัจจัยที่ทำให้มีสมาธิดีขึ้น&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-10-21T19:15:47+07:00" title="Saturday, October 21, 2023 - 19:15" class="datetime"&gt;Sat, 10/21/2023 - 19:15&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;เนื่องจากช่วงก่อนหน้า ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องสมาธิในการอ่านหนังสือ แล้วก็พยายามหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาเรื่อยๆ จนรวบรวมปัจจัยได้ประมาณหนึ่ง ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจัยที่ทำให้มีสมาธิดีขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อาหาร&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ชนิดของอาหาร&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ควรกินอาหารที่ทำจาก&lt;strong&gt;แป้งแปรรูป &lt;/strong&gt;ในปริมาณมาก เช่น ขนมต่างๆ ข้าวขาวขัดสี เป็นต้น &lt;strong&gt;หากกินเกิน 250 kcal&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ใน 1 วัน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;อาจจะทำให้เกิดอาการขาดสมาธิ&lt;/strong&gt; จากระดับน้ำตาลในเลือดที่เหวี่ยงขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว (พอกินได้ แต่อย่ากินเยอะ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อาหารอย่างอื่นไม่ค่อยมีผล แต่ถ้าเป็นกลุ่มแป้ง(คาร์โบไฮเดรต) &lt;strong&gt;ควรกินแป้งไม่แปรรูป(คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน)&lt;/strong&gt; เช่น ธัญพืช ข้าวกล้องไม่ขัดสี เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ปริมาณการกินอาหาร&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กินแค่พออิ่ม โดยไม่ควรกินเกิน 600-700 kcal ต่อ 1 มื้อ ไม่ควรกินจนรู้สึกแน่นล้น &lt;/strong&gt;ต่อให้เป็นอาหารสุขภาพก็ตาม เช่น แป้งไม่ผ่านกรรมวิธี ธัญพืช เป็นต้น หากกินมากเกินไป&lt;strong&gt; ระบบย่อยอาหารจะทำงานหนัก เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้ไม่สามารถมีสมาธิไปหลายชั่วโมง &lt;/strong&gt;จนกว่าจะย่อยเสร็จ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;โดยส่วนตัว เคยพยายามทำ IF ด้วยการกินเพียงวันละมื้อ โดยการพยายามกินให้ได้พลังงานเทียบเท่ากับปกติ(1,200kcal) &amp;nbsp;เพื่อให้ยังคงมีแรงทำงาน ทำให้ต้องกินปริมาณมากในคราวเดียว(&lt;a href="https://www.michiganmedicine.org/health-lab/4-ways-stop-digestive-discomfort-after-supersized-meal"&gt;overeating&lt;/a&gt;) ผลคือ ไม่มีสมาธิ &lt;strong&gt;เสียเวลาอ่านหนังสือ/ทำงานได้ไม่ดี ไปหลายชั่วโมง&lt;/strong&gt; จนกว่าจะย่อยอาหารเสร็จ จึงจะกลับมาเป็นปกติ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่พอ&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3if-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD"&gt;&lt;strong&gt;เปลี่ยนมากิน 2 มื้อ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; และ กินแบบปกติ แค่พออิ่ม ไม่มากเกินไป(600kcal) ก&lt;strong&gt;็มีสมาธิตลอดวัน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ออกกำลังกาย&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่ออกกำลังกายหนัก&lt;/strong&gt; คือ ออกกำลังกายจนเพลีย ม&lt;a href="https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fragi.2023.1161814/full"&gt;ีงานวิจัย&lt;/a&gt;ว่า ถ้าออกกำลังกายหนัก แบบวิ่งมาราธอน วันละ 1 ชม จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ, oxidative stress มากขึ้นแทน ส่งผลให&lt;strong&gt;้แก่เร็วขึ้นด้วย&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โดยส่วนตัว &lt;strong&gt;ออกกำลังกายไม่เกินวันละ 15-20 นาที&lt;/strong&gt; ก็ช่วยให้สมองเกิดไอเดียดีๆ เยอะมาก ทั้งการพัฒนาตนเอง การแก้ไขปัญหาชีวิต ฯลฯ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3if-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD"&gt;&lt;strong&gt;การออกกำลังกาย ร่วมกับ IF&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; โดยออกกำลังกาย หลังกินอาหารมื้อสุดท้ายไป 4 ชม ช่วยเร่งประโยชน์จากการ Fasting ให้เกิดเร็วขึ้น ประมาณ 3-4 ชม.&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ศีล 8&lt;/strong&gt; - เป็นทั้งการ ทำ &lt;strong&gt;Intermittent Fasting&lt;/strong&gt; ในเรื่องการงดอาหารหลังเที่ยง และ การทำ &lt;strong&gt;Dopamine Fasting&lt;/strong&gt; ในเรื่องการงดสิ่งบันเทิงต่างๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้มีสมาธิมากขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4"&gt;&lt;strong&gt;นั่งสมาธิ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจัยที่ทำให้สมาธิแย่ลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนใหญ&lt;strong&gt;่ปัจจัยที่ทำให้สมาธิแย่ลง&lt;/strong&gt; มักเป็น&lt;strong&gt;ผลจากการทำกิจกรรม ที่มีการกระตุ้น dopamine&lt;/strong&gt; ให้เกิดขึ้นแบบไม่เป็นธรรมชาติ เช่น การดูหนัง/การ์ตูน เล่นเกมส์ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน เราเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายมาก และแทบจะไม่จำกัด &lt;strong&gt;ซึ่งเมื่อมีการทำบ่อยๆ สมองจะลดการหลั่ง dopamine ลง ส่งผลให้ ต้องทำกิจกรรมเหล่านั้นมากขึ้น เพื่อให้ได้รับ dopamine เท่าเดิม&lt;/strong&gt; จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า &lt;strong&gt;การเสพติด&lt;/strong&gt; และ อยากได้สิ่งเหล่านี้มากขึ้นๆไปอีก จนควบคุมตนเองไม่ได้ เป็นหลักการเดียวกับคนติดยาเสพติด ซึ่งการงดเว้นสิ่งเหล่านี้ เรียกว่า &lt;strong&gt;dopamine fasting&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เล่นเกมส์&lt;/strong&gt; จริงๆมีงานวิจัยว่า การเล่นเกมส์บางประเภท เช่น tetris ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น สมองส่วนวางแผนดีขึ้น แต่เกมส์บางประเภท &lt;strong&gt;อาจทำให้หัวร้อน หงุดหงิด หรือ ติดเกมส์(เกิดจากการเสพติด dopamine) ก็ทำให้ สติแตก สมาธิกระเจิงแทน&lt;/strong&gt; และ จริงๆ ทักษะหลายๆอย่าง สามารถเรียนรู้จากชีวิตจริง ได้ดีกว่าการฝึกจากเกมส์&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ดูหนัง/ดูการ์ตูน&lt;/strong&gt; จริงๆ โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ได้มีผลกับสมาธิเท่าไหร่ แต่จะเป็น&lt;strong&gt;เรื่องเสียเวลาชีวิตไปเปล่าๆมากกว่า และถ้าทำเป็นนิสัย&lt;/strong&gt; เวลาว่างแทนที่จะเลือกอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความรู้ สติ สมาธิ ก็จะกลายเป็นหาอะไรเพลินๆดูเรื่อยเปื่อยแทน ซึ่งจะทำให้สมองไม่ได้ถูกใช้งาน จนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ค่อยใช้ความคิด สมองฝ่อ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;figure role="group" class="caption caption-img"&gt;
&lt;img data-entity-type="file" data-entity-uuid="419e7b52-c8c3-47b2-a515-05f8f931561c" height="3072" src="http://note.diarybe.com/sites/default/files/inline-images/IMG_20231021_140331.jpg" width="4080"&gt;
&lt;figcaption&gt;พอทำอย่างที่บอกไป ตอนนี้ก็กลับมามีสมาธิ อ่านหนังสือได้ทั้งวันแล้ว&lt;/figcaption&gt;
&lt;/figure&gt;

&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/dopamine-fasting" hreflang="en"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=72&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="yAOcMBTg6N6w72IyX-u_5PFSMpIokCvxp-vHM6-oXjE"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 21 Oct 2023 12:15:47 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">72 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>วิธีการใช้เวลา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;วิธีการใช้เวลา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-10-19T19:25:11+07:00" title="Thursday, October 19, 2023 - 19:25" class="datetime"&gt;Thu, 10/19/2023 - 19:25&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;ปัญหาที่เจอคือ ทุกวันนี้ &lt;strong&gt;เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตก็ยังคงถูกเอาไปใช้ ทำสิ่งไร้สาระเป็นส่วนมาก&lt;/strong&gt; มีแค่ไม่กี่ชั่วโมง ที่ได้ทำสิ่งที่มีประโยชน์กับชีวิตจริงๆ ทำให้รู้สึกว่าเสียชีวิตไปเปล่าๆ ในแต่ละวันเยอะมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาวิเคราะห์ดูดีๆ &lt;strong&gt;ปัญหาจริงๆมันเกิดจากอะไรกันนะ&lt;/strong&gt; เกี่ยวกับที่เราไม่ได้จัดตารางเวลารึเปล่า แต่เราก็เคยจัดตารางเวลาอยู่นะ และสุดท้ายก็ทำตามที่วางแผนไว้ไม่ได้, หรือเราต้องฝึกวินัยรึเปล่า แต่มันก็ไม่ต่างกับเหตุผลแรก เดี๋ยวเราก็แหกกฏอยู่ดี แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้เรา &lt;strong&gt;ไม่สามารถทำตามแบบแผนที่เราวางไว้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จริงๆเรื่องการวางแผน หรือ ทำตารางชีวิต มันเป็นอะไรที่ไม่ค่อยยืดหยุ่น &lt;strong&gt;เราไม่สามารถรู้ได้ว่า สิ่งที่เรากำหนดไว้ว่าจะทำในแต่ละวัน มันเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับเราจริงๆหรือไม่&lt;/strong&gt; เช่น วางตารางเวลาไว้แน่น แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้จริง เพราะ ยังไม่ทันทำความเข้าใจกับเนื้อหาเรื่องนึงได้เพียงพอ ก็ไปเรื่องถัดไปแล้ว จึงอาจไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และ ขาดความยืดหยุ่น เป็นต้น &lt;strong&gt;ดังนั้น หากจะทำ ให้ทำเพียงคร่าวๆ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;แต่สิ่งที่ควรโฟกัส คือ การใช้เวลาในทุกนาที ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อะไรที่ทำให้เรา ใช้เวลาไม่คุ้มค่า&lt;/strong&gt; ทุกนาที หรือเสียเวลาเป็นชั่วโมง หรือ หลายชั่วโมง ในแต่ละวัน &lt;strong&gt;กับการทำอะไรเรื่อยเปื่อยไม่ได้ประโยชน์&lt;/strong&gt; เช่น เล่น social network ไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน, ดู youtube เรื่อยเปื่อย ดูการ์ตูน ดูหนัง เป็นต้น &lt;strong&gt;มากกว่าอ่านหนังสือ, หาความรู้ พัฒนาตนเอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัญหานี้ จริงๆ เหมือน&lt;strong&gt;มีต้นตอร่วมกันอย่างหนึ่ง&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;กิเลส&lt;/strong&gt; ซึ่งมักจะเป็นในส่วนของ &lt;strong&gt;ความโลภ ความโกรธ และ ความหลง &lt;/strong&gt;ที่คอยชักนำ ให้เราใช้ชีวิตจมอยู่กับสิ่งไร้สาระ เช่น &lt;strong&gt;ความโลภ&lt;/strong&gt; ทำให้อยากดูหนัง การ์ตูน เล่นเกมส์ &lt;strong&gt;เสพติดสิ่งบันเทิง&lt;/strong&gt; เสียเวลาชีวิตแทบทั้งวัน, &lt;strong&gt;ความโกรธ&lt;/strong&gt; ทำให&lt;strong&gt;้อยากเถียงกับคนทุกคน&lt;/strong&gt;ที่เห็นต่างใน social network พยายามหาข้อมูล เหตุผลมาถกเถียง จนอาจเสียเวลาชีวิตไปมาก และ &lt;strong&gt;ความหลง&lt;/strong&gt; ซึ่งอาจเป็นหัวหน้าใหญ่ของกิเลสทั้งหมด &lt;strong&gt;ทำให้เกิดความเคยชิน ที่จะหาอะไรทำไปตามกิเลส แบบไม่รู้ตัว&lt;/strong&gt; เพลิดเพลินไปวันๆ จนเวลาชีวิตหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีการที่จะพัฒนาตนเอง และ ใช้เวลาทุกนาทีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด น่าจะมีวิธีเดียวคือ &lt;strong&gt;การมีสติรู้ทันกิเลส ซึ่งคอยบงการเราอยู่ทุกนาที&lt;/strong&gt;(จริงๆ อาจจะทุกวินาทีเลยด้วยนะ) &lt;strong&gt;รวมถึงบางทีต้องฝืนความเคยชินจากกิเลสเก่าๆ&lt;/strong&gt; เช่น ว่างๆ ก็อยากหาหนัง-การ์ตูนดู, หาเกมส์เล่นสนุกๆ หรือ เล่น social network เพลินๆ เป็นต้น &lt;strong&gt;ซึ่งในช่วงแรก อาจจะทำให้ต้องฝืนใจตัวเองอย่างมาก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ในเรื่องของการฝืนใจตัวเอง จากสิ่งที่เราชอบ ติดใจ ขาดไม่ได้ ต้องมีในทุกๆวัน &lt;/strong&gt;ในทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า&lt;strong&gt; Dopamine Fasting &lt;/strong&gt;ซึ่งหลักการของการเสพติดมาจาก Dopamine นี่แหละ โดยหลักของการเสพติด เกิดจากเวลาที่เราทำอะไรที่เหมือนเป็น&lt;strong&gt;การได้รับรางวัล&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;จะเกิดการหลั่ง dopamine&lt;/strong&gt; เช่น กินข้าว เล่นเกมส์ ดูหนัง เป็นต้น แต่หาก&lt;strong&gt;ได้รับสิ่งเดิมซ้ำๆ บ่อยๆ (ซึ่งง่ายมากในยุคปัจจุบัน)&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;การหลั่งdopamine ในสมองก็จะยากขึ้น&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ทำให้เราต้องแสวงหาสิ่งกระตุ้นมากขึ้น เพื่อให้ได้ dopamine เท่าเดิม หรือมากขึ้น และ ก็จะยิ่งเสพติดมันมากขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การทำ &lt;strong&gt;Dopamine Fasting&lt;/strong&gt; เป็นการงดจากสิ่งที่ให้ความบันเทิงทั้งหลาย และใช้ชีวิตแบบที่คิดว่าน่าเบื่อ ไม่มีอะไรทำ เป็น&lt;strong&gt;การฝืนใจแบบมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์&lt;/strong&gt;เข้าช่วย จะทำให้เราเข้าใจตัวเองง่ายขึ้น ว่า&lt;strong&gt;ช่วงแรกที่งดสิ่งบันเทิง ยังไงก็ต้องหงุดหงิด&lt;/strong&gt; กระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิ เป็นธรรมดา &lt;strong&gt;แต่พอผ่านพ้นไป&lt;/strong&gt; จะพบว่า &lt;strong&gt;หนังสือ หรือ สิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิต ที่อยู่ตรงหน้า&lt;/strong&gt; ที่เคยรู้สึกว่าน่าเบื่อ พอลองมาดูจริงๆ &lt;strong&gt;ก็กลับกลายเป็นรู้สึกสนุก มีความสุข อยู่กับมันขึ้นมาได้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;กลับมาที่เรื่องของ กิเลส &lt;strong&gt;มีวิธีการสู้กับกิเลสวิธีหนึ่ง ที่ได้ผลดี คือ การมีสติรู้ทัน&lt;/strong&gt; เพราะ กิเลสจะเกิดเมื่อเราไม่มีสติรู้ทัน หรือ &lt;strong&gt;เมื่อเราหลงนั่นเอง&lt;/strong&gt; หากมีสติรู้ทัน ความคิด ทุกเวลา เท่าที่ทำได้ เราก็จะควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องรอย และ&lt;strong&gt;สามารถพัฒนาตนเองให้ยิ่งๆขึ้นไปได้จริง &lt;/strong&gt;โดยส่วนตัว คิดว่า &lt;strong&gt;การเจริญสติ ได้ผลในระยะยาวมากกว่า dopamine fasting&lt;/strong&gt; เพราะ มันละเอียดไปถึงระดับ การรู้ทันความคิด รู้ทันกิเลสตัวเอง มันเปลี่ยนนิสัยได้ถึงระดับต้นตอ ซึ่งเมื่อ&lt;strong&gt;นิสัยเปลี่ยนตั้งแต่ระดับหยาบๆ ไปจนถึงระดับที่ละเอียดปราณีตที่สุด&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ก็เป็นคนใหม่ที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิมได้จริงๆอย่างมาก&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;และ สามารถยกระดับความเข้าใจชีวิตขึ้นไปได้เรื่อยๆ จนถึงขนาดที่ว่ามุมมองชีวิตเปลี่ยนไปได้เลย(ดีขึ้น)&lt;/strong&gt; ต่างจาก dopamine fasting ที่แม้จะงดไปสักพักใหญ่ๆ แต่พอลืมก็กลับไปหาสิ่งบันเทิงใหม่ หรือแม้จะทำมาได้นาน แต่นิสัยเดิม หรือ ความคิดก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ก็ไม่ได้มีอะไรพัฒนาขึ้นมากนัก&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0" hreflang="en"&gt;ธรรมะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/dopamine-fasting" hreflang="en"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=69&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="SGoHWp54RPwp1kevaZmXlS27U0LYdE1hrPHfkKu4688"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 19 Oct 2023 12:25:11 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">69 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>ลองเปลี่ยนช่วงการ Fasting มาเป็นเป็นช่วงเช้า แล้วมากินข้าวเย็นแทน</title>
  <link>http://note.diarybe.com/dailylog/%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-fasting-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;ลองเปลี่ยนช่วงการ Fasting มาเป็นเป็นช่วงเช้า แล้วมากินข้าวเย็นแทน&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-09-05T07:26:02+07:00" title="Tuesday, September 5, 2023 - 07:26" class="datetime"&gt;Tue, 09/05/2023 - 07:26&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหา&lt;/strong&gt;: ช่วงก่อน ทำ IF 22.5/1.5 โดย กินข้าวเช้าในช่วงเวลา 1 ชม. ครึ่ง และ อด(Fasting) 22 ชม. ครึ่ง แต่พบว่า ถึงแม้จะกินแบบนั้น ก็ยังไม่ค่อยมี สติ สมาธิในการอ่านหนังสือ และทำงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมมุติฐาน&lt;/strong&gt;: การกินอาหารเป็นเหมือนการได้รับ reward* ซึ่งถ้าได้รับ reward โดยการกิน แล้วค่อยไปทำงาน มันก็คงจะไม่อยากทำสักเท่าไหร่ ที่เหมาะสม ควรจะเป็นทำงานทั้งวัน แล้วถึงได้รับ reward &lt;strong&gt;ลองนึกๆดู ถ้าย้อนไปสมัยบรรพบุรุษ ก็ต้องออกกำลังหรือใช้สติปัญญาเพื่อไปหาอาหารก่อน แล้วถึงจะได้อาหารเป็นรางวัลเพื่อความอยู่รอด ร่ายกายคนเรา ก็น่าจะถูกธรรมชาติสร้างมาแบบนั้น&lt;/strong&gt;&lt;br&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;*ในเรื่องของการ Reward ก็เกี่ยวข้องกับการหลั่ง dopamine ด้วย โดยส่วนตัวคิดว่า &lt;strong&gt;หากมีกิจกรรมไหนที่มีการหลั่ง dopamine มาก เช่น กินข้าว, เล่นเกมส์, ดูหนัง&amp;amp;การ์ตูน จะทำให้สมองเฉี่อยชากับกิจกรรมที่มีการหลั่ง dopamine น้อยกว่า เช่น อ่านหนังสือ ทำงาน เป็นต้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การทดลอง&lt;/strong&gt;: IF 22.5/1.5 เหมือนเดิม โดยเปลี่ยนเป็นกินเป็นมื้อเย็นแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หมายเหตุ: &lt;strong&gt;หากไม่ได้ผล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ก็อาจจะ&lt;strong&gt;เพิ่มเวลาการ Fasting ขึ้นไปอีก เพื่อเพิ่ม stress (ที่ดี) ให้กับร่างกาย&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือบางทีถ้า Fasting นานๆ ร่างกายจะลดการเผาผลาญ (Metabolism) แทน ซึ่งจะทำให้กระบวนการ Fasting ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร อาจทำให้ร่างกายงงเล่น ด้วยการ &lt;strong&gt;กินเช้าวันนึง แล้วกินเย็นอีกวัน สลับไปในแต่ละวัน&lt;/strong&gt; เพื่อให้ร่างกายปรับ อัตราการเผาผลาญ(Metabolism) ตามไม่ทัน และยังเผาผลาญด้วยอัตราเท่าเดิม&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;hr&gt;
&lt;p&gt;หลังจากทดลองแล้ว เป็นระยะเวลา 1 วัน พบว่าก็ยังไม่มีสมาธิอ่านเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่มีแรงจะไปฟุ้งซ่านทำอย่างอื่นนอกลู่นอกทาง แต่พบเจอสิ่งที่น่าสังเกต คือ&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ได้ลองเดินตลาดนัดตอนเย็น เกือบ 1 ชม ก็พบว่ายังเดินได้กระฉับกระเฉง ดูไม่ค่อยต่างกับคนที่อดอาหารมา เกือบ 30 ชมเลย แสดงว่า &lt;strong&gt;วิถีชีวิตในปัจจุบันที่อยู่แต่ในห้อง นั่งเก้าอี้ อ่านหนังสือ มันไม่ได้ใช้พลังงานเยอะเลย ทำให้พลังงานสะสมน่าจะยังเหลืออยู่เยอะ(ต่อให้กิน 1 มื้อ ถ้ากินมื้อใหญ่ ก็ยังมีพลังงานเหลือได้)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อ่านหนังสือได้ไม่ต่างกัน&lt;/strong&gt; ไม่ว่าจะหลังจากกินมื้อเช้า หรือระหว่างอด แสดงว่าน่าจะมาจากปัจจัยอื่น เช่น เป็นวิชาที่เราไม่เคยเรียนมาก่อน ทำให้การเรียนใหม่ อาจจะต้องใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจมากขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อาหารที่ตลาดนัดช่วงเย็น มักจะแพงกว่า ตลาดสดในช่วงเช้า&lt;/strong&gt; ราคาต่างกันเท่าตัว เช่น ซื้อกับข้าวถุงจากร้านอาหารในตลาดสดช่วงเช้า อาจจะใช้งบประมาณเพียง 70 บาท ก็ได้ปริมาณเทียบเท่าอาหาร 2 มื้อแล้ว แต่ถ้าเป็นตลาดนัดช่วงเย็น อาจะต้องใช้งบประมาณถึง 100 บาท ในปริมาณเท่ากัน&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;สรุปแผนที่จะทำต่อ&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ลดการรับพลังงาน เพื่อหวังผลการทำสมาธิได้ดีขึ้น&lt;/strong&gt; เปลี่ยนกลับมากินมื้อเช้าเหมือนเดิม แต่ลดปริมาณลง เช่น เคยกินอาหารที่ 120บาท ก็ลดลงมาเหลือ 70บาท&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่กินมื้อเย็น เพราะ แพงกว่ามื้อเช้า&lt;/strong&gt; และ ผลในเรื่องสมาธิไม่ต่างกันเท่าไหร่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อาจลดการวิ่งลง ไม่เกินวันเว้นวัน หรือ สัปดาห์ละไม่เกิน 2-3 ครั้ง&lt;/strong&gt; เพื่อลดการเสียพลังงาน และ ไม่ต้องกินเยอะ(เปลืองตังค์) ส่วนเรื่องสุขภาพ การ IF ทำให้มีการหลั่ง Growth hormone เพื่อคงสภาพกล้ามเนื้อ แม้ไม่ได้ออกกำลังกายบ่อยแรงกล้ามเนื้อก็ยังไม่ตกเร็วอยู่แล้ว&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/intermittent-fasting" hreflang="en"&gt;Intermittent Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/dopamine-fasting" hreflang="en"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=4&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="fgwUL64ylSZ_-2XuftJHetW9UxuLj-98-KNeI0CJUsg"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 05 Sep 2023 00:26:02 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">4 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
