<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="http://note.diarybe.com/">
  <channel>
    <title>หนังสือที่อ่าน</title>
    <link>http://note.diarybe.com/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>Technical analysis of the financial market</title>
  <link>http://note.diarybe.com/node/222</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;Technical analysis of the financial market&lt;/span&gt;
&lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/trading" hreflang="en"&gt;Trading&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-08-03T13:36:57+07:00" title="Saturday, August 3, 2024 - 13:36" class="datetime"&gt;Sat, 08/03/2024 - 13:36&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทนำ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ใน&lt;strong&gt;การเคลื่อนตัวของราคา&lt;/strong&gt; เกิดจากปัจจัยของ Supply และ Demand
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ราคาขึ้น เกิดจาก Demand มีมากกว่า Supply&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ราคาลง เกิดจาก Supply มีมากกว่า Demand&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ในการวิเคราะห์จึงมี 2 แบบหลักๆ (ซึ่งทั้ง2 วิธี ก็มีพื้นฐานเดียวกัน คือ Supply and Demand)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Fundamental &lt;/strong&gt;คือ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาว่า Supply หรือ Demand ที่มากกว่ากัน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Technical&lt;/strong&gt; จะเป็นการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของ Supply - Demand ที่ปรากฏบนกราฟ เกิดเป็น&lt;strong&gt;พฤติกรรมราคา เรียกว่า market action&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะของ Technical analysis&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Market action discounts everything&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;อย่างที่บอกในข้างต้น คือ ทุกปัจจัยที่เกิดขึ้นบนโลก เกิดเป็นแรง Demand และ Supply แสดงผลออกมาบนกราฟ เป็น พฤติกรรมกราฟ เรียกว่า &lt;strong&gt;Market action&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จริงๆ การวิเคราะห์เชิง Technical ก็มีพื้นฐานเดียวกับ Fundamental คือ เรื่อง Supply &amp;amp; Demand เพียงแต่วิเคราะห์คนละวิธีการ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Price move in trends&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะสำคัญของ Technical analysis คือ Trend following nature &lt;/strong&gt;มีหลักการอยู่ว่า &lt;strong&gt;Trend มีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไป มากกว่าที่จะกลับตัว&lt;/strong&gt; หากเทียบกับหลัก ปัจจัยพื้นฐาน ก็คือ ปัจจัยหนึ่งๆ จะมีแนวโน้มส่งผลระยะเวลาหนึ่ง พอหมดปัจจัยนั้นๆ จึงจะกลับตัว หรือ ตามกฏแรงเฉื่อยข้อที่ 1 ของนิวตัน คือ &lt;strong&gt;ราคาก็จะวิ่งตามเทรนด์ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีปัจจัยอื่นส่งผล&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หลักการ Trend following จะสัมพันธ์กับ Fundamental คือ ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผล มักจะกินระยะเวลาเป็นช่วงหนึ่งๆ ส่งผลมายังกราฟ เกิดเป็นลักษณะของเทรนด์ระยะยาว จนกว่าจะหมดปัจจัย จึงเกิดการกลับตัว(ซึ่งก็จะเห็นได้จาก market action ในกราฟอีกเช่นกัน)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;History repeats itself&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ส่วนหนึ่งในกราฟ เป็นเรื่องของจิตวิทยา (Psychology) ที่แสดงออกมาเป็น &lt;strong&gt;Chart pattern รูปแบบต่างๆ ที่ใช้ได้ซ้ำๆ&lt;/strong&gt; ตราบใดที่มนุษย์ยังคงเป็นส่วนใหญ่ที่เทรด ไม่ใช่ AI หรือ Algorithm&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อเสียของ Fundamental &lt;/strong&gt;คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;บ่อยครั้ง ที่&lt;strong&gt;ราคาเคลื่อนแบบหาเหตุผลไม่ได้&lt;/strong&gt; เพราะ ไม่สามารถติดตามหาเหตุผลด้าน Fundamental ได้ทั้งหมดในโลก
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Technical สามารถติดตามพฤติกรรมราคาได้ทั้งหมด และ จะเร็วกว่าFundamental อีกด้วย เพราะ &lt;strong&gt;ทุกปัจจัยจะส่งผลลงมาที่ market action โดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องหาเหตุผลใดๆ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือต่อให้มีข่าวออกมาแล้ว ทำให้รู้ว่าราคาเคลื่อนเพราะอะไร แต่&lt;strong&gt;ปัจจัยที่ถูกประกาศนั้นก็มักจะถูก price in ไปแล้ว&lt;/strong&gt; การเทรด Fundamental จึงมักจะต้องเป็นการ &lt;strong&gt;วิเคราะห์ถึงสิ่งที่มีโอกาสจะเกิดหรือเกิดแน่ๆล่วงหน้า ให้ได้ก่อนตลาดจะรับรู้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือกระทั่ง &lt;strong&gt;ราคาเคลื่อนตรงข้ามกับเหตุผลด้าน Fundamental&lt;/strong&gt; นักเทรด &lt;strong&gt;Technical ก็มักจะรู้ทันได้ก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักจะ&lt;strong&gt;เชี่ยวชาญเฉพาะตลาดหนึ่งๆ&lt;/strong&gt; เพราะ ในด้านปัจจัยพื้นฐาน ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล ไม่สามารถที่จะวิเคราะห์ได้ทุกตลาด ซึ่งตลาดแต่ละตลาด ไม่ได้มี Trend ตลอดเวลา จะมีช่วงที่คึกคักราคาวิ่งเป็นเทรนด์ กับช่วงที่ไม่ราคาขยับตัว ทำให้เสียโอกาสจากตลาดอื่นๆ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เนื่องจากเงินทุนมักจะหมุนไปเรื่อยๆในแต่ละตลาด การใช้ Technical ทำให้สามารถ monitor ทุกตลาดได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้ สามารถรู้ว่าเทรนด์กำลังไปทางตลาดไหน และ สามารถตามเทรดได้ตลอด &lt;/strong&gt;นอกจากนี้ใน หลายๆตลาด จะได้รับผลจากปัจจัยทางเศรษฐกิจคล้ายๆกัน หากตลาดหนึ่งมีการเคลื่อนแบบหนึ่ง ตลาดอื่นๆ ก็มีโอกาสได้รับผลเดียวกัน &lt;strong&gt;การ monitor ตลาดแบบครอบคลุม จะทำให้มีโอกาสเห็น correlation ดังกล่าวได้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การเทรด Technical จะเน้นตลาดที่มี Trend หากไม่มีเทรนด์จะเปลี่ยนไปตลาดอื่น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ต่อให้เหตุผลทาง Fundamental ถูกต้อง แต่&lt;strong&gt;ในตลาดบางอย่าง ที่จังหวะการเข้าเทรดมีผลสำคัญ&lt;/strong&gt; เช่น Future ที่มีเรื่องของ leverage เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่สามารถถือรอให้ราคากลับมาใหม่แบบ stock(หุ้น) ได้ &lt;strong&gt;จะต้องอาศัย Technical ในการหาจังหวะเข้าเทรดอย่างเหมาะสมอยู่ดี&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      

</description>
  <pubDate>Sat, 03 Aug 2024 06:36:57 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">222 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>ตำรา Naked Forex</title>
  <link>http://note.diarybe.com/node/205</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;ตำรา Naked Forex&lt;/span&gt;
&lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/trading" hreflang="en"&gt;Trading&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-06-20T12:47:38+07:00" title="Thursday, June 20, 2024 - 12:47" class="datetime"&gt;Thu, 06/20/2024 - 12:47&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;เป็นตำราเกี่ยวกับการเทรด &lt;strong&gt;Technical analysis&lt;/strong&gt; ที่ดีมากตำราหนึ่ง เกี่ยวกับการเทรดกราฟเปล่า โดยไม่พึ่ง indicator ให้แง่คิดที่เปิดกว้าง และ หลักการพื้นฐานที่ดีมากๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ตกผลึก หลักๆ เฉพาะที่ตัวเองได้จากหนังสือ&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ราคาปิด(closing price)สำคัญมาก&lt;/strong&gt; นักเทรดทั้งหลายจะประเมินกราฟ ด้วยราคาปิดของแท่งเทียน ใน TF ที่ตัวเองเทรด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Major support and Resistant Zone&lt;/strong&gt; เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะ ราคาจะวิ่งไปพักในโซนหลักเหล่านี้ &lt;strong&gt;เป็นโซนที่นักเทรดจะทำการเทรด เมื่อมี price action/pattern&lt;/strong&gt; เหมือนชัยภูมิที่ตั้งในการรบ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Back test ระบบของตนเอง หรือ ระบบใหม่ๆ ก่อนการเทรดจริง&lt;/strong&gt; จะทำให้รู้ว่ามันมีโอกาสแค่ไหน ที่ระบบเทรดที่ตัวเองคิดหรือวาดฝันไว้สวยงาม จะได้ผลจริงๆ &lt;strong&gt;จัดว่าเป็นหน้าที่หลักของนักเทรดสาย technical เลย&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;สรุปเนื้อหา เฉพาะที่ตัวเองสนใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั่วไปที่ต้องรู้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;รู้หรือไม่ตลาด Forex จะมี 2 ตลาด ใหญ่ๆ คือ interbank market ซึ่งเป็นตลาดที่สถาบันการเงินมาการซื้อขายสกุลเงินกันจริงๆ(หรือ broker ซื้อขายเอง) และ retail market ซึ่งจะซื้อขายกันโดยอิงราคาจาก interbank market อีกที&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ที่เราเทรดกันผ่าน broker จะเป็นตลาด retail market ซึ่งกำไรของเราได้จาก broker โดยตรง แต่ขาดทุนของเราจะเป็นกำไรของ Broker โดยตรง โดยที่ &lt;strong&gt;broker จะสันนิษฐานว่าทุกคนที่เข้ามาเทรด ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ขาดทุนในระยะยาว เลยกล้าที่จะทำแบบนี้&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Broker จะแบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ชนะตลาด กับกลุ่มที่แพ้ตลาด
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่แพ้ตลาด&lt;/strong&gt; จะเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ หรือ กลุ่มที่ยังไม่สามารถทำกำไรได้ และขาดทุนอยู่เรื่อยๆ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นกำไรให้ broker&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มที่ชนะตลาด&lt;/strong&gt; จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่สามารถทำกำไรได้จากการเทรด(คนที่ผ่านเกณฑ์การทำกำไรระยะยาวของ broker) &lt;strong&gt;โดยbrokerจะเลียนแบบการเทรดของคนกลุ่มนี้ โดยจะไปเทรดเองในตลาด interbank เพื่อให้มีกำไรมาจ่ายกลุ่มลูกค้าที่ชนะตลาดอีกที(และกำไรของตัวเองด้วย)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;นักเทรด จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ &lt;strong&gt;Fundamental และ Technical analysis&lt;/strong&gt; หากถามว่าแบบไหนดีกว่ากันอาจจะไม่ถูกต้อง ให้ลองคิดถึง&lt;strong&gt;การบอกความเร็วรถยนต์ ก็มีได้หลายวิธี&lt;/strong&gt; เช่น การเทียบกับมาตรวัด หรือ จับระยะที่รถเบรค ก็บอกได้เช่นกัน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Indicator&lt;/strong&gt; เป็นเหมือนตัวช่วยบอกทิศทางตลาดให้กับนักเทรด (เป็นเหมือน Secondary adviser) โดยเฉพาะนักเทรดมือใหม่ ที่มักต้องการตัวช่วยในการบอกทิศทาง แต่มักโฟกัสผิดจุดว่า สามารถทำนายได้ทุกอย่าง ซึ่ง indicator มีมากกว่าแก๊งคอลเซนเตอร์ที่มีทั้งหมดในอินเดียเสียอีก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;สิ่งสำคัญในการเทรด ไม่ใช่การมีระบบเทรดที่มีโอกาสชนะตลาดมากๆ&lt;/strong&gt;(มีระบบเทรดเป็นหมื่นๆบนโลกนี้) เพราะ เป็นเพียงความน่าจะเป็น มีถูกมีผิด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว คือ&lt;strong&gt;การบริหารความเสี่ยง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 2 Avoid trading tragedy&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ข้อเสียของ &lt;strong&gt;indicator&lt;/strong&gt; คือ ความช้า จากการที่ข้อมูลต้องมากพอก่อน ถึงจะแปลผลได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ซึ่งต่างจากการเ&lt;strong&gt;ทรดโดยใช้กราฟเปล่า(Naked forex)&lt;/strong&gt; ที่รวดเร็ว ทันท่วงทีกว่า และ ความรวดเร็ว หมายถึง &lt;strong&gt;การใช้ stop loss ที่แคบขึ้นได้ จากจุดเข้าเทรดที่เหมาะสมที่สุด นำมาสู่ กำไรจากการที่ leverage ได้มากขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 3 Back-testing your system&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เคยสังเกตไหม ว่าทำไมวิศวกรเครื่องกลเก่งๆ แค่ฟังเสียงเครื่องยนต์ ก็รู้ว่ามีปัญหาอะไร หรือ ชาวนา ที่เข้าใจดินและเมล็ดพันธ์ สภาพอากาศ เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้&lt;strong&gt; ล้วนแต่เกิดจากการฝึกฝน ผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมาย &lt;/strong&gt;การจะเป็น Expert trader(นักเทรดที่ชำนาญ) ก็เช่นกัน ล้วนแต่ต้องผ่านการฝึกฝนและประสบการณ์ในการดูกราฟมาอย่างมากมาย &lt;strong&gt;การจะไม่ฝึก แล้วอยากจะได้ผลเร็วๆ นั้นเป็นไม่ได้เลย&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความชำนาญในการเทรด เช่น &lt;strong&gt;การออก position ได้อย่างทันท่วงทีกับจังหวะเวลา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เกิดจากการฝึกฝน&lt;/strong&gt; ไม่ต่างจากนักกีฬาที่ต้องฝึกจังหวะซ้ำๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การฝึกฝนจึงเป็นหนทางเดียว ที่จะทำให้เทรดได้อย่างชำนาญ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การฝึกฝนวิธีที่ดีวิธีหนึ่งคือ &lt;strong&gt;การฝึกผ่านการ Back testing&lt;/strong&gt; ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลย้อนหลัง มาฝึกเทรด ทั้งนี้การใช้ข้อมูลย้อนหลัง อาจเต็มไปด้วยข้อจำกัดนานับประการ ที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงจนระบบเทรดใช้ไม่ได้ในอนาคต แต่&lt;strong&gt;อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการที่ไม่ได้ฝึกอะไรเลย อีกทั้งการฝึกจากการ Back test ย้อนหลัง จะทำให้เราฝึกได้มาก และชำนาญเร็วกว่าการฝึกอยู่แค่ในปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เหตุผลที่สำคัญของการฝึกเทรด คือ &lt;strong&gt;ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ จะทำให้เราเชื่อมั่นในระบบที่เราใช้&lt;/strong&gt; และไม่ล้มเลิกกลางคันหรือหนีไปลองระบบอื่น จะรู้ว่าการขาดทุนเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และแต่ในที่สุดก็จะกลับมาชนะตลาด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วิธีการฝึกเทรดจากการ Back testing&lt;/strong&gt; คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การใช้ Program &lt;strong&gt;"Metatrader"&lt;/strong&gt; ซึ่งสามารถดึงข้อมูลกราฟในช่วงเวลาที่เราต้องการมาได้&lt;br&gt;ตัวอย่าง &lt;a href="https://www.tradingheroes.com/how-to-do-mt5-manual-backtesting/"&gt;https://www.tradingheroes.com/how-to-do-mt5-manual-backtesting/&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จริงๆมีอีกวิธีที่คิดว่าดีกว่า คือ ใน Metatrader &lt;strong&gt;ใช้โหมด Strategy test &amp;gt; เลือกที่โหมด Visualization&lt;/strong&gt; &amp;gt; เลือก EA อะไรก็ได้(ไม่ได้ใช้ &lt;strong&gt;เราแค่จะให้มัน run กราฟให้เรา&lt;/strong&gt;) เลือกช่วงเวลาที่เราต้องการฝึก, เลือก &lt;strong&gt;Time frame&lt;/strong&gt; ที่ต้องการ, แล้วกด start &amp;gt; จะได้&lt;strong&gt;กราฟที่ค่อยๆมีแท่งเทียนค่อยๆปรากฏขึ้นตามเวลาแบบสมจริง&lt;/strong&gt; สามารถ กด play/pause ด้วย spacebar และ ปรับความเร็วกราฟได้ตามต้องการ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โดยทำร่วมกับ การจด&lt;strong&gt;บันทึก Trading diary&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เองแบบ Manual &lt;/strong&gt;บน Excel, Sheet, หรือ สมุดโน๊ต(แนะนำให้บันทึกแบบ digital เพราะสามารถคำนวณสถิติย้อนหลังได้ด้วย)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โดยจะ&lt;strong&gt;นับคะแนนเป็น pip&lt;/strong&gt; ไม่ได้นับเป็นสกุลเงิน $ (แต่อาจใส่สูตรใน excel ให้คำนวณ leverage ให้เราได้ เพื่อฝึก Manage risk จริงๆ ไปด้วย)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;โดยให้ฝึก Back testing วันละ 1 ชม ทุกวัน ไปเรื่อยๆ(ไม่ควรฝึกเกิน 2 ชม.ต่อวัน เพราะ จะล้า และเทรดได้ไม่ดี)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้อควรระวัง คือ &lt;strong&gt;อย่าแอบเลื่อนกราฟไปดูล่วงหน้า&lt;/strong&gt; อย่าหลอกตัวเอง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จงจำไว้เสมอว่า ก่อนที่จะเอาเงินสัก 1 cent(0.01 dollar) ไปเสี่ยง ควรจะผ่านการฝึกเทรดให้ได้ก่อนสักหลายร้อยครั้ง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 4 Identifying Support and Resistance zones&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;โซนแนวรับแนวต้าน &lt;/strong&gt;จัดว่าเป็น &lt;strong&gt;หัวใจหลัก(Sweet spot) ของการดูกราฟ เป็นจุดชัยภูมิที่จะออก action สำหรับนักเทรด&lt;/strong&gt; มี 8 ลักษณะที่สำคัญ
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Zones are an area&lt;/strong&gt;, not a price point.
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แนวรับ-ต้าน&lt;/strong&gt; มีลักษณะเป็น&lt;strong&gt;โซนราคา เหมือนคนอ้วนลงพุง&lt;/strong&gt; ไม่ใช่จุดราคาเดียว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ลักษณะของการ&lt;strong&gt;อ้วนลงพุง&lt;/strong&gt; คือ มีความแข็งแรง(&lt;strong&gt;firm&lt;/strong&gt;) มีการดีดกลับของราคา(&lt;strong&gt;repulsive&lt;/strong&gt;) และ มีลักษณะที่คาดการณ์ได้(&lt;strong&gt;predictable characteristic&lt;/strong&gt;)
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ราคาอาจสามารถทะลุแนวราคาได้(เหมือนเวลาชกเข้าที่พุง) แต่ถ้าไม่แรงพอก็จะถูกโซนดีดราคากลับ(เหมือนพุงที่เด้งกลับ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะสำคัญคือ เป็น zone ที่ทำให้เกิดการกลับตัว(reverse)ของราคา&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Zones are like fine wine; &lt;strong&gt;they get better with age.&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;มักเป็นที่ถกเถียงกันว่า &lt;strong&gt;zone ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ยังมีผลอยู่หรือไม่&lt;/strong&gt; ซึ่งถ้าดูจาก chart จะพบว่า &lt;strong&gt;ราคายังมีแนวโน้มการกลับตัวที่ zone ราคาเดิมได้เสมอ แม้จะเก่ามากแล้วก็ตาม&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แต่ทั้งนี้ให้ความสำคัญกับโซนล่าสุดก่อนเสมอนะ อย่างไรโซนปัจจุบันก็ยังมีผลมากกว่าโซนอดีต&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เหมือน&lt;strong&gt;ความทรงจำของคนเรา มักจะจดจำเหตุการณ์เก่าๆ ที่มีความสำคัญต่อเราได้เสมอ และเรายังคงรู้สึกอยู่กับมัน&lt;/strong&gt; ผู้คนในตลาดก็ไม่ต่างกัน โซนราคาแม้จะผ่านมานานแล้วในอดีต แต่ก็ยังมีผลอยู่เสมอ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Zones are &lt;strong&gt;spots on the chart where price reverses, repeatedly.&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เป็น zone ที่ทำให้ราคาเกิดการกลับตัว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รวมถึง zone ที่ราคาวิ่งมาย่ำบ่อยๆ &lt;strong&gt;ยิ่งราคาอยู่ที่zone นั้นๆบ่อย จะยิ่งมีแนวโน้มเป็น Major zone&lt;/strong&gt;(แต่ถ้าราคามาพักตัวแค่ไม่นานแล้วไปต่อ จะเป็น &lt;strong&gt;Minor zone&lt;/strong&gt;)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Zones may be &lt;strong&gt;extreme highs or lows on the chart.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Zones are where &lt;strong&gt;naked traders find trading opportunities.&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;นักเทรด &lt;strong&gt;จะรอราคา มาที่โซนเหล่านี้ จึงจะทำการเทรด(จะไม่ทำการเทรดใดๆ หากราคาไม่มาถึงโซนเหล่านี้)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แต่ไม่ใช่ว่าเทรด เพราะ แนวราคาอย่างเดียว จะมีปัจจัยอื่นประกอบที่ต้องคำนึงถึงด้วย(จะแนะนำในเนื้อหาต่อไป) แต่ถือว่าเป็น &lt;strong&gt;เงื่อนไขข้อแรกของการเทรด เป็นชัยภูมิเดียวที่นักเทรดจะเริ่มทำงาน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Support and resistance zones &lt;strong&gt;rarely need to be modified.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Line charts&lt;/strong&gt; help naked traders find zones.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Zones are often &lt;strong&gt;seen by many traders&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เทคนิคการหาโซน มี 3 ข้อหลักๆ
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;เริ่มจาก &lt;strong&gt;Timeframe ใหญ่&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าเราอยากรู้จักใครสักคนมากขึ้น เราก็ต้องรู้ข้อมูลในอดีตของคนๆนั้นว่าทำอะไรมาบ้าง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กราฟก็เช่นกัน &lt;strong&gt;โซนในอดีตของกราฟ ก็จะบ่งบอกถึงพฤติกรรมในอนาคตได้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วิธีง่ายๆเลย คือ ขยับขึ้นไป 1 Timeframe ของ Timeframe ที่เราจะเทรด&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หาโซนราคา ที่กราฟมีการ&lt;strong&gt;แตะโซนราคานั้นบ่อยมากที่สุด &lt;/strong&gt;ยิ่งกราฟแตะโซนราคานั้นบ่อยแค่ไหน โซนนั้นก็ยิ่งมีความสำคัญมาก&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้ &lt;strong&gt;line chart&lt;/strong&gt;(กราฟเส้น)
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;เวลา&lt;strong&gt;ปรับเป็น line chart &lt;/strong&gt;จะเป็นChartของ&lt;strong&gt;ราคาปิด(Closing price)&lt;/strong&gt; ทำให้สามารถมองออกได้ง่ายขึ้นว่า มีโซนราคาไหนที่มีอิทธิพลในการสะท้อนกราฟให้กลับตัว
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จะมีประโยชน์มาก ในการใช้หา zone ที่ซ่อนอยู่ &lt;/strong&gt;โดยเฉพาะในตอนที่ Chart ดูเหมือนจะวิ่งสับสน ดู zone ไม่ออก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ราคาปิด(Closing price) เป็นราคาที่สำคัญที่สุด &lt;/strong&gt;เพราะ เป็นการแสดงผลลัพธ์ของการสู้กันระหว่างแรงซื้อกับแรงขาย
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ราคาปิดของตลาด Newyork ตอน 5PM(ตี 4 ไทย) ก็สำคัญมากเช่นกัน เป็นราคาที่นักเทรด จะตัดสินใจ ว่าจะเปิด position ต่อไปหรือไม่ หรือปิดก่อน&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จริงๆ อีกวิธีคือ &lt;strong&gt;การปรับ TF ที่ใหญ่ขึ้น จน noise หายไป ก็จะมองโซนหลักออกได้ง่ายเหมือนกัน &lt;/strong&gt;แต่โดยส่วนตัวลองแล้วพบว่า &lt;strong&gt;หากใช้ line chart ด้วย จะทำให้การมองหา zone ทำได้ง่ายขึ้นกว่ามากๆ(อย่างมีนัยสำคัญ)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่สนใจโซนย่อยๆ&lt;/strong&gt; (Ignore Minor zones)
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Minor zone&lt;/strong&gt; เป็นโซน ที่อยู่ใน &lt;strong&gt;Timeframe ที่เล็กลงมา จากที่เราเทรด&lt;/strong&gt; ซึ่งไม่ได้มีผลกับการเทรด ไม่ควร mark บน chart เพราะจะทำให้สับสน&lt;strong&gt; รบกวนแผนการเทรด(trade set-up และ จุด Take profit)&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Zone ที่จะ Mark ในกราฟได้&lt;/strong&gt; ต้องมาจาก &lt;strong&gt;TF ที่ใหญ่กว่า&lt;/strong&gt;ที่เราจะเทรด และ ใน&lt;strong&gt;TF เดียวกัน&lt;/strong&gt;กับที่เราจะเทรดเท่านั้น&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Minor zone มีความสำคัญในการเทรด คือ &lt;strong&gt;มักเป็นจุดที่ราคาพักตัวสักพักหนึ่ง ก่อนที่จะเคลื่อนที่ต่อ&lt;/strong&gt; เช่น เวลากราฟ pull back ก่อนจะลงต่อ เป็นต้น &lt;strong&gt;แต่จะต่างจาก Major zone ตรงที่ ไม่ได้ทำให้เกิดการกลับตัวของราคา&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โดยปกติ &lt;strong&gt;ควรมีอย่างน้อย 2 zone สำคัญ&lt;/strong&gt; ที่อยู่ใกล้เคียงกับราคาปัจจุบัน และ &lt;strong&gt;ที่เหมาะสม คือ ควรมี zone อยู่กระจายทั่วๆกราฟ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การระบุZone เป็นงานที่สำคัญมาก ที่&lt;strong&gt;นักเทรด ต้องฝึกจนมีความคุ้นชิน จนสามารถระบุโซนได้ โดยไม่ยาก&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาในการระบุZone&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ระบุโซนยาก &lt;/strong&gt;-&lt;strong&gt; ให้ใช้ line chart&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Zone มากเกินไป&lt;/strong&gt; - ลักษณะของ zone ที่ดี คือ ควรกระจาย&lt;strong&gt;ห่างเท่าๆกัน &lt;/strong&gt;ทั่วกราฟ และ &lt;strong&gt;ต้องการเวลาพอสมควร&lt;/strong&gt; กว่ากราฟจะถึงจุด ที่จะเริ่มการเทรดได้ (นักเทรดต้องอดทนรอได้)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้า&lt;strong&gt;Zone ถี่เกินไป&lt;/strong&gt; เราจะมี&lt;strong&gt;โอกาสในการเทรดมากเกินไป&lt;/strong&gt; ซึ่งมันไม่เหมาะสม(มักจะเกิดจากการมี Minor zone รวมอยู่ด้วย)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การเทรดบน Minor zone อาจทำให้พบกับ&lt;strong&gt;ปัญหาการเทรดเสียหลายๆครั้ง เพราะ Minor zone ไม่ใช่ critical zone สำหรับการออก action&lt;/strong&gt; การเทรดบน Major zone ย่อมมีโอกาสใหญ่ ที่ดีกว่าเสมอ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จำไว้ว่า หาแค่ Major zone ซึ่งเป็นโซนที่ทำให้เกิดการกลับตัวของราคา เท่านั้น &lt;/strong&gt;ส่วน Minor zone ที่เป็นเพียงจุดพักตัวของราคา ไม่ต้องไปใส่ใจ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใน Forex &lt;strong&gt;TF day&lt;/strong&gt; แต่ละ zone มักจะห่างกันประมาณ &lt;strong&gt;100 pip&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;TF week&lt;/strong&gt; มักจะห่าง &lt;strong&gt;500 pip&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;มีZone แต่ราคาไม่แน่ชัด&lt;/strong&gt; - เป็นปกติของ zone ที่จะมีลักษณะเป็น ช่วง เหมือน&lt;strong&gt;พื้นที่อ้วนๆบนกราฟ(beer belly)&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ไม่ใช่จุดราคา&lt;/strong&gt;เสียทีเดียว จึงไม่จำเป็นที่หาจุดราคาที่แม่นยำ ขอเพียงเจอ zone ที่ทำให้ราคากลับตัวได้ก็พอ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;บางครั้งราคาอาจจะ แค่เฉียดๆโซน(brush against the beer belly) หรือ อาจจะทะลุเข้ามาในโซน(push into the beer belly) แล้วกลับตัว ก็นับว่าเป็นโซนเดียวกัน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เหมือนกับว่า Zone ไม่มีผลกับกราฟ&lt;/strong&gt; - บางทีเหมือนกราฟ ดูเหมือนจะทะลุผ่าน Zone ไป ไม่ได้สนใจหรือมี reaction ใดๆ กับ zone วิธีตรวจสอบ คือ ให้ลองปรับเป็น Line chart จะเห็นชัดขึ้นมากๆ ว่าก่อนที่กราฟจะทะลุ zone มีการสะท้อนกลับไปมา ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะทะลุไป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กราฟที่วิ่งเหนือ Zone อาจไม่ได้หมายความว่า break zone&lt;/strong&gt; - เพราะ โซนเป็นช่วงราคาอ้วนๆ(ข้อ 3)&lt;strong&gt; อาจเป็นการวิ่งในโซนอ้วนๆอยู่&lt;/strong&gt; หากไม่พ้นก็สามารถกลับตัวได้ อีกลักษณะหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ เมื่อสิ้นสุดวัน &lt;strong&gt;จะไม่สามารถปิดตัว(close price) เหนือZoneได้ &lt;/strong&gt;และกลับตัวลงมาใต้โซน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การเทรดรูปแบบกลับตัว เรียกว่า reversal set-up, การเทรดรูปแบบทะลุโซนเรียกว่า breakout set-up&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สรุปหลักการ &lt;strong&gt;เมื่อราคามาถึง Major Zone นักเทรดจะต้อง เริ่มตื่นตัวและเฝ้ามองอย่างกระชั้นชิด โดยหากมี Catalyst เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะทำการเทรดทันที โดยการที่ราคามาถึงโซน เป็นสัญญาณแรกสุดในการเริ่มการเทรด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เพิ่มเติม&lt;/strong&gt; ระหว่างการเทรด จะ&lt;strong&gt;ไม่สนใจ กราฟ pattern ที่เกิดที่ Minor zone &lt;/strong&gt;ซึ่งมักจะหลอกตาเราได้เสมอๆ &lt;strong&gt;แต่จะรอจนกว่ากราฟจะไปยัง Major zone ถัดไป เท่านั้น ** (การเทรดที่ดีจะเป็นการเด้งรอบใหญ่ระหว่าง Major zone เท่านั้น)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หรือก็คือ&lt;strong&gt; เปิด order แล้ว จะไม่เข้าไปยุ่งใดๆ จนกว่าจะเสร็จสิ้น ไม่ว่าจะ TP หรือ SL&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;hr&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Part 2: Naked-Trading Methodology(Catalyst)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Catalyst&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;price pattern ที่จะบ่งบอกแนวโน้ม ว่าราคาจะไปทิศทางไหนต่อ&lt;/strong&gt; โดยจะ&lt;strong&gt;มีความสำคัญต่อการเทรด เมื่อเกิดอยู่บนโซน&lt;/strong&gt; แต่&lt;strong&gt;หากเกิดนอกโซน จะเป็นเพียง price pattern ที่น่าสนใจ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ตลาดแบ่งได้ 2 ช่วง คือ ช่วงที่&lt;strong&gt;sideway&lt;/strong&gt; กับ ช่วงที่มี &lt;strong&gt;trend&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ระบบเทรดหนึ่งๆ จะใช้ได้ดีกับตลาดแค่รูปแบบหนึ่ง(Trend/Sideway)เท่านั้น&lt;/strong&gt; เช่น ถ้าเอาระบบเทรดที่ใช้ได้ดีกับช่วงมี Trend ไปใช้กับตลาดช่วง sideway ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หลักการเข้าเทรด ทั่วไป&lt;/strong&gt; จะเหมือนกันในทุก catalyst (แต่อาจจะ&lt;strong&gt;มีรายละเอียดพิเศษ สำหรับแต่ละตัว&lt;/strong&gt;)คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เข้าเทรดด้วย Stop order&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วาง Stop loss ที่ฝั่งตรงข้ามของแท่งเทียน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วาง Take profit ที่ Major zone ถัดไป(แต่ถ้า RR น้อยไป &lt;strong&gt;จะทนถือยาว ไปที่ zone ที่ไกลขึ้นไปอีก&lt;/strong&gt;)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จะไม่ยุ่งกับ order ที่เข้าไปแล้ว&lt;/strong&gt; คือ ไม่ปิดก่อนการ TP/SL เพราะ บางทีกราฟอาจผันผวนจาก minor zone แต่&lt;strong&gt;สุดท้ายจะต้องไปถึง Major zone เสมอ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 5: The last kiss&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Breakout strategy&lt;/strong&gt; กลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ในจังหวะที่ &lt;strong&gt;ตลาดเปลี่ยนจาก ช่วง Consolidation(sideway) เป็น Trend&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เป็นกลยุทธ์ที่ต้องใช้การรอคอย นักเทรดกลยุทธ์นี้จะต้องมีความอดทนสูง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งที่จะบอกว่าเริ่มเกิดการ break คือ เมื่อกราฟเริ่ม&lt;strong&gt; break support and resistance zone ที่กราฟกำลัง sideway อยู่&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลยุทธ์ มีดังนี้&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;ขั้นแรก จะเป็นการ &lt;strong&gt;ระบุแนวของ consolidation zone&lt;/strong&gt; ก่อน โดยให้&lt;strong&gt;วาดกล่อง(Box)ครอบคลุมแท่งเทียน ที่เคลื่อนตัวในช่วง consolidation ทั้งหมด โดยต้องคลุมทั้งราคาสูงสุดและต่ำสุดทั้งหมดที่อยู่ในช่วงนั้น &lt;/strong&gt;โดยทั้งขอบบนและล่างควรมีแท่งเทียนสัมผัส อย่างน้อย 2 ครั้ง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ต่อมา &lt;strong&gt;กลยุทธ์ จะเริ่มทำงาน เมื่อกราฟมีการ break&lt;/strong&gt; support หรือ resistance ของ consolidation zone(กล่องที่วาดคลุมไว้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แต่ยังไม่เข้า เพราะ จะมีปัญหาคือ &lt;strong&gt;Fake-out(ทะลุหลอก) ซึ่งเป็นการเบรคโซนกล่อง แต่ก็กลับมาวิ่งในโซนเหมือนเดิม&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;จะ&lt;strong&gt;เข้าเทรดเมื่อ กราฟมีการกลับมา retouch &lt;/strong&gt;ขอบของโซนกล่อง แล้วสามารถ&lt;strong&gt;ยืนระยะไม่กลับเข้ากล่องได้ &lt;/strong&gt;ซึ่งแสดงถึงการที่ตลาดมีการมองทิศทางราคาว่าแยกตัวจากขอบเขตของกล่องแล้ว&lt;strong&gt; แสดงถึงการมีแรงพอที่จะไปต่อ &lt;/strong&gt;เรียกขั้นตอนนี้ว่า&lt;strong&gt; The Last kiss(จูบจากลา)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;The last kiss เป็นเครื่องมือในการ&lt;strong&gt;กรอง fake out ส่วนใหญ่ออกไปได้มาก&lt;/strong&gt; แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ช่วยลดการ Fake out ได้อย่างมหาศาล&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แต่แค่ยืนระยะนอกกล่องได้ก็ยังไม่พอ &lt;strong&gt;แต่จะเข้าเทรดจริงๆก็ต่อเมื่อ หลังจากที่ราคากลับมา retouch กล่อง ต้องเกิดสัญญาณแท่งเทียนใหญ่ๆ&lt;/strong&gt;(ตำราใช้คำว่า &lt;strong&gt;'print bullish/bearish candlestick after retouching'&lt;/strong&gt;)&lt;strong&gt; เช่น engulfing, แท่งเทียนไส้ยาวๆ(hammer, shooting star) เป็นต้น&lt;/strong&gt; ซึ่งแสดงถึงแรงหนุนที่มากพอ ในทิศทางที่หลุดออกจากกล่อง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การวาง &lt;strong&gt;Stop loss&lt;/strong&gt; จะวางได้ 2 แบบ ทั้ง&lt;strong&gt;วางที่กึ่งกลางระหว่าง consolidation zone&lt;/strong&gt;(Stop loss กว้าง) หรือ &lt;strong&gt;วางที่ขอบที่มีการ retouch ไปแล้ว&lt;/strong&gt;(Stop loss แคบ) ซึ่งระยะความกว้าง stop loss จะต่างกัน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ที่นิยมมากที่สุดคือวางไว้ที่ &lt;strong&gt;ขอบของกล่อง เพราะ stop loss แคบกว่า &lt;/strong&gt;โอกาสโดนกิน stop loss ก็ไม่มาก เพราะ มีสัญญาณแท่งเทียนใหญ่ๆ เกิดร่วมด้วยแล้ว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เรื่องการ Take profit จะกล่าวต่อไป แต่คร่าวๆ คือ&lt;strong&gt; ณ Major Zone ถัดไป หรือ ถือยาวไปโซนที่ไกลขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 6: The Big shadow&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เป็น catalyst ประเภท &lt;strong&gt;reversal strategy(ราคากลับตัว)&lt;/strong&gt; โดยการดู &lt;strong&gt;คู่แท่งเทียนสองแท่ง engulfing กัน โดยแท่งเทียนแท่งที่ 2 จะทำการ engulfing แท่งเทียนแรก&lt;/strong&gt;(มีขนาดใหญ่กว่า จนกลืนกินแท่งเทียนแรก เหมือนเงาขนาดใหญ่ - &lt;strong&gt;big shadow&lt;/strong&gt;) ซึ่งมักเกิดในเวลาที่&lt;strong&gt;ราคา ชนขอบ&lt;/strong&gt; ของ support หรือ resistance ที่ &lt;strong&gt;Major zone&lt;/strong&gt; แล้วเกิดการกลับตัว ซึ่งแสดงถึง การที่ราคาหมดแรงส่งในทิศทางเดิม จนเริ่มจะกลับตัว(พุ่งแรงทะลุ zone แล้วดีดกลับ)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เช่นเดียวกันกับทุก Catalysts คือ จะมีผล ก็ต่อเมื่อ ถูก &lt;strong&gt;'print'&lt;/strong&gt; อยู่บน Major zone เท่านั้น(ถ้าเกิดนอก zone ก็เป็นเพียง price pattern ที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้ใช้ในการเทรด)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะที่ต้องมี&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถ้าจะให้ดีที่สุด(ideally) big shadow ควรมีขนาดครอบคลุม 5 แท่งเทียนก่อนหน้า(หรืออย่างน้อย เป็นแท่งเทียน engulfing ที่ใหญ่กว่าแท่งเทียนอื่นๆ ใน TF) จะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า big shadow ที่เล็กกว่า &lt;/strong&gt;แต่อาจจะพบไม่บ่อย &lt;strong&gt;เอาแค่ engulf แท่งเทียนก่อนหน้าก็ได้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ราคาปิด (Closing price)&lt;/strong&gt; ของแท่งเทียน &lt;strong&gt;engulfing&lt;/strong&gt; ควรจะ &lt;strong&gt;ปิดแบบเต็มแท่ง &lt;/strong&gt;ให้ได้มากที่สุด หรืออย่างน้อยให้ &lt;strong&gt;ปิดใกล้สุดขอบราคา&lt;/strong&gt; ของแท่งเทียนที่ engulfing ให้ได้มากที่สุด และ&lt;strong&gt;ต้องปิดเหนือ(กรณี bullish) หรือต่ำกว่า(กรณี bearish) แท่งเทียนก่อนหน้าด้วย&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต่อให้เป็นแท่งเทียน engulfing ที่ยาวมาก &lt;strong&gt;แต่สุดท้ายราคาปิดที่กลางแท่งเทียน&lt;/strong&gt;(แม้ว่าจะยังกลืนกินแท่งเทียนก่อนหน้าอยู่) ก็จะ&lt;strong&gt;ไม่ใช่ engulfing ที่ดี&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การรอ &lt;strong&gt;ราคาปิด &lt;/strong&gt;ในแต่ละแท่งเทียน&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;เป็นสิ่งที่สำคัญมาก จะ&lt;strong&gt;ใช้พิจารณา ในทุกๆ Catalyst ในการเทรด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Room to the left&lt;/strong&gt;(ที่ว่างทางซ้าย)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เป็นลักษณะที่เกิดจาก การที่ราคาพุ่งต่อเนื่องจนหมดแรง โดยแท่งเทียนจะมีการเรียงตัวในแนวดิ่ง(ราคาพุ่ง) แล้วเกิด engulfing(the Big shadow)ในที่สุด(สัญญาณหมดแรง) โดย จะ&lt;strong&gt;ไม่มีแท่งเทียนอยู่ในระดับเดียวกัน&lt;/strong&gt;(แนวราบ)&lt;strong&gt; อย่างน้อย 6-7 แท่ง ก่อนหน้าแท่งเทียน engulfing จึงเรียกว่า มีที่ว่างทางซ้าย(room to the left)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ซึ่งพบได้ชัดเจน คือ ช่วง &lt;strong&gt;all-time high&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;all-time low&lt;/strong&gt; ที่กราฟมีการวิ่งทะลุไปในราคาที่ไม่เคยเกิด(exploratory stab)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อีกกรณีหนึ่ง คือ &lt;strong&gt;กราฟไม่ได้วิ่งผ่าน zone เหล่านั้นมาเป็นเวลานาน&lt;/strong&gt;(นานจนในกราฟ TF นั้นๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น ระยะเวลา 2-3 เดือน ซึ่งเลยขอบสำหรับกราฟ TF 1h) &lt;strong&gt;ก็มักจะเกิดลักษณะซ้ายโล่งเช่นกัน &lt;/strong&gt;เพราะ เหมือนกับเป็นการวิ่งทะลุไปในราคาที่ไม่เคยเกิด(เมื่อนานมาแล้ว)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ยิ่งที่ว่างทางซ้ายมีมากเท่าไหร่ The Big Shadow จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทคนิค ลองวาดกล่อง ต่อไปทางซ้าย จากคู่แท่งเทียนที่ engulfing กัน &lt;/strong&gt;ถ้าซ้ายโล่ง จะเป็น The big shadow ที่ดี&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อสังเกต&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;กรณีที่ซ้ายไม่โล่ง &lt;/strong&gt;คือ Big shadow ถูก print อยู่บน &lt;strong&gt;zone ที่มี price action หนาแน่น&lt;/strong&gt;(มี sideway ซับซ้อน) &lt;strong&gt;อาจจะทำให้ Big shadow ไม่ได้ผล&lt;/strong&gt; เพราะ ไม่ใช่ลักษณะของราคาที่วิ่งจนหมดแรงส่ง(พุ่งแรงทะลุ zone แล้วดีดกลับ) อาจจะเป็นลักษณะที่ ยังมีแรงวิ่งเหลืออยู่&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลยุทธ์&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เข้าเทรดโดยการวาง &lt;strong&gt;stop order (buy/sell stop) เลยแท่งเทียนไปอีก&lt;/strong&gt; เผื่อกรณีที่ราคาไม่มาตามคาด ก็จะไม่ต้องเสียขาดทุน(no order triggered)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การวาง Stop loss&lt;/strong&gt; จะวาง เลยแท่งเทียน big shadow ไปอีกเล็กน้อย(few pips) ด้านตรงข้ามกับที่วาง stop order&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การ &lt;strong&gt;Take profit&lt;/strong&gt; คือ ที่ &lt;strong&gt;zone ถัดไป หรือ ถือยาวไปโซนที่ไกลขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 7: Wammies and Moolahs(W&amp;amp;M)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เป็นรูปแบบ&lt;strong&gt;การกลับตัว(reversal pattern&lt;/strong&gt;) โดยการดู &lt;strong&gt;double top / double bottom ที่ Major zone&lt;/strong&gt; ซึ่งเป็นรูปแบบ"&lt;strong&gt;การกลับตัวที่พบมากที่สุดในตลาด&lt;/strong&gt;" โดยเหตุผล คือ&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;ปกติก่อนที่จะมีการกลับตัวที่ Major zone&lt;strong&gt; ตลาดชอบที่จะ ทดสอบความแน่ชัด ด้วยการกลับมาแตะzone อีกครั้ง&lt;/strong&gt;(รวมเป็น 2 ครั้ง)&lt;strong&gt; ก่อนจะกลับตัว&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;(Single top/bottom ก็มีเช่นกัน แต่จะเป็นลักษณะของ The Big Shadow)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Wammies&lt;/strong&gt; คือ Double bottom เพราะ กราฟลักษณะเหมือน &lt;strong&gt;W&lt;/strong&gt; ส่วน &lt;strong&gt;Moolahs&lt;/strong&gt; คือ Double top เพราะ กราฟลักษณะเหมือน &lt;strong&gt;M&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;W&amp;amp;M จะมีลักษณะพิเศษที่ต้องมี ที่ช่วยลดโอกาสผิดพลาด &lt;/strong&gt;ที่เพิ่มมาจาก Double top/bottom แบบเดิม คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ในการสัมผัสกับ Major zone &lt;strong&gt;ครั้งที่ 2&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต้องมีการทำ &lt;strong&gt;Higher low&lt;/strong&gt; ใน&lt;strong&gt; Double bottom(W)&lt;/strong&gt; - แสดงถึง up trend&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ต้องมีการทำ &lt;strong&gt;Lower high&lt;/strong&gt; ใน &lt;strong&gt;Double top(M)&lt;/strong&gt; - แสดงถึง down trend&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การสัมผัสกับโซน ครั้งที่ 1 และ 2 ต้อง&lt;strong&gt;ห่างกันอย่างน้อย 6 แท่งเทียน และยิ่งห่างมากยิ่งดี&lt;/strong&gt; แต่ถ้าสัมผัสโซนถี่ๆ อาจมีแนวโน้มที่จะทะลุโซน(break)มากกว่าการกลับตัว(reversal)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ในการสัมผัสกับ Major zone &lt;strong&gt;ครั้งที่ 2 &lt;/strong&gt;ต้องมีการ &lt;strong&gt;print แท่งเทียน Bullish/Bearish candlestick &lt;/strong&gt;ซึ่งอาจไม่ต้องถึงกับ &lt;strong&gt;engulfing(Big shadow)&lt;/strong&gt; ก็ได้(แต่ถ้าได้จะยิ่งดี) ซึ่งจะเป็นสัญญาณในการเข้าวาง stop order&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;นอกจากนี้หากมี "&lt;strong&gt;room to the left&lt;/strong&gt;"(ซ้ายโล่ง เหมือน The big shadow) ซึ่งแสดงถึงการที่ไม่มี price action ที่ราคานั้น จะเป็นการกลับตัวที่รุนแรง&lt;strong&gt;(Major reversal)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลยุทธ์&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เข้าเทรดหลังจากมีการ print แท่งเทียน bullish/bearish candlestick&lt;/strong&gt; ในการแตะ zone ครั้งที่ 2 โดย&lt;strong&gt;วาง Stop order เลย แท่งเทียนดังกล่าว &lt;/strong&gt;เล็กน้อย(few pips) - Stop order ข้อดี คือ ถ้าเรามองตลาดผิด order ก็จะไม่ถูก trigger เราก็จะไม่เสียเงินฟรี&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วาง &lt;strong&gt;Stop loss&lt;/strong&gt; เลย จุดสิ้นสุดราคา ของ &lt;strong&gt;การแตะครั้งแรก &lt;/strong&gt;ไปอีกเล็กน้อย(few pips)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การ &lt;strong&gt;Take profit&lt;/strong&gt; คือ ที่ &lt;strong&gt;zone ถัดไป หรือ ถือยาวไปโซนที่ไกลขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 8: Kangaroo Tails&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เป็น &lt;strong&gt;reversal pattern&lt;/strong&gt; โดยมีลักษณะคือ &lt;strong&gt;มีการทิ้งไส้(wick)แท่งเทียนยาวๆ&lt;/strong&gt; แต่ส่วน&lt;strong&gt;body&lt;/strong&gt;(ราคาเปิดและปิด) &lt;strong&gt;จะเล็กๆ ไม่เกิน 1/3 ของแท่งเทียน&lt;/strong&gt; และจะอยู่ที่สุด&lt;strong&gt;ปลายสุดคนละฝั่งกับไส้แท่งเทียน&lt;/strong&gt;(ไม่อยู่กลางแท่งเทียน) เหมือนกับจิงโจ้ ที่มีส่วน&lt;strong&gt;ตัวสั้นๆกับหางยาวๆ&lt;/strong&gt;เมื่อมองจากด้านบน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หางยาวๆ&lt;/strong&gt; แสดงถึงการที่&lt;strong&gt;ราคาพุ่งเลยโซนมา มากเกินไป แต่โซนยังคงรั้งไว้ได้ และมีแนวโน้มจะกลับตัว &lt;/strong&gt;ซึ่งมักจะเกิดร่วมกับเหตุการณ์ใหญ่ๆในโลก และการกลับตัวอย่างรวดเร็ว(ภายในแท่งเทียน) แสดงถึง &lt;strong&gt;ความตื่นตัวกับเหตุการณ์นั้นๆของตลาด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;สิ่งที่ต้องคำนึงถึง เพื่อให้เกิดพลังในการกลับตัว&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ส่วนหาง ต้องยาวกว่าแท่งเทียนก่อนๆ&lt;/strong&gt;(&lt;strong&gt;ยิ่งยาวยิ่งดี&lt;/strong&gt;)&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;ถ้าสั้นกว่าแท่งเทียนก่อนๆ จะไม่มีพลังในการกลับตัว รวมถึงมักเป็นเพียงการ&lt;strong&gt;หยุดพักตัว&lt;/strong&gt; ก่อนที่จะวิ่งต่อในทิศทางเดิม(ไม่กลับตัว)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ระวังแท่งเทียนใหญ่ๆ ก่อนหน้า&lt;/strong&gt; ถ้าเกิด kangaroo tail แต่&lt;strong&gt;เล็กกว่า&lt;/strong&gt; ก็จะยังคงมีแรงไปต่อในทิศเดิมได้&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ส่วน &lt;strong&gt;body ของ kangaroo tail ต้องปิดอยู่ในช่วงราคาของแท่งเทียนก่อนหน้า&lt;/strong&gt;(High, Low ของไส้เทียนก็นับนะ)&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;แสดงถึง &lt;strong&gt;การที่ราคาไม่สามารถเลยพ้น Zone ของแนวก่อนหน้า&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ต้องเกิดบน Major zone &lt;/strong&gt;โดยเฉพาะ&lt;strong&gt;โซนที่มีการกลับตัวบ่อยๆ&lt;/strong&gt;(เช่นเดียวกับทุก catalyst ถ้าเกิดนอกโซน จะไม่มีนัยสำคัญ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Room to the left &lt;/strong&gt;เป็นลักษณะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ถ้ามีร่วมด้วยจะดีมาก (เหมือนกับ The Big Shadow) คือ ถ้าเกิด&lt;strong&gt;ใน zone ที่ราคาไม่มี price action มานาน&lt;/strong&gt; ซึ่งหมายถึงทางด้านซ้ายจะโล่งไม่มีแท่งเทียนอยู่ จะยิ่ง&lt;strong&gt;เพิ่มโอกาสการกลับตัวได้มาก&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลยุทธ์&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เข้าเทรด ด้วย buy stop &lt;/strong&gt;โดยวางที่ราคา ห่าง แท่งเทียน kangaroo tail เล็กน้อย(few pips)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ควรเข้า ด้วยการรอจังหวะ retracement เพราะ &lt;strong&gt;ถ้าราคา retrace ได้ โอกาสจะเป็นไปตาม kangaroo tail ก็มักจะน้อยลง&lt;/strong&gt; แต่ถ้าเทรดด้วย buy stop ราคาก็มักจะไม่ trigger&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วาง &lt;strong&gt;stop loss&lt;/strong&gt; เลยส่วนหางของ kangaroo tail ไปอีกเล็กน้อย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Take profit&lt;/strong&gt; ที่ zone ถัดไป หรือ ถือยาวไปโซนที่ไกลขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 9: The Big Belt&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เป็น&lt;strong&gt; reversal catalyst&lt;/strong&gt; เกิดจาก&lt;strong&gt;ในวันหยุด&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;มีข่าว หรือ เหตุการณ์ต่างๆหรือ นักเทรดมีการประมวลข้อมูลจากสัปดาห์ก่อน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;พอเปิดตลาด จึงทำการเข้าเทรดโดยทันที&lt;/strong&gt; แต่เป็นการเทรดที่ไม่ถูกต้อง ทำให้สุดท้ายราคากลับมาที่เดิม และมักจะกลับตัว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะสำคัญ คือ&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เมื่อ&lt;strong&gt;เปิดการเทรดในสัปดาห์&lt;/strong&gt; ราคาจะ&lt;strong&gt;เปิด Gap จากแท่งเทียนสัปดาห์ก่อน&lt;/strong&gt; ทะลุ &lt;strong&gt;Major zone&lt;/strong&gt; แต่สุดท้ายราคาจะค่อยๆถูกดีดกลับมาฝั่งเดิม และ ปรากฏเป็น &lt;strong&gt;แท่งเทียนใน TF day&lt;/strong&gt; ที่มี &lt;strong&gt;ราคาเปิด-ปิดของวัน ใกล้เคียงกับราคาสูงสุด-ต่ำสุด(แท่งเทียนจะไม่ค่อยมีไส้เทียน เป็นแท่งเทียนเต็มแท่ง โดยเฉพาะราคาปิด)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้ามี &lt;strong&gt;room to the left&lt;/strong&gt; ด้วย จะยิ่งดีมาก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เกิด (print on) อยู่บน Major zone&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ให้&lt;strong&gt;เทรดในระดับ TF day เท่านั้น จะมี win rate สูงสุด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทคนิคง่ายๆ คือ ทุกสัปดาห์ ในวันที่สองของการเปิดตลาด ให้ดูกราฟของวันแรกในสัปดาห์ ใน TF day ว่าแท่งเทียนที่เปิดวันแรก กราฟไหน มีลักษณะของ The big belt ก็เทรดกราฟนั้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักเกิดใน &lt;strong&gt;Major currency pairs&lt;/strong&gt; ได้แก่ EUR/USD, USD/CHF, USD/JPY, GBP/USD&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลยุทธ์&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เทรดใน &lt;strong&gt;TF day&lt;/strong&gt; เท่านั้น
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;วาง&lt;strong&gt; stop market order &lt;/strong&gt;ห่างจากราคาของ the Big belt เล็กน้อย(few pips)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วาง &lt;strong&gt;Stop loss &lt;/strong&gt;ที่ ห่างปลายอีกฝั่งของแท่งเทียนเล็กน้อย(few pips)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วาง &lt;strong&gt;take profit&lt;/strong&gt; ที่ Major zone ถัดไป หรือ ถือยาวไปโซนที่ไกลขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 10: The Trendy Kangaroo&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เป็น Catalyst ประเภท&lt;strong&gt; Trend following&lt;/strong&gt; โดยจะเข้าเทรด โดยใช้สัญญาณ &lt;strong&gt;kangaroo tail &lt;/strong&gt;ที่เกิดในขณะที่&lt;strong&gt;ตลาดมีการพักตัว(pause of the market) ในกรอบราคาแคบๆ(small consolidation zone)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;kangaroo tail&lt;/strong&gt; ลักษณะส่วนใหญ่จะเหมือนเดิม&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;(มี &lt;strong&gt;tail ยาวๆ,&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;มีขนาด body ที่ไม่เกิน 1/3&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;ราคาปิดอยู่ในช่วงกรอบราคา ของแท่งเทียนก่อนหน้า&lt;/strong&gt;) เพียงแต่ไม่มี room to the left เพราะไม่ใช่การกลับตัว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะสำคัญ &lt;/strong&gt;คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต้องดูก่อน ว่าใน &lt;strong&gt;TF ที่เราจะเทรด มี Trend หรือไม่&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าดูไม่ออก &lt;strong&gt;ลองถามเด็ก 10 ขวบดู&lt;/strong&gt; ว่ามันดูเฉียงขึ้น เฉียงลง หรือ กลับไปกลับมา - อย่าลืม แถมขนมให้เด็กด้วยนะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;คอยจับตาดู&lt;/strong&gt; ขณะที่ Trend มี การ&lt;strong&gt;พักตัวในกรอบราคาแคบๆ &lt;/strong&gt;โดยจะเป็น&lt;strong&gt;กลุ่มแท่งเทียนเล็กๆสั้นๆ&lt;/strong&gt; ต่อกันประมาณ 3-10 แท่ง เรียกว่า&lt;strong&gt; small consolidation zone&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จะเข้าเทรด&lt;/strong&gt; หากใน &lt;strong&gt;consolidation zone&lt;/strong&gt; มีการ &lt;strong&gt;print แท่งเทียน kangaroo tail เกิดขึ้น &lt;/strong&gt;โดยที่ &lt;strong&gt;ส่วน tail ยื่นหลุด zone แต่ส่วน body กลับมาปิดตัวในzone&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;สิ่งสำคัญ คือ ส่วน tail ต้องยาวทะลุ zone และ ยาวกว่าแท่งเทียนก่อนๆ อย่างชัดเจน (ยิ่ง tail หลุดจากกรอบยาวๆ จะยิ่งดี) &lt;/strong&gt;หากแม้ tail จะยาว แต่ยังคงอยู่ใน zone จะไม่นับว่ามีผล&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;room to the left มักจะไม่มี หรือ มีก็เพียงเล็กน้อย &lt;/strong&gt;เนื่องจากเป็นการเกิดสัญญาณใน&lt;strong&gt;ทิศทางเดียวกับ trend&lt;/strong&gt;(จึงมี price action ที่ด้านซ้าย)&lt;strong&gt; ไม่ใช่ การกลับตัว(reverse)&lt;/strong&gt; แบบ kangaroo tail ปกติ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่หาก&lt;strong&gt;ยิ่งมีการ consolidation นาน จะยิ่งดี&lt;/strong&gt;(มีแท่งเทียนต่อกันเยอะๆ) ก็จะเกิด room to the left ได้มากขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อาจจะมีบางกรณีที่&lt;strong&gt; kangaroo tail ไม่ได้ print บน Major zone&lt;/strong&gt; แต่&lt;strong&gt;เกิดบน minor zone ก็นับเหมือนกัน&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;กรณีสำหรับ &lt;strong&gt;Trend follow สามารถเข้าได้ใน minor zone เพราะ จะมีแรงส่งมาเรื่อยๆอยู่แล้ว&lt;/strong&gt; ไม่เหมือนกับ reversal ที่ต้องเข้าใน Major zone เท่านั้น(ไม่อย่างนั้นแรงกลับตัวจะไม่พอ)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อควรระวัง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถ้ามี Big correction&lt;/strong&gt; เกิดขึ้น(เกิด reversal catalyst ที่ Major zone แล้วมีการวิ่งกลับ trend มากกว่าปกติ) อาจเป็นสัญญาณว่าเทรนด์จบแล้ว แม้จะเกิด kangaroo tail ภายหลัง ก็จะ&lt;strong&gt;ไม่ใช่ Trendy kangaroo ที่ดี&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Trendy kangaroo tail ที่ดีที่สุด จะเกิดหลังจากการพักตัว(print after a pause)&lt;/strong&gt; ซึ่งเป็น consolidation zone เล็กๆ ไม่ใช่ big correction&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลยุทธ์&lt;/strong&gt; เหมือนกับการเทรดปกติ คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Stop order&lt;/strong&gt; ที่ราคาเลยแท่งเทียน &lt;strong&gt;kangaroo tail&lt;/strong&gt; เล็กน้อย (ไม่ใช่เลย consolidation zone นะ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Stop loss&lt;/strong&gt; ที่ปลาย tail&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Take profit&lt;/strong&gt; ที่ zone ถัดไป หรือถือยาว ไปโซนที่ไกลขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 11: Exiting the trade&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Trader จะมีนิสัยการเก็บกำไรอยู่ 2 แบบ&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;runner&lt;/strong&gt;(รันเทรนด์ win rate ต่ำ แต่เก็บกำไรก้อนโต) และ &lt;strong&gt;gunner&lt;/strong&gt;(เทรดสั้น win rate สูง เพราะ เก็บกำไรระยะสั้น - RR อาจจะน้อยกว่า 1:1 แต่ถ้า win rate 80% ก็ทำกำไรได้)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ว่าจะเทรดสไตล์ไหน ไม่มีอะไรผิด ถ้าเราคิดว่าเหมาะสมและสมเหตุสมผลสำหรับเรา &lt;strong&gt;เพียงแต่ต้องยึดกับการเทรดนั้นๆไปตลอด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลยุทธ์การออก(Take profit) &lt;/strong&gt;กลยุทธ์เหล่านี้ เป็นรูปแบบ hand free trading(ไม่ต้องมาคอยดูราคาว่าถึงไหน)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Gunner &lt;/strong&gt;หลักการส่วนใหญ่ จะเป็นการ &lt;strong&gt;TP ที่ Major zone ถัดไป&lt;/strong&gt; เพราะ zone เป็น&lt;strong&gt;จุดที่ราคาจะกลับตัว&lt;/strong&gt; แต่อีกนัยหนึ่ง คือ เป็นจุดที่&lt;strong&gt;ดึงดูดราคาเข้าหาตัวเองด้วย&lt;/strong&gt; เพราะ ราคาจะต้องไปวิ่งไปพักตัวที่ zone เสมอ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Zone exit &lt;/strong&gt;เป็นการ&lt;strong&gt;ออกใน zone ที่ใกล้ที่สุด&lt;/strong&gt; ซึ่งจะเป็นโซนถัดไป ที่มองเห็นได้จาก TF เดียวกัน (ไม่ใช่ zone ที่มาจากการมองใน TF ใหญ่กว่า)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การ TP จะ TP ก่อนถึง zone เล็กน้อย &lt;/strong&gt;เพราะ บางทีราคาแค่เฉียดๆโซนแล้วกลับตัว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;RR อาจจะน้อยกว่า 1:1&lt;/strong&gt;(&lt;strong&gt;เพราะ ต้องเผื่อความกว้าง spread และ การ TP ก่อน zone&lt;/strong&gt;) แต่ win rate อาจมากถึง 80% ก็สามารถทำกำไรได้&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Split exit&lt;/strong&gt; เนื่องจากบ่อยครั้ง ราคามักจะเลย zone ไปอีก &lt;strong&gt;จึงทำการแบ่งครึ่ง position และ ให้ TP ที่ zone ถัดจากกันไป &lt;/strong&gt;ทั้งนี้กำไรรวมมักจะมากกว่า zone exit ธรรมดา
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การ TP&lt;/strong&gt; - position แรก ก็ TP ที่ &lt;strong&gt;zone แรก&lt;/strong&gt;, position ที่สอง ก็ TP ที่ &lt;strong&gt;zone ถัดไป&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ส่วนการ&lt;strong&gt; Stop loss&lt;/strong&gt; เมื่อได้กำไรจาก zone แรก ก็&lt;strong&gt;เลื่อน stop loss ของ อีก position มาที่จุด entry&lt;/strong&gt; เพื่อกันขาดทุน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Runner&lt;/strong&gt; ในขั้นต้นจะมีการแบ่งปิดก่อน และที่เหลือจะออกด้วย &lt;strong&gt;trailing exit &lt;/strong&gt;ซึ่งต้องมี cusion เพียงพอ เพื่อรองรับเวลาที่ราคาวิ่งสวนทาง ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถเก็บกำไรได้ เวลาที่เทรนด์วิ่งไปไกล
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Ladder exit &lt;/strong&gt;จะเป็นการเลื่อน stop loss ไปทีละขั้น ตาม zone ที่ราคาเคลื่อนไป &lt;strong&gt;โดยจะวาง stop loss อยู่ที่ zone ก่อนหน้าของราคาเสมอ&lt;/strong&gt; เช่น&amp;nbsp;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หากราคาไปถึง zone แรก ก็จะ&lt;strong&gt;เลื่อน SL มาที่ Entry price&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หากราคาไปถึง zone ที่ 2 ก็จะ&lt;strong&gt;เลื่อน stop loss มาที่ zone แรก&lt;/strong&gt; เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้อดี คือ &lt;strong&gt;มีความยืดหยุ่นกับตลาด เพราะ stop loss ตาม zone&lt;/strong&gt; จึงรองรับความผันผวนได้สูง ก็มีโอกาสที่จะ follow trend ได้ไกล&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้อเสีย คือ &lt;strong&gt;อาจเสียกำไรได้เยอะ&lt;/strong&gt; เพราะ stop loss กว้าง หรือ บางทีได้กำไรอยู่แต่สุดท้ายกลับมาขาดทุน &lt;strong&gt;อาจไม่เหมาะกับ runner&lt;/strong&gt; เพราะ มักจะเทรดเสียเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่ชอบกลยุทธ์ที่เสี่ยงขาดทุนเยอะในการเทรดแต่ละครั้ง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Three-Bar exit&lt;/strong&gt; จะไม่ใช้การเลื่อน stop loss ไปตาม zone แต่&lt;strong&gt;เลื่อนไปตาม ราคาสูงสุด หรือ ต่ำสุด(ขึ้นอยู่กับว่า buy/sell) ของ candle stick 3 ตัวล่าสุด&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;โดยหากเป็นการ buy trade จะเลื่อนมาที่ราคาต่ำสุด, sell จะเลื่อนมาที่ราคาสูงสุด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้อดี คือ &lt;strong&gt;โอกาสขาดทุนน้อย&lt;/strong&gt; จึงเหมาะกับ runner เพราะ ปกติ ขาดทุนบ่อย หลายครั้ง การเสียน้อยจึงดีกว่า &lt;strong&gt;แล้วไปเก็บ strong trend วิ่งแรงๆทีเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้อเสีย คือ &lt;strong&gt;รองรับความผันผวนได้ต่ำ ถ้าไม่ใช่ strong trend จะถูกกิน stop loss ได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะ ตาม trend กระชั้นชิดเกินไป&lt;/strong&gt; อาจไม่ชอบสำหรับ gunner(แต่ก็ใช้ได้เหมือนกัน ซึ่งจะกลายเป็น gunner ที่สามารถ run big trend ได้)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Managing exits&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ปัญหาอย่างหนึ่ง คือ การ &lt;strong&gt;retrading the last trade&lt;/strong&gt; คือ การเอาการเทรดก่อนหน้า มาเป็นกลยุทธ์การเทรดในครั้งต่อมา เช่น เทรดครั้งก่อน หลังจาก TP ไป ราคาวิ่งต่อไปอีก 100 pips &amp;nbsp;ในครั้งถัดมา จึงคิดว่าจะเปลี่ยนจาก gunner มาเป็น runner เป็นต้น
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เพราะ การเทรดแต่ละครั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกัน มีความแตกต่างกัน &lt;strong&gt;ควรจะคงกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตนเองไว้ไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Gunner ก็ต้องยอมรับว่าหลังจาก TP กราฟอาจยังวิ่งต่อได้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Runner ก็ต้องยอมรับว่า จะต้องถูก SL หลายครั้ง กว่าจะได้กำไรก้อนใหญ่สักครั้ง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Part 3: Trading Psychology&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 12: The Forex cycle&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Cycle of doom&lt;/strong&gt;(วงจรแห่งความล้มเหลว)
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The Search&lt;/strong&gt;: ถ้า&lt;strong&gt;หา Trading system ที่เหมาะกับตนเอง&lt;/strong&gt;ได้ คือ ผ่านข้อ 1&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The Action&lt;/strong&gt;:
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าสามารถ อดใจ ทำการ &lt;strong&gt;test trading system ก่อนการนำไปใช้จริง&lt;/strong&gt; คือ ผ่านข้อ 2 และ ไม่ต้องไป ข้อ 3(มีเพียงคนกลุ่มน้อยที่จะผ่านข้อนี้)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทำการ test &lt;strong&gt;อาจจะได้กำไรในครั้งแรกๆ แต่มักจะตามมาด้วยการขาดทุนสะสม&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;เมื่อลองเพิ่ม risk เพื่อหวังกำไรมากขึ้น ก็เริ่มประสบกับ drawdown ทันที&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เมื่อเริ่มผิดหวังกับการเทรด แสดงถึงการหมดความเชื่อมั่นในระบบของตนเอง ก็จะนำมาสู่ข้อที่ 3&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The Blame&lt;/strong&gt;: โทษ trading system ทั้งๆที่&lt;strong&gt;ตัวเองยังไม่เคย test ระบบ จนเข้าใจมันดีพอ &lt;/strong&gt;จากนั้นก็จะไปเริ่ม ข้อ 1 ใหม่ วนไปเรื่อยๆ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาจริงๆของ cycle of doom &lt;/strong&gt;คือ Trader เข้าใจว่า กำไรมาจากระบบเทรด ซึ่งไม่ถูกต้อง จริงๆ&lt;strong&gt;กำไรมาจากตัว Trader เองต่างหาก &lt;/strong&gt;trading system เป็นเพียง&lt;strong&gt;เครื่องมือให้ Trader สกัดเอากำไร&lt;/strong&gt;ออกมาจากตลาด ซึ่ง&lt;strong&gt;ไม่ได้สำคัญเท่าการ execution ของ Trader เอง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ตัวผู้เขียนตำราเล่าให้ฟังเองว่า เคยติดอยู่ใน cycle นี้หลายปี แต่หลังจากที่ใช้เวลาอีกหลายปี ก็สามารถเข้าถึงการทำกำไรได้ อีกทั้ง&lt;strong&gt;สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอจริงๆ &lt;/strong&gt;ซึ่งอย่างแรกเลย คือ &lt;strong&gt;ต้องรู้ตัวก่อนว่าเรากำลังติดอยู่ใน Cycle&lt;/strong&gt; คือ การเข้าใจผิด คิดว่าระบบจะทำกำไรให้ &lt;strong&gt;ซึ่งจริงๆมันเกิดจากตัว Trader เอง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แม้แต่ Trader ที่ใช้ระบบเดียวกัน คนหนึ่งทำกำไรได้ แต่อีกคนกลับขาดทุน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งเดียวที่จะทำให้ออกจาก cycle นี้ได้ คือการ &lt;strong&gt;Back testing ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 13: Creating your own system&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เขียนกฎเกณฑ์ของระบบในการเทรดให้กับตัวเอง&lt;/strong&gt; ในการตัดสินใจต่างๆ โดยเขียนให้ละเอียด ครอบคลุม และชัดเจน เพื่อลดโอกาสการแอบละเมิดกฎ และ ถ้าจะให้ดี คือ &lt;strong&gt;เขียนไว้ในที่ๆจะสามารถมองเห็นได้เสมอในระหว่างการเทรด&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การละเมิดกฎ มักจะทำด้วยเหตุผลที่ว่า "&lt;strong&gt;just this&lt;/strong&gt;" เช่น &lt;strong&gt;แค่ครั้งนี้&lt;/strong&gt; ที่ใช้ risk มากขึ้น, &lt;strong&gt;แค่ครั้งนี้&lt;/strong&gt; ที่เลื่อน stop loss เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กฏเกณฑ์มาจากการสร้างระบบเทรดที่ &lt;strong&gt;เหมาะสมกับตนเอง&lt;/strong&gt; ดังที่จะกล่าวต่อไป ดังนี้&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การสร้างระบบเทรดที่เหมาะกับตนเอง &lt;/strong&gt;มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;นักเทรด&lt;/strong&gt; มี2 รูปแบบ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Market specialist&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;เทรดตลาดเดียว คู่เงินเดียว แต่ใช้ทุกกลยุทธ์(ทุก catalysts ที่มี)&lt;/strong&gt; บางทีอาจสามารถเทรดทั้งระยะสั้นและระยะยาวพร้อมๆกัน ในคู่เงินเดียว เช่น มี daily TF kangaroo tail จึง &lt;strong&gt;long EUR/USD ระยะยาว&lt;/strong&gt; &amp;nbsp;แต่ มี h1 TF last kiss จึง &lt;strong&gt;short EUR/USD ระยะสั้น&lt;/strong&gt; เป็นต้น
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อดี&lt;/strong&gt; คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;จะทำให้รู้&lt;strong&gt; Character/ลักษณะเฉพาะ ของตลาด&lt;/strong&gt; และ เชี่ยวชาญในตลาดนั้นๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;win rate&lt;/strong&gt; มักจะสูง(เพราะ เทรดจนเข้าใจ character, จับจังหวะตลาดได้ดี) และ นักเทรดเหล่านี้&lt;strong&gt;มักจะเป็นกลุ่มที่ทำเงินได้มากที่สุด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้าอยู่ในตลาดนานๆ อาจเกิดการ&lt;strong&gt;สังเกตพบ correlation กับตลาดอื่นได้&lt;/strong&gt; เช่น EUR/USD สัมพันธ์กับ dow jone เป็นต้น แต่ความสัมพันธ์นี้อาจไม่ได้คงอยู่ตลอดไป และ เปลี่ยนได้เรื่อยๆ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Trading specialist&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;เทรดหลายตลาด แต่ใช้กลยุทธ์เดียว(เลือก catalyst อันที่ถนัด มาอันเดียว) &lt;/strong&gt;รวมถึงสามารถเทรดได้ในหลาย TF นะ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อดี&lt;/strong&gt; คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่ละ Catalyst มีรายละเอียดในการใช้ &lt;strong&gt;การเทรดโดยใช้เครื่องมือเดียวจนชำนาญ จะทำให้เรารู้ว่าลักษณะกราฟแบบไหน มั่นใจมาก หรือ มั่นใจน้อย หรือ &lt;/strong&gt;ไกล้เคียงกับรูปแบบ ideal มากแค่ไหน&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ซึ่งความชำนาญ ต้องเกิดจากการฝึกฝน สังเกต และ สั่งสมประสบการณ์ซ้ำๆ จนจำได้แม่น เป็น reflex แต่&lt;strong&gt;หากฝึกเครื่องมือหลายอย่างพร้อมกัน อาจไม่สามารถ ติดตาม สังเกตผล ได้ครอบคลุม และ พัฒนาความชำนาญขึ้นไปได้ยาก&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การฝึกโดยใช้เครื่องมือ(catalyst)เดียว ซ้ำๆ จะทำให้พัฒนาได้ดีกว่า &lt;/strong&gt;หากชำนาญตัวหนึ่งแล้ว ก็สามารถฝึกตัวอื่นต่อได้เช่นกัน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้าฝึกมานานและชำนาญมากขึ้น อาจจะรู้ว่า &lt;strong&gt;catalyst แต่ละตัว มี TF ที่ใช้งานได้ดี ต่างกันไป &lt;/strong&gt;เช่น the last kiss อาจใช้ได้ดีกับ TF 4h ในขณะที่ the big shadow ใช้ได้ดีกับ day หรือ 5min เป็นต้น(อันนี้ตัวอย่างสมมติเฉยๆนะ)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การเลือก &lt;strong&gt;Timeframe&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;นิสัยส่วนตัว&lt;/strong&gt; Timeframe ไหนที่เรารู้สึก ว่าเทรดแล้ว comfortable สบายที่สุด(เอาแบบไหนก็ได้ เอาที่สบายใจ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ความอดทนในการรอคอย&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าความอดทนสูง จะเหมาะกับการเทรดระยะยาวที่ต้องรอนานกว่า สามารถทนเห็นกำไรที่หายไป จากความผันผวนของราคา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ส่วนความอดทนต่ำ จะเหมาะกับการเทรดระยะสั้น ที่เก็บกำไรแล้วจบ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เวลาที่มีให้กับการเทรดในแต่ละวัน &lt;/strong&gt;ถ้าไม่มีเวลาว่าง การเทรด Timeframe ใหญ่จะง่ายที่สุด การเทรดใน TF เล็ก จะเหมาะกับคนที่มีเวลาว่างทั้งวัน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ประสบการณ์&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;นักเทรดที่ยังไม่มีประสบการณ์ มักจะเริ่มฝึกเทรดจาก TF ใหญ่ได้ดีกว่า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;TF เล็ก ต้องใช้การ focus ที่มากกว่า รวมถึงประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญใน catalysts ที่จะสามารถมองกราฟ แล้วออก action ได้ทันท่วงที&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กฎความเสี่ยง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Risk appetite&lt;/strong&gt; โดยคร่าวๆ ความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ คือ &lt;strong&gt;การใช้ความเสี่ยงที่เรายังสามารถนอนหลับได้เป็นปกติ&lt;/strong&gt; เมื่อเปิด position ข้ามคืน แต่หากเกิดใช้ความเสี่ยงมากจน เรา&lt;strong&gt;ต้องตื่นมาดูกลางดึก หรือ ดูกราฟทั้งวัน &lt;/strong&gt;แสดงว่ากำลังใช้ความเสี่ยงที่มากเกินไป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Maximum Drawdown &lt;/strong&gt;คือ &lt;strong&gt;%การขาดทุนรวมสูงสุดที่นับได้ &lt;/strong&gt;หากเกินกว่านี้จะหยุดเทรดก่อน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การกำหนดเป็น &lt;strong&gt;สัปดาห์&lt;/strong&gt; อาจจะง่ายที่สุดสำหรับนักเทรดทั่วไป เช่น ขาดทุนสูงสุดไม่เกิน&lt;strong&gt;สัปดาห์ละ 5%&lt;/strong&gt; เป็นต้น
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หรือหากเป็นนักเทรดระยะยาว อาจกำหนดเป็น &lt;strong&gt;เดือนละ 10%&lt;/strong&gt; หรือ ระยะสั้น อาจกำหนดเป็น &lt;strong&gt;วันละ 1 %&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เมื่อถึง draw down จะหยุดเทรด เพื่อ&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หลีกเลี่ยงการพยายามเอาคืน(เป็นสาเหตุที่พอร์ตระเบิดได้เร็วที่สุด)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เพื่อพักและกลับมา ด้วยการมี&lt;strong&gt;ความคิดแจ่มใส&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เมื่อหยุดเทรดแล้ว &lt;strong&gt;สิ่งที่จะทำ &lt;/strong&gt;คือ
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;พักผ่อน&lt;/strong&gt; อาจจะหยุดสุดสัปดาห์ 1-2 วัน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กลับมา Back-test ระบบ&lt;/strong&gt; ว่ายังเหมาะสม ใช้ได้หรือไม่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ประเมินการเทรดของตัวเอง&lt;/strong&gt;(จาก trading diary) ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น ไม่ทำตามกฏเกณฑ์ของระบบ เป็นต้น โดยตามดู diary ไปจนถึงช่วงก่อนที่จะ draw down ด้วย ว่าต่างกันอย่างไร&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ตัดสินใจว่า ระบบเทรด ยังใช้ได้อยู่หรือไม่ &lt;/strong&gt;ถ้าลอง back test แล้ว ไม่มีปัญหา ก็อาจเป็นเพียง bad luck แต่&lt;strong&gt;ให้ลองอีกขั้นคือ test กับข้อมูลตลาดในปัจจุบันด้วยการลองเทรด demo&lt;/strong&gt; หากว่าเราทำตามกฎของระบบเราทุกอย่างแล้ว แต่ไม่สามารถทำกำไรได้ อาจจะต้องเปลี่ยนระบบเทรด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ทดสอบแล้วว่าระบบยังใช้งานได้&lt;/strong&gt; สิ่งที่ต้องทำต่อมา คือ&lt;strong&gt;การสร้างความมั่นใจให้กลับคืนมา&lt;/strong&gt; วิธีที่ดีที่สุดคือ &lt;strong&gt;back test&lt;/strong&gt; และ อีกวิธีคือ &lt;strong&gt;positive mindset&lt;/strong&gt;(บทต่อไป)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;นักเทรดทุกคน จะต้องพบเจอกับช่วงเวลายากลำบากนี้เสมอ&lt;/strong&gt; แต่จำไว้ว่า เราสามารถถอยออกมาพัก แล้วดูให้แน่ชัดก่อนได้ ว่าปัญหาเกิดจากอะไร ตลาดมีเวลาให้เราทำกำไรได้เสมอ ไม่ต้องรีบ การออกมาพักจะทำให้สมองแจ่มใส และ จะสามารถกลับไปเทรดได้ดีขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Correlated trades&lt;/strong&gt;(การเทรดกระจาย(basket trade)ในคู่เงินที่มีสกุลเงินเดียวกัน)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;โดยพื้นฐาน คือ &lt;strong&gt;ถ้าจะเทรด กลุ่มคู่เงิน ที่มีสกุลเงินซ้ำกัน&lt;/strong&gt; เช่น กลุ่ม JPY ได้แก่ USDJPY, EURJPY, GBPJPY,... เป็นต้น จะลดrisk ลง ให้ได้&lt;strong&gt; risk รวม ของคู่เงินทั้งหมด ไม่เกิน risk การเทรดต่อครั้ง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เช่น โดยปกติ risk ต่อ 1 การเทรด คือ 1% ถ้าเทรดรวดเดียว 5คู่เงิน ในกลุ่ม JPY ก็จะลด risk แต่ละคู่เงินเหลือ 0.2% เพื่อให้ได้ risk รวมไม่เกิน 1%&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หรืออาจแค่ลด risk ลง&lt;/strong&gt; เพื่อไม่ให้ถึง max draw down ก็ได้ เช่น หาก Max DD ต่อสัปดาห์คือ 5% ถ้าเทรดรวดเดียว 5 คู่เงิน อาจลด risk เหลือคู่ละ 0.6% &amp;nbsp;ก็ได้ risk รวม 3% ซึ่งหากเกิดผิดพลาด ก็ยังเหลืออีก 2% ไว้เทรดต่อ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เพราะ &lt;strong&gt;กราฟที่เป็นกลุ่มเดียวกันมักจะวิ่งลักษณะคล้ายกัน&lt;/strong&gt;(แต่อาจมีบางกราฟที่วิ่งดี หรือ แย่กว่ากราฟอื่น การเทรดเป็น basket เป็นการกระจายโอกาส) ถ้าใช้ risk แยกกัน แล้วเกิดผิด ก็จะถึง max draw down อย่างรวดเร็ว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Managing the trades&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การเทรดสามารถ manage ได้ทั้งจาก entry price และ exit price
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Entry price&lt;/strong&gt; เช่น market order(ณ ราคาปัจจุบัน), limit order(เข้าเวลาที่ราคาเคลื่อนผิดทาง หรือมีการ retrace), &lt;strong&gt;stop order&lt;/strong&gt;(เข้าเวลาที่ราคาเคลื่อนไปในทางที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตำราแนะนำวิธีนี้ เพราะ ถ้าคาดการณ์ผิดก็จะไม่ต้องเสียเงินฟรี)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Exit price&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่เปลี่ยนแผนการเทรด&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;นักเทรดหลายคน เชื่อว่า &lt;strong&gt;การเทรดทั้งหมด(Entry price, TP, SL) ควรถูกกำหนดตั้งแต่การวาง order แล้ว&lt;/strong&gt; และ&lt;strong&gt;ไม่ควรมีการเข้าไปยุ่งกับการเทรดอีก&lt;/strong&gt; ส่วน win หรือ loss เป็นหน้าที่ของตลาด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แม้แต่การ loss ก็ยังอยู่ในแผนของเรา&lt;/strong&gt; เพราะเราได้ควบคุม risk limit ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว จึงอาจไม่จำเป็นเท่าไหร่ที่จะไปยุ่งกับการเทรดอีก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิธีนี้เป็นที่นิยมสำหรับ&lt;strong&gt;นักเทรดที่มีอาชีพหลักอย่างอื่นอยู่ด้วย หรือ นักเทรดที่เป็น gunner &lt;/strong&gt;(ที่ไม่ได้ TP ไกลๆอยู่แล้ว)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่ถ้าเป็น runner จะต้องมีการคอยขยับ trailing stop ซึ่งถือว่าเป็นข้อยกเว้น เพราะเป็นกฏการ run trend&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดการ &lt;strong&gt;จำกัดการเข้าไปดูกราฟ&lt;/strong&gt; ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทั้งนี้จะเทรดแบบ&lt;strong&gt;เฝ้าหน้าจอตลอดเวลา(Full time บางคน)&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;จะปล่อยแบบ hand free&lt;/strong&gt; ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน &lt;strong&gt;ถ้า back test แล้วคิดว่ามันดีกว่า(และควรเทรดให้ได้อย่างที่ Back test)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กรณีที่จะเปลี่ยนแผนการเทรด&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เช่น มี catalyst เกิดที่ Major zone ถัดไป แต่หากไม่ได้เกิดที่ Minor zone จะไม่นับว่ามีผล&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Knowing your trading personality&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง &lt;strong&gt;ถ้าสุขภาพไม่ดี จะมีผลต่อการตัดสินใจในการเทรดได้อย่างมาก&lt;/strong&gt; โดยอาจจะตั้งกฏประจำตัวเลยเช่นว่า
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าวันไหน &lt;strong&gt;นอนไม่ถึง 7 ชม&lt;/strong&gt; จะไม่เทรดในวันนั้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้าวันไหน &lt;strong&gt;ไม่ได้ออกกำลังกาย &lt;/strong&gt;จะไม่เทรดในวันนั้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ฝึกสมาธิทุกวัน&lt;/strong&gt; จะทำให้เทรดได้ดีขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้าวันไหน &lt;strong&gt;ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกลฮอล์&lt;/strong&gt; ห้ามเทรดในวันนั้นเป็นอันขาด(ที่เหมาะสมจริงๆ คือ ไม่ต้องดื่มเลยตลอดชีวิต)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ถ้าเปิด &lt;strong&gt;order ไว้ แล้วนอนไม่หลับ&lt;/strong&gt; แสดงว่า (1) เราอาจจะใช้ risk มากเกินไป หรือ (2) เราไม่เหมาะกับการเทรดยาว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การเทรดเป็นอะไรที่ ผลาญหรือดูดกลืน พลังงานสมองและพลังใจ เยอะ &lt;/strong&gt;แม้ว่า Full time trader จะสามารถเทรดวันละมากกว่า 6 ชม ได้ แต่สำหรับคนที่ทำงานประจำ แล้วมาพยายามเทรดต่ออีก 6 ชม. จะทำให้การเทรดล้มเหลวได้ง่ายๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กฏเกณฑ์การเทรดของเราชัดเจนแค่ไหน(less subjective)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ตัวอย่าง &lt;strong&gt;จะเทรด big shadow ที่ใหญ่ๆ เท่านั้น ใน TF day&lt;/strong&gt; ซึ่งยังสามารถระบุรายละเอียดที่ชัดเจนได้มากขึ้นอีก เช่น &lt;strong&gt;แท่งเทียนใหญ่แค่ไหน&lt;/strong&gt;(เช่น อย่างน้อย 15% ของ 5 แท่งเทียนก่อนหน้า), &lt;strong&gt;engulfing กี่แท่งเทียน, ราคาปิดไม่เกิน 15pip ของราคาต่ำสุด, ใช้ stop loss ด้วย 3 bar exit&lt;/strong&gt;(เพราะ เป็นเทรนด์รุนแรง)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เลือก Timeframe ที่เหมาะสม&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าเราไม่ได้มีเวลาดูกราฟวันละ 4-5 ชม เราไม่ควรเทรด TF เล็ก เพราะ ต้องใช้ action รวดเร็ว แม่นยำ(ใช้ความชำนาญสูง) แล้วต้องคอยดู position ตลอดเวลา เพื่อปิดกำไร(เว้นเสียแต่ว่าเรามีระบบปิด position อัตโนมัติ)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เรียกได้ว่า การเทรดTF เล็ก &lt;strong&gt;มี small margin of error&lt;/strong&gt;(ถ้ามี error นิดหน่อย คือ พลาดเลย) เช่น&amp;nbsp;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าต้องการกำไร ระยะ 10 pips โดย&lt;strong&gt;ระยะ spread อยู่ที่ 2 pips&lt;/strong&gt; ก็หมายความว่าต้องจ่าย 2 pips จากกำไร 12 pip ซึ่งเทียบเท่า 16% ที่ถูกหัก commission ไป&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือกระทั่ง &lt;strong&gt;poor execution&lt;/strong&gt; ที่มีการ &lt;strong&gt;slip up&lt;/strong&gt; ของราคาแม้เพียงเล็กน้อย เช่น 3 pips ก็ทำให้เสียกำไรไป 30% (จากเดิม 10 pips เหลือ 7 pips หรือ จาก 100$ เหลือ 70$)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หลายๆคนพบว่า &lt;strong&gt;การดูกราฟเพียงวันละครั้ง วาง order แล้วจบ ไปทำอย่างอื่นไม่ต้องมาดูอีก&lt;/strong&gt; เป็นอะไรที่ง่ายกว่ามาก และเมื่อทำไปมากๆ จนสำเร็จและชำนาญ จึงค่อยเทรดใน TF ที่เล็กลง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 14 Becoming an expert&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Expert คือ ผู้ที่ฝึกจนชำนาญในกระบวนท่าเดียว&lt;/strong&gt; ที่สามารถทำเงินได้
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ใน hedge fund จะมีคนเหล่านี้จำนวนมากที่&lt;strong&gt;ชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เพียงแค่อย่างเดียว&lt;/strong&gt;(แต่พอมาอยู่รวมกันเลย รวมความสามารถได้หลากหลาย)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อาจจะฟังดูน่าเบื่อ แต่เราเทรดเพื่อเงิน &lt;strong&gt;ไม่ได้เทรดเพื่อ ความตื่นเต้นเร้าใจ&lt;/strong&gt; ซึ่งความเร้าใจในการเทรดมาได้จากทั้ง (1) &lt;strong&gt;เรายังใหม่กับการกลยุทธ์นั้นๆ&lt;/strong&gt; จึงไม่รู้ว่าการเทรดนั้นทำเงินให้เราได้จริงหรือไม่ หรือ (2) อาจเกิดจาก&lt;strong&gt;การใช้ risk ที่มากเกินพอดี&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าอยากได้ความตื่นเต้น อาจจะไปขับรถผาดโผนเล่นก็ได้ หรือไม่ก็ไปเล่นพนัน ซึ่งนักพนันยังดีกว่า เพราะ รู้ตัวว่ากำลังเสี่ยงอยู่&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ในหนังสือจะเน้นย้ำเป็นพิเศษอยู่เสมอๆ ว่า Expert จะ &lt;strong&gt;focus อยู่เพียงแค่ skill/technique เดียว&lt;/strong&gt; ที่ทำให้ตัวเองสามารถทำเงินได้
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;โดยถ้าถามว่าหากชำนาญหลาย technique ได้ไหม อาจจะได้ แต่&lt;strong&gt;ไม่จำเป็น&lt;/strong&gt; เพราะ จังหวะการทำเงินก็เท่ากัน แถมกว่าจะเป็น expert ทีละเทคนิคได้ ก็&lt;strong&gt;ต้องเสียเวลาไปกับการฝึก back test มากมายอีก&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทบทวน step ในการเป็น expert อีกครั้ง(6 ขั้น)
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Get Comfortable with zones&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;โซนเป็นชัยภูมิหลักที่นักเทรดจะออก action การเทรด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วาดZone น้อยๆ แต่มีแต่โซนหลัก ที่แข็งแรง &lt;/strong&gt;มีผลมากต่อราคาจริงๆ ดีกว่าการวาดโซนมากมาย แต่ไม่ได้มีผลต่อราคาเท่าที่ควร
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถ้าไม่แน่ใจโซนไหน ก็ไม่ต้องวาด&lt;/strong&gt; เอาเฉพาะโซนที่มั่นใจเท่านั้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เลือก &lt;strong&gt;Catalyst&lt;/strong&gt; ที่คิดว่าเหมาะสม แค่อันเดียว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทำการ &lt;strong&gt;Back-test&lt;/strong&gt; เพื่อทดสอบว่า ระบบเทรดของเราใช้งานได้จริง มันจะช่วยเราเวลาที่เราเจอกับ &lt;strong&gt;draw down&lt;/strong&gt; ต่อเนื่องได้ อีกทั้ง ช่วย&lt;strong&gt;เพิ่มความชำนาญในการเทรด&lt;/strong&gt;ได้อย่างรวดเร็ว
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;มีเทคนิค คือ อาจทดลอง back test &lt;strong&gt;เทรด 200 ครั้ง ใน TF เล็กๆ เทียบกับ TF ใหญ่ๆ ดูว่าที่ TF ไหน เราทำเงินได้มากกว่า&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทำการ &lt;strong&gt;Forward test&lt;/strong&gt; ด้วยการเทรดพอร์ต &lt;strong&gt;demo กับตลาดปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทรดจริงด้วยบัญชีเล็กๆ &lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นเงินที่เราเสียได้โดยไม่มีปัญหาอะไร&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทรดด้วยบัญชีจริง &lt;/strong&gt;หลังจากที่ได้ทดลองกับตัวเองในขั้นตอนที่ผ่านๆมาจนมั่นใจแล้ว &lt;strong&gt;โดยต้องมีวินัยในการทำตามระบบ&lt;/strong&gt; ไม่ว่าจะได้กำไร หรือ ขาดทุนก็ตาม&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Do it again&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หลังจากที่ expert ใน Catalyst หนึ่งๆแล้ว ให้&lt;strong&gt;ทำต่ออย่างน้อย 8 เดือน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;จึงค่อยไปฝึก Catalyst อื่นๆ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ทั้งนี้การฝึก Catalyst อื่นๆ ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น แต่ถ้าจะฝึกก็เพราะด้วยสองเหตุผล คือ
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทรดท่าเดิมซ้ำๆจนเบื่อ&lt;/strong&gt;(แม้จะได้กำไรสม่ำเสมอแล้วก็ตาม)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เป็นการกระจายความเสี่ยง&lt;/strong&gt; เผื่อในช่วงที่ Catalyst เดิมพบกับ draw down อีกตัวหนึ่งก็จะยังทำหน้าที่แทนได้&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทคนิคง่ายๆ&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;มีเทคนิคง่ายๆอย่างหนึ่งในการฝึกคือ &lt;strong&gt;ให้สังเกตดูแท่งเทียน 1 แท่งล่าสุด ใน TF หนึ่งๆ&lt;/strong&gt; โดยแบ่งถ่าย screenshot ของแท่งเทียนนั้นๆ ใน 6 ช่วงเวลา
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เช่น แท่งเทียน 30min ก็ถ่ายภาพทุก 5 นาที&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ในแต่ละครั้งที่ถ่ายภาพ ลองพยายามเดาว่าสุดท้าย&lt;strong&gt; ราคาปิดของแท่งเทียน&lt;/strong&gt; จะเป็นอย่างไร&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งที่เราจะได้จากการทดลองนี้คือ &lt;strong&gt;ราคาปิด(closing price)ของแท่งเทียนก่อนหน้า มีผลมากต่อแท่งเทียนถัดไป &lt;/strong&gt;ซึ่งราคาเปิดแทบไม่ได้มีผล&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บทที่ 15 : เพิ่มความมั่นใจในการเทรด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      

</description>
  <pubDate>Thu, 20 Jun 2024 05:47:38 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">205 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>รายชื่อหนังสือที่อ่าน+ตั้งใจว่าจะอ่าน</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;รายชื่อหนังสือที่อ่าน+ตั้งใจว่าจะอ่าน&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-06-11T13:57:02+07:00" title="Tuesday, June 11, 2024 - 13:57" class="datetime"&gt;Tue, 06/11/2024 - 13:57&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;รายชื่อหนังสือเหล่านี้ เป็นหนังสือที่คิดว่าดี ส่วนใหญ่โหลดได้จาก &lt;a href="https://singlelogin.re/"&gt;z-library&lt;/a&gt;&lt;br&gt;เล่มไหนที่ทำ&lt;strong&gt;ตัวหนา &lt;/strong&gt;คือ &lt;strong&gt;กำลังอ่าน หรืออ่านแล้ว&lt;/strong&gt; ส่วนที่เป็นตัวอักษรปกติ คือ ตั้งใจว่าจะอ่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเทรด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;(อ่านแล้ว 2024) &lt;strong&gt;The Art of Currency Trading: A Professional’s Guide to the Foreign Exchange Market&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Naked Forex&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Mark Douglas. Trading in the Zone&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;The New Trading for a Living&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงทุน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The intelligent investor&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Think Trade Like a Champion The Secrets, Rules &amp;nbsp;Blunt Truths of a Stock Market Wizard (Mark Minervini) (Z-Library)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Trade Like a Stock Market Wizard (Mark Minervini) (Z-Library) น่าจะ edition เก่า&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;The Psychology of Money&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;The Black swan&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นฐานระบบการเงิน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;The Economics of Money, Banking and Financial Markets 13ed (Frederic S. Mishkin) เนื้อหาพื้นฐานครบ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Financial market and institution&lt;/strong&gt; (Mishkin) ลงรายละเอียดเรื่องการคำนวณ(เพื่อความลึกซึ้ง)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Programming&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Javascript - The Definitive guide&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Eloquent javascript&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Algorithm unlocked&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาษา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Becoming Fluent&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=203&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="rYH3N4at8v-TilseHuT7Ua9Sju9movQCJs7BUeyWF9c"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 11 Jun 2024 06:57:02 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">203 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Becoming Fluent - เทคนิคการเรียนภาษา แบบมีวิทยาศาสตร์รับรอง</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/becoming-fluent-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;Becoming Fluent - เทคนิคการเรียนภาษา แบบมีวิทยาศาสตร์รับรอง&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-04-27T21:54:09+07:00" title="Saturday, April 27, 2024 - 21:54" class="datetime"&gt;Sat, 04/27/2024 - 21:54&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;โดยส่วนตัวพยายามฝึกภาษาอังกฤษมาหลายปี(6ปี) แต่ก็ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจสักที แม้จะฝึกอ่านจนอ่านได้เร็วขึ้น อ่านเนื้อหาหลากหลายหมวดมากขึ้น แต่ความสามารถในด้านการฟัง พูด เขียน ก็ยังมีปัญหาพอสมควร(แม้จะพัฒนาขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถอยู่ในระดับที่พึ่งพาได้)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจอหนังสือน่าสนใจ ชื่อว่า &lt;a href="https://mitpress.mit.edu/9780262529808/becoming-fluent/"&gt;&lt;strong&gt;Becoming Fluent - How Cognitive Science Can Help Adults Learn a Foreign Language &lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;คิดว่าน่าจะลองอ่านดูว่าตัวเองพลาดไปตรงไหน เป็นหนังสือที่รวบรวม &lt;strong&gt;หลักฐานงานวิจัยต่างๆ เพื่อช่วยในการเรียนภาษาสำหรับผู้ใหญ่ ให้ถูกวิธีและง่ายมากขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันนี้จะสรุปเนื้อหาเท่าที่ตัวเองสนใจ&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การชำนาญในภาษาหนึ่งๆ(Mastery in language) ไม่ได้มีหนทางที่ง่ายดาย คนที่เก่งภาษา ที่ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว ต้อง&lt;strong&gt;สะสมการใช้งาน/การฝึกฝน มามากมาย ไม่มีใครที่จะสามารถใช้ภาษาได้อย่างสละสลวย เป็นธรรมชาติ ด้วยช่วงเวลาเรียนรู้อันสั้น มีแต่ต้องสะสม เรียนรู้มาเรื่อยๆ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นทางลัดให้เก่งภาษาได้เร็วขึ้น &lt;/strong&gt;แต่รวบรวมวิธีที่ทำให้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สนุกขึ้น จนกระทั่งสำเร็จตามเป้าหมายการเรียนภาษาที่วางไว้ในที่สุด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Myth(ความเชื่อผิดๆ)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ผู้ใหญ่เรียนภาษาไม่ง่ายเท่าเด็ก&lt;/strong&gt; - เด็กมีเพียง 2 อย่างที่เหนือกว่า คือ &lt;strong&gt;เรื่องสำเนียง&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;ไม่มีความกังวลในการใช้ภาษา&lt;/strong&gt; แต่ในเรื่องอื่น จริงๆ&lt;strong&gt;มีหลักฐาน(evidence)มากมายว่า ผู้ใหญ่ เรียนภาษาได้ง่ายกว่าเด็ก &lt;/strong&gt;เพราะ ผู้ใหญ่มีประสบการณ์ในการเรียนรู้มากกว่า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ผู้ใหญ่ควรเรียนภาษาในแบบที่เด็กเรียน&lt;/strong&gt; - จริงๆ &lt;strong&gt;สมองผู้ใหญ่ไม่เหมือนกับเด็ก&lt;/strong&gt; ไม่จำเป็นต้องทิ้งความคิด ตรรกะ เหตุผล ในการทำความเข้าใจภาษา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการเรียนของผู้ใหญ่ เพื่อไปเรียนด้วยการซึมซับไม่ใช้เหตุผลของเด็ก(แบบ Native user)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เวลาเรียนภาษา ห้ามแปลกลับเป็นภาษาเดิม&lt;/strong&gt; - &lt;strong&gt;เราสามารถใช้ความเข้าใจในภาษาเดิมของเรา มาช่วยในการเรียนภาษาใหม่ให้ง่ายขึ้นได้&lt;/strong&gt; ไม่จำเป็นต้องเรียนในภาษาใหม่อย่างเดียว เช่น บางคำศัพท์ในภาษาใหม่ มีคำในภาษาเดิมของเราที่สื่อความหมายได้ตรงกัน(transferable) ถ้าอ่านคำแปล ก็ช่วยให้เราทำความเข้าใจคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องลำบากแปลในความหมายของภาษาใหม่ เป็นต้น
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้อาจจะสื่อความหมายไม่ได้ตรงกันทุกคำ &lt;/strong&gt;แต่มันก็จะช่วยให้เราเข้าใจง่ายขึ้นในหลายๆคำศัพท์&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แต่อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวชอบแบบ แปล eng-eng มากกว่า เพราะ เหมือนทำให้พัฒนาได้มากกว่านะ &lt;/strong&gt;เราต้องใช้สมองเชื่อมโยงคำศัพท์ แปลgrammarมากขึ้น(จริงๆ ใช้แต่ eng-eng เลยล่ะ ไม่ใช้ eng-thai)&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=180&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="8trhcCZgkHz2IUNwroawsCQQjarvEavD1scj2V-WBpE"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 27 Apr 2024 14:54:09 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">180 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>ตำรา Financial Markets &amp; Institutions</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B2-financial-markets-institutions</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;ตำรา Financial Markets &amp;amp; Institutions&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-04-27T15:42:51+07:00" title="Saturday, April 27, 2024 - 15:42" class="datetime"&gt;Sat, 04/27/2024 - 15:42&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;รวบรวมจากตำรา &lt;strong&gt;Financial Markets &amp;amp; Institutions&lt;/strong&gt; เขียนโดย&lt;strong&gt; Frederic S. Mishkin and Stanley G. Eakins &lt;/strong&gt;แต่จริงๆมีอีกเล่มหนึ่งที่ใหม่กว่า ผู้เขียนคนเดียวกัน &lt;strong&gt;เนื้อหากว้างแต่ไม่ลงลึกการคำนวณเท่าเล่มนี้&lt;/strong&gt;(ซึ่งก็ดีเหมือนกัน) คือ &lt;strong&gt;The Economics of Money, Banking and Financial Markets 13ed (Frederic S. Mishkin)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;รายงานการวิเคราะห์ต่างๆของ FED
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://fred.stlouisfed.org/"&gt;https://fred.stlouisfed.org/&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://www.federalreserve.gov/"&gt;https://www.federalreserve.gov/&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;financial institution มีความสำคัญมากในการ&lt;strong&gt;เป็นตัวกลาง(intermediary)ในระบบเศรษฐกิจ &lt;/strong&gt;ระหว่าง Lender และ Borrower ทั้งรายย่อยกันเอง รายย่อยกับรายใหญ่ และ รายใหญ่กันเอง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ข้ามบทเกี่ยวกับการคำนวณ yield to maturity ของ bond ชนิดต่างๆไป แนะนำให้อ่านเอง 2 รอบ จึงจะเข้าใจ(แค่พอเข้าใจ อาจไม่เน้นเหมือนนายธนาคาร)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หลักการซื้อสินทรัพย์&lt;/strong&gt; ใช้กับการเลือกหุ้นได้ - &lt;strong&gt;The theory of portfolio choices &lt;/strong&gt;มี 4 ปัจจัย
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;wealth&lt;/strong&gt; ถ้าผู้ซื้อมี wealth มากขึ้น เศรษฐกิจดี จะมีแนวโน้มซื้อสินทรัพย์มากขึ้น &lt;strong&gt;ราคาสินทรัพย์ก็จะมีแนวโน้มสูงขึ้น&lt;/strong&gt; เช่น&amp;nbsp;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Fed ลดดอกเบี้ย เศรษฐกิจก็จะขยายตัว คนมีรายได้มากขึ้น demand ในการซื้อหุ้นก็จะมากขึ้น(รวมถึงปัจจัยจากกำไรของบริษัทเองด้วย)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง คนก็รายได้ไม่ดี demand ในการซื้อหุ้นก็ลดลง ราคาก็ตก(รวมถึงปัจจัยจากกำไรที่ลดลงของบริษัทเองด้วย)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;expected return&lt;/strong&gt; ตัวไหนที่ return น่าจะมากกว่า ถ้าเทียบกับกลุ่มเดียวกัน อันนั้นดีกว่า เช่น หุ้นบางตัว มีโอกาสวิ่งมากกว่าตัวอื่น ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;expected risk&lt;/strong&gt; ตัวไหนที่ risk มาก แม้สุดท้ายจะได้ return เท่ากัน ตัวที่ risk น้อยกว่าย่อมดีกว่า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;liquidity&lt;/strong&gt; ตัวไหนที่ สภาพคล่องในการซื้อ-ขายดีกว่า ย่อมดีกว่า(ซื้อง่าย ขายคล่อง)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ปัจจัยที่มีผลต่อราคา bond
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Shift in the demand of bonds
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;wealth: the more wealth, the more demand for saving assets&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Expected return:
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;expected interested rate: the more expected int. rate, the less bond price ain the future, so the less demand&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;expected inflation: the more inflation, the more nominal rate in the real assets(more return) causing the less demand of bond&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;The riskiness of bonds relative to other assets: the more volatile of the bond relative to other assets, the more risk of bond, the less demand&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Liquidity of bonds relative to other assets&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Shift in the supply of bond
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Expected profitability of investment opportunities&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Expected inflation&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Government budget: when deficit -&amp;gt; sell more bonds or conversely&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/trading" hreflang="en"&gt;Trading&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=179&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="u2rV_Fx3UlDmnG4a6MDmfY7WWDN0Up0IIQcO7ueoq3s"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 27 Apr 2024 08:42:51 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">179 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Art of currency trading</title>
  <link>http://note.diarybe.com/node/154</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;Art of currency trading&lt;/span&gt;
&lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-03-19T11:36:48+07:00" title="Tuesday, March 19, 2024 - 11:36" class="datetime"&gt;Tue, 03/19/2024 - 11:36&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;

            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;หนังสือเล่มนี้เขียนได้ดีมาก ทุกอย่างมีเหตุผลรองรับเป็นอย่างดี และ make sense มากๆ หลักการในหนังสือนี้ ไม่เพียงแต่ใช้เทรดสกุลเงิน แต่ใช้กับการเทรดหุ้นได้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนื้อหาในหนังสือค่อนข้างครบและสมบูรณ์แบบในตัวเอง แต่ละบทได้นำเสนอ&lt;strong&gt;ใจความสำคัญของความรู้&lt;/strong&gt;แต่ละสาขาที่ใช้ในการเทรด ซึ่งเพียงพอสำหรับเทรดในเบื้องต้น แต่ทั้งนี้ตัวผู้เขียนบอกเองเลยว่าไม่สามารถใส่ทุกรายละเอียดของแต่ละสาขาความรู้ลงไปในหนังสือได้ &lt;strong&gt;ถ้าอยากชำนาญมากขึ้นต้องหาความรู้เพิ่มเติม&lt;/strong&gt;(ซึ่งท้ายของแต่ละบท ผู้เขียนจะมีหนังสือแนะนำให้)&lt;/p&gt;
&lt;table&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td&gt;
&lt;p&gt;ก่อนอ่าน (ขาดทุน)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="http://note.diarybe.com/sites/default/files/inline-images/loss.jpeg" data-entity-uuid="f2b95ff2-3cc4-41cd-8973-c4edc97972ae" data-entity-type="file" width="259" height="576"&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;
&lt;td&gt;
&lt;p&gt;หลังอ่าน (เริ่มกำไร)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src="http://note.diarybe.com/sites/default/files/inline-images/profit.jpeg" data-entity-uuid="c3168ee4-be94-482e-8957-ca39d5f38d34" data-entity-type="file" width="256" height="569"&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;p&gt;ในที่นี้จะสรุปเฉพาะที่ตนเองสนใจ และที่อยากจะจดจำเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่สรุปทุกเนื้อหา ใครสนใจ แนะนำให้อ่านเนื้อหาเต็มด้วยตัวเอง เพื่อรับความรู้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      

</description>
  <pubDate>Tue, 19 Mar 2024 04:36:48 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">154 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>list ตำราเทรด Forex และการลงทุน จาก reddit</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/list-%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%94-forex-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-reddit</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;list ตำราเทรด Forex และการลงทุน จาก reddit&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-03-16T16:29:38+07:00" title="Saturday, March 16, 2024 - 16:29" class="datetime"&gt;Sat, 03/16/2024 - 16:29&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทรด Forex&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The Art of Currency Trading: A Professional’s Guide to the Foreign Exchange Market&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://pdfcoffee.com/qdownload/brent-donnelly-the-art-of-currency-tradingpdfgratis-pdf-free.html"&gt;https://pdfcoffee.com/qdownload/brent-donnelly-the-art-of-currency-trad…&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The New Trading for a Living&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://procapital.mohdfaiz.com/books/books-image/mainBook/The%20New%20Trading%20for%20a%20Living.pdf"&gt;https://procapital.mohdfaiz.com/books/books-image/mainBook/The%20New%20…&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Mark Douglas. Trading in the Zone&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Naked Forex&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://dl.abcbourse.ir/dl/Library/book/Naked_Forex-ebook.pdf"&gt;https://dl.abcbourse.ir/dl/Library/book/Naked_Forex-ebook.pdf&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงทุน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The intelligent investor&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ตำราที่คุณปู่ Warren Buffett แนะนำ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;"But when I was 11, I picked stocks. I &lt;strong&gt;had the whole wrong idea&lt;/strong&gt;. I thought stocks were things that went up and down and I charted them. I read books on technical analysis. I read everything. And I thought the important thing was to predict what a stock would do and predict the stock market. And then I read &lt;strong&gt;Ben Graham&lt;/strong&gt; and I realized that I was doing it exactly the wrong way when I read the book, The &lt;strong&gt;intelligent investor&lt;/strong&gt;. And &lt;strong&gt;from that point I never bought another stock I bought businesses&lt;/strong&gt; that happen to be publicly traded. But I became an owner of a business. And I did not care whether a stock went up or down the next day or the next week or the next month or the next year. And I didn't have any idea what it would do. I didn't know what the stock market would do, but I knew businesses."&lt;br&gt;&lt;a href="https://www.facebook.com/reel/899010888198299"&gt;https://www.facebook.com/reel/899010888198299&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เรื่องการเทรด สิ่งที่จะต้องอ่านเพิ่มคือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ศึกษา Fundamental economy เพื่อให้รู้เกี่ยวกับ ระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ กลไกเศรษฐกิจ กลไกค่าเงิน กลไกราคาพื้นฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในระดับโลก และ แต่ละประเทศ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ตำรา &lt;strong&gt;Financial Markets &amp;amp; Institutions เขียนโดย Frederic S. Mishkin and Stanley G. Eakins&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ศึกษา World History ของแต่ละประเทศ ว่าความเป็นมาเป็นอย่างไร มีอะไรเป็นจุดเด่น จุดด้อย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ศึกษา ภูมิศาสตร์ ทรัพยากร ดิน แร่ พลังงาน เศรษฐกิจหลัก ของแต่ละประเทศ ว่ามีอะไรเป็นจุดเด่น จุดด้อย&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;นอกเหนือจากการเทรด สิ่งที่จะอ่านเพิ่มคือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การลงทุนใน Crypto: the Bitcoin standard, the Fiat standard&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สาย pure technical analysis&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ตำราเทรดเล่มอื่นๆที่มีชื่อเสียง(แนะนำใน reddit)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;การเงิน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=152&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="BCd1-FjESvqPHL432FT-t0ISPuEbbjDKRZ0NoHPiCO4"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 16 Mar 2024 09:29:38 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">152 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>หนังสือ The 10 Essentials of Forex Trading: The Rules for Turning Trading Patterns Into Profit</title>
  <link>http://note.diarybe.com/brainlog/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD-10-essentials-forex-trading-rules-turning-trading-patterns-profit</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;หนังสือ The 10 Essentials of Forex Trading: The Rules for Turning Trading Patterns Into Profit&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-03-15T21:58:47+07:00" title="Friday, March 15, 2024 - 21:58" class="datetime"&gt;Fri, 03/15/2024 - 21:58&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;หนังสือเล่มนี้ สอนแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการเทรด เน้นความอ่านง่าย สบายๆ เนื้อหาไม่เยอะ ประมาณ 200กว่าหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เหมาะกับคนเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการเทรด ในการอ่านเป็นเล่มแรกสุด&lt;/strong&gt; ทำให้เข้าใจพื้นฐานและ concept ที่ถูกต้องของการเทรด ที่ดีมากๆ ซึ่งถ้าไม่เห็นความสำคัญของจุดนี้ ต่อให้จำกราฟ pattern ได้ซับซ้อน มากมายแค่ไหน ก็ล้มเหลวอยู่ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อสังเกต &lt;strong&gt;แนะนำให้อ่านเป็นเล่มแรก &lt;/strong&gt;เพราะ&lt;strong&gt; อ่านสนุก เนื้อหาไม่เน้นความซับซ้อน เน้นอ่านง่าย &lt;/strong&gt;ชี้ให้เห็นความสำคัญของสิ่งต่างๆที่ควรรู้ เพื่อปูทางสำหรับการเป็นนักเทรดที่ดีในอนาคตต่อไป &lt;strong&gt;แต่อ่านจบยังไม่แนะนำให้เทรดเลยนะ ไปอ่านเล่มอื่นต่ออีกหลายๆเล่ม&lt;/strong&gt; เพราะ การเรียนเทรดด้วยการอ่าน ไม่มีโค้ช ต้องมีตัวอย่างเยอะๆ จึงจะเห็นภาพและนำไปปฏิบัติได้ ต้องอ่านจากตำราหลายๆเล่ม ผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายๆคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เล่มต่อไปแนะนำ&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/list-%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%94-forex-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-reddit"&gt;รวมตำราเทรด Forex ที่แนะนำ&lt;/a&gt; จาก reddit&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;the intelligent investor - หนังสือที่จุดประกายของคุณปู่ Warren Buffett เป็นแนวการลงทุนระยะยาว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;หนังสือที่อ่าน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=151&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="JF9KTlgjQ2irf14ZZyC2HBIJjXPnhghXyg1WvNOZywk"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 15 Mar 2024 14:58:47 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">151 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
