<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="http://note.diarybe.com/index.php/">
  <channel>
    <title>ล้มเหลว</title>
    <link>http://note.diarybe.com/index.php/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>แสวงหาความสงบ ทบทวนตัวเอง ในวันที่รู้สึกสับสนกับความล้มเหลวในชีวิต</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%9A-%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;แสวงหาความสงบ ทบทวนตัวเอง ในวันที่รู้สึกสับสนกับความล้มเหลวในชีวิต&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-11-21T14:08:37+07:00" title="Thursday, November 21, 2024 - 14:08" class="datetime"&gt;Thu, 11/21/2024 - 14:08&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ลาออกจากงานประจำ หาความรู้ พิสูจน์ตัวเอง อยากให้ชีวิตเป็นในรูปแบบที่คิดไว้ แต่สุดท้ายไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เมื่อมองในแง่ดีของความล้มเหลวก็คือ ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งการพัฒนาตนเอง การเรียนรู้ศาสตร์สาขาอื่นๆด้วยตนเอง รวมถึงประสบการณ์ของการไม่มีเงินในบัญชี ไม่มีเงินค่าอาหาร ซึ่งก็นับว่าเป็นประสบการณ์อันมีค่าอย่างมากได้เหมือนกัน อย่างน้อยๆได้เคยมีประสบการณ์ว่า &lt;strong&gt;แค่ยังมีอาหารอีกมื้ออยู่ตรงหน้าก็นับว่าโชคดีมากแล้ว&lt;/strong&gt; จะเรียกว่าขอเรียกว่า สำเร็จในความล้มเหลวก็แล้วกัน(The achievement of &lt;strong&gt;realizing of the value of every meal&lt;/strong&gt;!)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่สุดท้าย ก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ คือ เงินเหลือไม่พอกับชีวิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเครียดเริ่มก่อตัวขึ้น เริ่มรู้สึกจิตใจไม่เป็นสุขสงบเหมือนเคย &lt;strong&gt;สมาธิที่เคยทำก็ไม่รู้ว่าทำไมทำไม่ได้ดีเหมือนเดิมเท่าไหร่&lt;/strong&gt; แต่ละครั้งที่จ่ายเงินกับค่าอาหารก็รู้สึกกังวลทุกครั้ง สูญเสียความเชื่อใจในตัวเองไป เพราะ ความล้มเหลวส่วนใหญ่ในสิ่งต่างๆ เกิดจากความไม่มั่นคงทางอารมณ์ของเราเอง แม้หลายๆอย่างจะเป็นอย่างที่คาดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้เลยไปอยู่ในสถานที่สงบ วัดปทุมวนาราม เพื่อพยายามทำความสงบ&lt;/strong&gt;เพื่อกลบจิตใจที่ร้อนรน และเพื่อทบทวนตัวเอง ถึงอดีตที่ผ่านมาว่าเราผิดพลาดตรงไหน &amp;nbsp;ปัจจุบันและอนาคตเราจะทำอย่างไรต่อ&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;นั่งสมาธิ ช่วงแรก 15 นาที พบว่าไม่สามารถอยู่กับตัวเองได้ ความคิดเข้ามามากมาย และสุดท้ายก็เผลอหลับ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ต่อมาเปลี่ยนมาเดินจงกรม 40-60 นาที เดินกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ สักพักเริ่มรู้สึกว่า สติกลับมาอยู่กับร่างกายมากขึ้น เริ่มกลับมารู้สึกตัวในแต่ละการเคลื่อนไหว จนจิตใจเริ่มได้สัมผัสกับความสงบ ทำให้ได้รู้เลยว่า ช่วงที่ผ่านมา ที่เครียดจนแทบจะเป็นบ้า หงุดหงิดใส่คนอื่นไปทั่ว เป็นเพราะ จิตใจมันขาดความสงบมานานนี่เอง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กลับมานั่งสมาธิใหม่ เริ่มกลับมารู้สึกลมหายใจ ผ่านอาการพองยุบของท้องได้ แม้จะยังไม่ชัดเจนและไม่เป็นธรรมชาตินัก ยังมีการบังคับรู้สึกแน่นๆอยู่ เป็นลมหายใจที่หยาบๆ แต่ก็พอเอาเป็นอารมณ์ของสมาธิได้ และนั่งได้ 45 นาที สงบกว่าที่นั่งครั้งแรก 2 เท่า แม้จะไม่ได้สงบลึกใดๆ ยังประกอบด้วยโมหะ ซึมกะทือ ไม่ได้มีสติที่ชัดเจน(ยังต้องฝึกพัฒนาต่อไป)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ &lt;strong&gt;ชีวิตอันบริบูรณ์ที่เราแสวงหา &lt;/strong&gt;จริงๆมันไม่ใช่ชื่อเสียง หน้าที่การงาน เงินทอง ไม่ใช่ที่ไหนเลย หากแต่&lt;strong&gt;เป็นความสงบสุขในใจต่างหาก&lt;/strong&gt; การแสวงหาหรือพัฒนาสิ่งภายนอกเป็นสิ่งที่ทำได้(อย่างน้อยๆ ก็เพื่อเลี้ยงชีพ) แต่มันจะไม่มีความหมายเลย หากเรามีทุกอย่าง แต่จิตใจเรามีแต่ความเร่าร้อน วิตกกังวล ความเครียด ซึ่ง&lt;strong&gt;ความสงบสุขในใจเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงหยุดแสวงหา อ่านพระไตรปิฎก ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หรือ อยู่วัด&lt;/strong&gt; อย่างน้อยวันละ 60 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน &lt;strong&gt;เพียงเท่านี้เราก็ได้ชีวิตที่บริบูรณ์แล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีนี้กลับมาทบทวน &lt;strong&gt;อดีต&lt;/strong&gt; ตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ได้เรียนรู้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;พิมพ์สัมผัส - แม้จะยังไม่เร็วนัก แต่ก็พอได้หลักการ เหลือเพียงฝึกต่อไปเรื่อยๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อ่านตำราการเงิน การเทรด - อ่านจบและเกือบจบ 2-3 เล่ม เป็น textbook eng แต่ยังเหลือเล่มหลักอีก 1 เล่ม ที่ยังค้างอยู่ และอีกหลายเล่มที่ควรอ่านเพิ่มเติม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ฝึกภาษาอังกฤษ - เริ่มสามารถฟังได้โดยไม่ต้องอ่าน Subtitle ได้บ้างแล้ว, กำลังพยายามฝึกพูดด้วยการเลียนแบบอยู่(imitation), อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้เป็นเล่มๆแล้ว รวมถึงอ่าน Reuters แต่ยังมีเปิด Dictionary อยู่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ฟื้นฟูสมองตัวเอง - เพิ่ม cognitive function ด้วยการออกกำลังกายด้วยการวิ่งแบบ HIIT 5-10 นาที ร่วมกับ อดอาหารข้ามวัน(Water fasting 36hr + กินเกลือเสริม) ซึ่งมันช่วยเพิ่ม BDNF ได้หลายเท่า ผลคือ ความคิดเร็วขึ้น ไม่เอ๋อ อาการสมาธิสั้นดีขึ้นมาก ทำอะไรเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ไม่ขี้หลงขี้ลืม ทักษะการฟังภาษาอังกฤษก็ดีขึ้นในช่วงนี้เลย(แพทย์อาจไม่แนะนำ และ ไม่รับประกันสุขภาพในระยะยาวนะ มันอาจไม่ได้ดีนักก็ได้)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่เอ๊ะ(น่าประหลาดใจ)?!&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ได้ฝึก programming จริงๆจังๆเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ "เราบอกว่า" เราชอบมัน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต่อให้จะพักการฝึกฝนไปก่อน เพราะ "คนอื่น" บอกว่ามัน "ไม่มั่นคง" แต่เราก็น่าจะทำเป็น "งานอดิเรก" ได้นี่นา?
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หรือเป็นเพราะ เราไม่ได้ชอบมันจริงๆ? เลยศึกษาด้าน "การเงิน" เพื่อเป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องเขียนโปรแกรม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือเป็นเพราะ &lt;strong&gt;เรากลัว ไม่อยากให้สิ่งที่เราชอบ ประสบกับความล้มเหลว&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;หรือถูกคนอื่นทำให้พังทลาย&lt;/strong&gt; เพราะ "คนอื่น" บอกว่ามันใช้หากินจริงๆจังๆไม่ได้ มีคนแข่งหางานกันเยอะ ยิ่งถ้าศึกษาเองด้วย &lt;strong&gt;แต่ในความเป็นจริง เราเคยสอบตรงติด วิศวคอม ฬ นะ ศักยภาพเราจะสู้คนอื่นไม่ได้? ได้ไงวะ?&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อ้างว่าเป็นปัญหาสายตาไม่ได้ เพราะ ขนาด Textbook การเงิน ยังอ่านผ่านหน้าจอที่ไม่ถนอมสายตาได้เลย(มีการกระพริบ - Flickering light) ทำไมจะเขียนโปรแกรมไม่ได้?&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อ้างว่า มีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ นู่นี่นั่น แล้วกลายเป็นว่าความฝันของเราไม่สำคัญแล้วหรือ?&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรืออาจกลับกันคือ เราอาจไม่ได้ชอบมันจริงๆ เพียงแค่มันเข้ากับจริตเรา ถ้าอย่างนั้นอาจต้องลองพิสูจน์ด้วยการบังคับตัวเองให้เรียน โดยไม่สนใจว่าชอบหรือไม่ชอบ แบบเดียวกับที่อ่านตำราการเงิน ก็น่าจะดีนะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่ต้องกลัวว่ามันจะไม่ perfect ไม่ต้องกลัวความผิดพลาด แรกๆ มันต้องห่วยอยู่แล้วแน่นอน ทำไปเลย หยุดคิดเล็กคิดน้อยได้แล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ความผิดพลาด&lt;/strong&gt;อีกอย่างหนึ่งของเรา คือ&lt;strong&gt; ตัดสินใจ ไม่กลับไปสอบเรียนป.ตรี อีกใบ&lt;/strong&gt; ทั้งๆที่การเรียนอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ดีกว่าการมาจัดหลักสูตรเอง คนอื่นๆ ที่เรียนป.ตรีหลายใบก็มีเยอะแยะ โดยเฉพาะกรณีของเราที่ไม่ได้เป็นพวก High intelligence ที่จะสามารถเรียนด้วยตัวเองแล้วทะลุปรุโปร่ง ยิ่งควรเรียนโดยมีผู้สอนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ &lt;strong&gt;ในเรื่องทุนการศึกษาเราก็สามารถบอกอาจารย์ตรงๆ ถึงปัญหาชีวิต&lt;/strong&gt;ที่เราเจออยู่ได้ เขาก็น่าจะเข้าใจและให้ทุนเราเรียน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ศึกษาด้านการเงิน แต่เงินกลับร่อยหรอไปเรื่อยๆ ไม่เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆบ้าง จนสุดท้ายหายไปก้อนใหญ่ และหมดตัว?&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;มันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน แน่ๆ?&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หลายๆครั้งที่เราวิเคราะห์ถูกต้อง แต่สุดท้ายก็เก็บกำไรไม่ได้ และเสียเงินไปกับช่วงที่วิเคราะห์ผิดแทน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;น่าจะเป็นเพราะ เราไม่เข้าใจและไม่ยอมรับว่า ในการลงทุน เราไม่สามารถวิเคราะห์ได้ถูกทุกครั้ง &lt;strong&gt;แม้คนเก่งๆ ก็ยังถูกแค่ครึ่งหนึ่งของที่คิดไว้ ไม่เหมือนข้อสอบที่ต้องตอบให้ถูกทุกข้อ&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การวิเคราะห์ผิด เป็นเรื่องปกติของการลงทุน(ต่างจากสามัญสำนึกทั่วไป ที่ควรจะถูกต้อง สมบูรณ์แบบทุกครั้ง)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งสำคัญจึงเป็น&lt;strong&gt;การควบคุมความเสี่ยงของเราเอง&lt;/strong&gt;มากกว่า เพราะ เท่าที่ตามดูประวัติการลงทุน แม้เราจะเคยได้กำไรก้อนใหญ่(บ้าง) ในช่วงที่เรามีเหตุผลถูกต้อง แต่เสียก้อนใหญ่กว่า อย่างไร้เหตุผล(โลภ) โดยเฉพาะ ในช่วงที่ร้อนรน หาเหตุผลไม่ได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การลงทุนไม่ใช่ว่าทุ่มเงินก้อนใหญ่ทั้งชีวิต แล้วจะชนะนะ&lt;/strong&gt; เพราะ เงินเราเป็นเพียงส่วนน้อยในตลาด เหมือนหยดน้ำในมหาสมุทร &lt;strong&gt;ใช้หลักเหตุผล ไม่ใช่ความพยายามแบบโง่ๆ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เชื่อการหาความรู้ของเราเอง อย่าเชื่อ"ผู้รู้" &lt;/strong&gt;ไม่ว่าเก่งแค่ไหน เขาอาจไม่ได้มีความสนใจเหมือนเรา ความรู้ในเรื่องเดียวกับเราของเขา อาจจะน้อยกว่า ถ้าเราไปถามเขา เขาอาจจะวิเคราะห์ผิดก็ได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เมื่อหา&lt;strong&gt;ความรู้ในเรื่องใดมากๆ&lt;/strong&gt; จะเกิดเป็น&lt;strong&gt;สัญชาติญาณ &lt;/strong&gt;ถ้า&lt;strong&gt;อะไรก็ตามที่เรารู้สึก "ว้าว!" "โคตรเจ๋ง!" "ตรงใจ ใช่เลย!" ให้เราลงทุนในอันนั้นแหละ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การลงทุน ต้องบริหารความเสี่ยง มีเงินเหลือสำหรับใช้ชีวิตเสมอ และ ที่สำคัญต้องใช้เวลากว่าจะออกดอกผล(อาจมีการผันผวน แต่สุดท้ายจะเป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน) ต้องใจเย็นๆ รู้จักรอคอย (ยิ่งนานยิ่งดี) รวมถึงการตัดขาดทุน(5%)ในกรณีที่ไม่เป็นตามคาด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อผิดพลาดใหญ่หลวง อีกอย่างหนึ่งของเรา คือ เอาการลงทุนระยะยาว กับการเก็งกำไรระยะสั้นมาปนกัน&lt;/strong&gt;ด้วยความโลภ โดยลืมตระหนักว่ามันมีหลักการคนละแบบ เพื่อจุดประสงค์คนละอย่าง (โดยเฉพาะในการบริหารความเสี่ยง) ถ้าเอามาปนกัน = ฉิบหาย!!!
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การลงทุนระยะยาว(Investment)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เน้นเรื่องข้อมูลด้านปัจจัยพื้นฐาน(Fundamental)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักเป็น Stock หรือ Asset อะไรสักอย่างที่ เราได้หาข้อมูลมาอย่างถี่ถ้วน จนสัญชาติญาณบอกว่า "โคตรเจ๋ง ใช้เลย!" และศรัทธามันอย่างมาก จนมั่นใจที่จะฝากชีวิตไว้ได้ แบบไม่คิดจะขาย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หวังผลการเพิ่มของราคาในระยะยาวววววว หรือ อย่างน้อยรายไตรมาส โดยไม่ได้มีจังหวะเวลาแน่ชัดมาก มักหวังผลตามรอบเศรษฐกิจใหญ่(Great market cycle)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เน้นการ DCA อย่างสม่ำเสมอ เพื่อหวังผลระยะยาว ด้วยการแบ่ง DCA จะทำให้ได้ราคาเฉลี่ยที่ดีที่สุด โดยที่มีความเสี่ยงต่ำ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อาจสามารถดัดแปลงการ DCA มาลงทุนแบบ&lt;strong&gt;เกือบหมดหน้าตัก&lt;/strong&gt;ได้(All-in) ด้วยนำทุนมา &lt;strong&gt;DCA อย่างเข้มข้นขึ้น&lt;/strong&gt; หากมีความมั่นใจในรอบเศรษฐกิจใหญ่ที่จะมาถึง(แต่อย่างไรก็ต้อง&lt;strong&gt;มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายอีก อย่างน้อย ครึ่งปี&lt;/strong&gt; เพราะ เราไม่สามารถประมาณเวลาได้แน่นอน)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต่อให้ราคาผันผวน แต่ถ้า Fundamental หรือ Scenario เบื้องหลังไม่เปลี่ยน ก็ยังไม่ Cut loss&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ค่อยๆ All in ด้วยการ DCA ได้ เปรียบเหมือนการค่อยๆถ่ายโอนเงินไปเก็บเป็นสินทรัพย์ แต่&lt;strong&gt;ห้ามใช้ Leverage เป็นอันขาด&lt;/strong&gt; เพราะ มันคือเงินเก็บทั้งชีวิตของเรา ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาชีวิตทั้งชีวิต มาแขวนบนความเสี่ยง กับความไม่แน่นอนของตลาด เพราะ เงินที่มีจะหายไป เป็นความว่างเปล่าเอาได้ง่ายๆเลย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การเก็งกำไรระยะสั้น(Trade-speculation)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ใช้ Leverage อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่บนความเสี่ยงทีละน้อย ใช้เศษเงิน แลก เงินก้อน(ไม่มีการ All in เป็นอันขาด)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เทรดเฉพาะสินทรัพย์ที่ต้นทุนการเทรดต่ำสุด (เช่น spread ต่ำ ไม่มี commission ทำให้ออก leverage ได้เต็มที่) และ มีคนเทรดมากที่สุด(มี Trend ทุกวัน) ไม่มีศรัทธาใดๆมาเกี่ยวข้อง ที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ ทองคำ(บัญชี micro กรณีทุนน้อย)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เรื่องต้นทุนการเทรดต่ำ ตัวอย่างเช่น ถ้า Spread กว้างขึ้น 2เท่า หากเราใช้ leverage เท่าเดิม เรามีโอกาสเสียมากขึ้น 2 เท่า!! ในแต่ละการเทรด แต่หากเราเลือกลด leverage ลงครึ่งหนึ่ง กำไรเราก็จะหายไป 2 เท่า!!&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เน้นการดูกราฟทางเทคนิค(Technical analysis) ใน TF day เพื่อกำหนดทิศทางการเทรดในวันนั้น แล้วไปหาจุดเทรดที่แม่นยำขึ้น ใน Intraday TF(ชอบใช้ 5 min TF)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ไม่ได้หวังว่าจะชนะทุกครั้ง มีที่ว่างให้พัก สำหรับการแพ้เสมอ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เทรดมากๆ dopamine ในสมองจะเสียสมดุล จะเกิดการเสพติดความเสี่ยง จนขาดทุนก้อนใหญ่ได้ง่ายๆ &lt;strong&gt;ดูกราฟแล้วเทรดวันละครั้งพอ(แล้วก็ไม่ดูอีกในวันนั้น ดูอีกทีวันต่อไปเลย)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อ่านเพิ่มที่&lt;/strong&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/ตกผลึกการเทรด"&gt;&lt;strong&gt;ตกผลึกการเทรด&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ทำไมเราดู อ่านหนังสือได้ไม่เยอะเลยในแต่ละวัน?&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หากเราทำงานปกติ ก็วันละ 8 ชม แต่ทุกวันเราต้องเดินทางไปอ่านหนังสือที่หอสมุดมหาลัย ก็กินเวลาชีวิตไป 2 ชม แต่เวลาที่เหลือ รู้สึกว่ามันอ่านได้ไม่เยอะเลย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งที่เป็นไปได้
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ปัญหากล้ามเนื้อตา - รู้สึกว่าดีขึ้นบ้าง หลังทำ Vision therapy(Brock string) แต่พอปรับแว่นนิดๆหน่อยๆ ก็มักจะยังมีอาการอยู่(ยังไม่ stable)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สมาธิสั้น - เดี๋ยวนี้ดีขึ้น หลังจากออกกำลังกาย และ อดอาหาร เพื่อฟื้นฟูสมอง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Light flickering - แสบตาเวลาอ่านหนังสือในหอสมุดที่ใช้หลอดไฟ Fluorescent แบบเก่า ที่ไม่มีคุณภาพ จะมีแสงกระพริบ(เห็นได้จากกล้อง smartphone ปรับไปที่โหมด pro แล้วปรับ shutter speed ให้เร็วกว่าปกติ)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ผิดพลาด&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถูก Distraction จากเป้าหมาย โดยคนรอบข้าง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ความรัก&lt;/strong&gt; - มีคนพยายามทำตัวเป็นพ่อสื่อ/แม่สื่อ ชักชวนให้รู้จักเพศตรงข้าม ทั้งๆที่ตัวเราเองพยายามปฏิเสธ หลีกเลี่ยงมาตลอด เพราะ เรายังมีความฝันที่ยังต้องการทำให้เสร็จ เรื่องความรัก &lt;strong&gt;มันเป็นเรื่องที่ Distract(เบี่ยงเบน) เราจากเป้าหมายได้มาก&lt;/strong&gt; แทนที่เราจะเอาความคิด ไปสร้างสรรค์ แก้ปัญหาชีวิต เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ฝันไว้ กลับถูกทำให้เพ้อฝัน ถึงสิ่งไร้ความหมาย (ตราบใดที่ชีวิต ไม่มีชีวิตที่มั่นคง ความรัก ก็ไร้ความหมาย)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จริงๆ ความรักก็มีได้ ถ้าสามารถช่วยเหลือ ประคับประคองกันไป&lt;/strong&gt;(ช่วยเหลือกันได้ ยามลำบาก)&lt;strong&gt; แต่ถ้าเป็นเพียงความเพ้อฝันของเราคนเดียว&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;อันนี้เราจะมีแต่เสียกับเสีย&lt;/strong&gt;(เสียอนาคตเราเอง ความรักก็ล้มเหลวอีก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การทำตัวเป็นพ่อสื่อ/แม่สื่อ ไม่ใช่การกระทำที่ดี เท่าไหร่ เพราะ มันทำให้คนหลงในการเวียนว่ายตายเกิด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เงิน&lt;/strong&gt; - ผู้ใหญ่(คนแก่)ที่บ้าน บอกว่า ถ้าอยากเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้ ให้จ่ายเงินมา 20 ล้านบาท
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ทำให้เราพยายามลงทุนแบบ Aggressive มากเกินไป เพื่อว่าจะมีโอกาสได้เงินมากๆอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็หมดตัว ซึ่งมันผิดหลักอย่างยิ่ง การลงทุนคือการบริหารความเสี่ยงและรอเวลา อย่างใจเย็น ยิ่งนานยิ่งดี&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิธีแก้ไข คือ &lt;strong&gt;ปลีกตัว ซ่อนตัว ระวัง หลีกเลี่ยง จากการ distraction เหล่านี้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;การทบทวนอดีตหลักๆ น่าจะประมาณนี้ ต่อมาคือ &lt;strong&gt;ปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เงินเหลือใช้อีกเพียง4 เดือน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;มีเวลาเตรียมตัวหางานใหม่อยู่ ซึ่งต้องเลือกระหว่าง &lt;strong&gt;กลับไปทำงานเก่า(ที่ต้องอ่านทบทวน ใช้ความรู้มากพอควร) หรือ หางานง่ายๆทำไป&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;คิดว่าน่าจะกลับไป&lt;strong&gt;ทำงานเก่าเลี้ยงชีพ โดยใช้เวลาที่เหลือ 3 เดือน ทบทวนตำราให้จบ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แต่อีกด้าน คือ ยังหวังว่า&lt;strong&gt;การเทรด จะกลับมาดีขึ้น หากกลับมาควบคุมความเสี่ยง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่มันเสี่ยงมาก ที่จะทำกำไรไม่ทันกับค่าใช้จ่าย และที่บ้านไม่สนับสนุนแน่นอน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รวมถึง&lt;strong&gt;สามารถทำเป็นส่วนเสริม ร่วมกับอาชีพเก่าได้ &lt;/strong&gt;แม้เวลาดูกราฟจะลดลงก็เถอะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือทำงานค่าแรงถูกๆ ร่วมกับการเทรด
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่คุ้มเท่าไหร่ เพราะ เสียเวลาเท่ากัน เงินได้น้อยกว่าอาชีพเก่า &lt;strong&gt;แถมไม่ได้อ่านหนังสือเหมือนกัน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จิตใจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ว้าวุ่นแปลกๆ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต้องพยายามปลอบใจว่า &lt;strong&gt;ยังทัน ที่จะอ่านหนังสือ เตรียมตัวกลับไปทำงานเก่า เราเก่งอยู่แล้วแหละ ขนาดอ่าน Textbook ได้ เดี๋ยวก็คล่องแล้ว เพียงแค่ช่วงที่ผ่านมามีปัญหากล้ามเนื้อตา และสมาธิสั้นก็เท่านั้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;คิดไม่ดีกับบุพการี
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ด้วยความที่เขา Toxic คอยใช้คำพูดยั่วโมโห ปั่นหัว ทำให้เราจิตตกหลายครั้ง จนสภาพจิตใจไม่ค่อยดีนัก เลยอยากปล่อยลืม
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ควร มันจะเป็นบาปกับตัวเราเอง(ถูกเขากระทำแล้ว ยังทำบาปเพิ่มให้ตัวเองอีก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถ้าเขากลับมาพูดดีกับเรา ยอมรับความช่วยเหลือเรา ค่อยกลับไปช่วยเหลือเขา &lt;/strong&gt;ช่วงนี้ถ้าเขาพูดไม่ดีกับเรา เราต้อง&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=gqwjBEf3znc"&gt;ทำตัว weak&lt;/a&gt; เข้าไว้ อย่าตอบโต้ใดๆ อย่าไปร้อนใจตามที่เขาพยายามเร่งเร้าเรา&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รู้สึกเหมือนมีคนรอบข้างเกลียดเยอะ จากการที่ในช่วงเทรด เราหงุดหงิด จนสุดท้ายคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และโมโหใส่คนรอบข้าง
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทรดแบบ ไม่ต้องใส่ใจ&lt;/strong&gt; ได้ก็ดี ไม่ได้และขาดทุนถึง 1% ก็หยุดเทรดในวันนั้น ไม่ต้องจริงจังกับกราฟราคาในตลาด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ลดความจริงจังในการเทรดลง&lt;strong&gt; จริงจังกับการอ่านหนังสือเตรียมกลับไปทำงาน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;คนเกลียดเรา จะกลับมาดีกันได้ไหม ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง เรากำหนดไม่ได้ &lt;strong&gt;เราสำนึกในความผิด หยุดเบียดเบียน และ อย่าให้ใครมาเบียดเบียนเราได้ก็พอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เรากำลังจะไป&lt;strong&gt;ทำงานเพื่อเงิน&lt;/strong&gt; ทั้งๆที่งานที่เราทำ ถูกมองว่าเป็นงานเพื่อสังคม
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แต่เราก็ทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลมันออกมาดีที่สุดนะ เราคิดว่าเราใส่ใจมากกับผลกระทบของงานมากอยู่นะ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อ่านพระไตรปิฎก&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แสวงหาความสงบในใจ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ศึกษาด้านคอม + เทรด&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าให้เลือกระหว่าง&lt;strong&gt; รวยจากการเทรด กับ พอมีเงินใช้แต่ได้สร้างนวัตกรรมด้านคอมพิวเตอร์ จะเลือกอะไร?&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เลือกสร้างนวัตกรรมด้านคอมฯ กับกลุ่มทีมสักทีม ทำประโยชน์ให้กับโลกต่อไปเรื่อยๆ จนหมดแรง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เงินมีมากถึงจุดหนึ่ง มันก็ไม่รู้จะมีความหมายอะไรแล้ว&lt;/strong&gt; เป็นเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้น &lt;strong&gt;ความสะดวกสบายในชีวิตถึงจุดหนึ่ง ก็มีขีดจำกัด ต้องกิน ขับถ่าย แก่ ตาย อยู่ดี&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7" hreflang="en"&gt;ล้มเหลว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="en"&gt;แผนการณ์ชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=256&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="QhpcNRzM_rnlFV_ly36F8Dk2bFXUz7VLEV5aOK8BhFI"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 21 Nov 2024 07:08:37 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">256 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
