<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="http://note.diarybe.com/index.php/">
  <channel>
    <title>บทความสำคัญ</title>
    <link>http://note.diarybe.com/index.php/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>สูตรคำนวณหา ราคาขายของมือสอง ที่เหมาะสม</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%93%E0%B8%AB%E0%B8%B2-%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%A1</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;สูตรคำนวณหา ราคาขายของมือสอง ที่เหมาะสม&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2025-01-04T19:18:05+07:00" title="Saturday, January 4, 2025 - 19:18" class="datetime"&gt;Sat, 01/04/2025 - 19:18&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;พอดีว่ามีของมือสอง ที่อยากขาย เนื่องจากไม่ได้ใช้หลายอย่าง รวมถึงประสบวิกฤติทางการเงิน(ถังแตก-หมดตัว) จากความหวังอยากรวยทางลัด(หาเงินจากการเทรดโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง) จนต้องทยอยขายของที่มี เลยอยากหาวิธีคำนวณราคาที่เหมาะสม และ&lt;strong&gt;ได้สูตรประมาณนี้ ที่คิดว่าได้ราคาที่ตรงใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมากที่สุด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;table&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td&gt;
&lt;table&gt;
&lt;tbody&gt;
&lt;tr&gt;
&lt;td&gt;&lt;strong&gt;ราคาที่เหมาะสม* = (ราคาที่ซื้อมา-ข้อบกพร่องหรือตำหนิ+ประกันพิเศษที่เคยซื้อเพิ่ม**) x (อายุการใช้งานที่เหลือ/อายุการใช้งานทั้งหมด)&lt;sup&gt;2&lt;/sup&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;โดย อายุการใช้งานที่เหลือ = อายุการใช้งานทั้งหมด - อายุการใช้งาน&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;*ราคาที่เหมาะสม คือ ราคาที่ลดแล้ว และจะไม่ลดอีก&lt;/em&gt;&lt;br&gt;&lt;em&gt;**ประกันพิเศษ คือ ประกันที่ซื้อเพิ่มแยกจากประกันปกติ คิดเป็นสัดส่วน เวลาประกัน ที่ยังเหลือ เทียบกับราคาประกันที่ซื้อไว้&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/td&gt;
&lt;/tr&gt;
&lt;/tbody&gt;
&lt;/table&gt;
&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Kindle Scribe ราคาที่ซื้อมา คือ &lt;strong&gt;19000&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อบกพร่อง &lt;/strong&gt;คือ ปากกาหายไป(-3000), มีการลอกฟิลม์กันสะท้อนชั้นนอกออก อาจต้องลำบากติดฟิล์มเพิ่มภายหลัง(-300)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อายุการใช้งานทั้งหมด คือ 3 ปี&lt;/strong&gt;(ค่าเฉลี่ยของแท็บเล็ต แม้ว่าจริงๆอาจได้นานถึง 5 ปี ถ้าดูงานประกอบและวัสดุ kindle scribe)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้งานมา 1 ปี &lt;strong&gt;อายุการใช้งานที่เหลือ คือ 2 ปี&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ดังนั้น &lt;strong&gt;ราคาที่เหมาะสม&lt;/strong&gt; = (19000 - 3000 - 300) x (2/3)&lt;sup&gt;2&lt;/sup&gt; = 6977 บาท
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เหมาะสมไหม? ลองคิดย้อนดู ในฝั่งผู้ซื้อ&lt;/strong&gt; หากอยากได้ปากกาเพิ่ม ก็บวกเงินอีก 3000บาท และ อาจติดฟิล์มเพิ่มอีก 300 บาท รวมราคาเป็น 10277 บาท ก็ดูเหมาะสมอยู่นะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;คอมพิวเตอร์ ประกอบเอง ราคาที่ซื้อมา คือ &lt;strong&gt;24000&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อบกพร่อง &lt;/strong&gt;-&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อายุการใช้งานทั้งหมด คือ 6 ปี&lt;/strong&gt;(ไม่สนเรื่องประกัน)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ใช้งานมา 1.5 ปี &lt;strong&gt;อายุการใช้งานที่เหลือ คือ 4.5 ปี&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ดังนั้น &lt;strong&gt;ราคาที่เหมาะสม&lt;/strong&gt; = (2400) x (4.5/6)&lt;sup&gt;2&lt;/sup&gt; = 13500 บาท
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เหมาะสมไหม? ลองคิดย้อนดู ในฝั่งผู้ซื้อเอาเองนะ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;จริงๆ ไม่มีสูตรตายตัวที่ถูกต้อง แต่จากประสบการณ์ คือ&lt;strong&gt; ถ้าราคาสูงกว่าราคาที่คำนวณได้นี้ จะขายได้ยาก แต่ราคานี้มักจะขายเปลี่ยนมือได้คล่องที่สุด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;ขายของ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=271&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="CLb_x_QQFXGN-a6R-y33nMspVIgBjwIuwQ3PMTRojcQ"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 04 Jan 2025 12:18:05 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">271 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>การพัฒนาตนเอง</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;การพัฒนาตนเอง&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2025-01-02T13:25:51+07:00" title="Thursday, January 2, 2025 - 13:25" class="datetime"&gt;Thu, 01/02/2025 - 13:25&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;บทความนี้จะรวบรวมสิ่งต่างๆ ที่เคยได้ลองทำแล้วรู้สึกว่า &lt;strong&gt;ชีวิต เกิดความเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้น&lt;/strong&gt; ทั้งนี้อาจไม่ใช่วิธีการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ(เพราะ ตัวเองก็ยังไม่สำเร็จ) เพียงแต่ทำแล้ว &lt;strong&gt;น่าจะดี&lt;/strong&gt; ก็เท่านั้นนะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพัฒนาตนเอง ส่วนใหญ่มีหลายด้าน ไม่ควรมุ่งพัฒนาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เพราะ เราไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างราบรื่น โดยอาศัยด้านดีเพียงไม่กี่ด้าน แต่ทั้งนี้ เมื่อด้านหนึ่งๆของเราพัฒนาขึ้น มักจะดึงด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้ดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;Phase 0: อัดความรู้เข้าสู่สมองให้ได้มากที่สุด&lt;/h3&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อ่านหนังสือให้มากที่สุด&lt;/strong&gt; หนังสือเป็นสื่อรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ใช่การเรียนรู้ผ่าน &lt;em&gt;วีดีโอ บันทึกเสียง&lt;/em&gt; สิ่งที่โดดเด่นของหนังสือ ที่ต่างจากสื่อรูปแบบอื่นๆ คือ &lt;strong&gt;หนังสือ เป็นการรวบรวมประสบการณ์หลายสิบปี ของคนๆหนึ่ง หรือ หลายร้อยปี จากคนหลายๆคนรวมกัน มาเรียบเรียงเป็นองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นระเบียบ และ เป็นลำดับ&lt;/strong&gt; ต่างจากสื่อแบบอื่นที่ มักเป็นการบันทึกสด ซึ่งอาจให้ข้อมูลตกหล่น ไม่เป็นระเบียบ ตามสมาธิของผู้บรรยาย หรือ ระยะเวลาที่จำกัดในขณะนั้น โดยส่วนตัวจึงให้คุณค่าหนังสือว่า &lt;strong&gt;เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการเพิ่มความรู้ รวมถึงการพัฒนาสมอง(ยิ่งอ่านมาก สมองมีเรื่องให้เชื่อมโยงความคิดมาก ส่งผลให้คิดเก่งขึ้น เชื่อมโยงความคิดดีขึ้นๆ)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ &lt;strong&gt;ให้อ่านเนื้อหาในรูปแบบภาษาอังกฤษ&lt;/strong&gt; เพราะ &lt;strong&gt;แหล่งความรู้ที่มีคุณภาพ&lt;/strong&gt; โดยส่วนใหญ่จะบันทึกอยู่ในรูปแบบภาษาอังกฤษ&lt;strong&gt; ให้เริ่มฝึก จากการอ่านความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเรียน หรือ การทำงาน หรือ เรื่องที่เราชำนาญอยู่ก่อน เพราะ เรามีความรู้ในเรื่องนั้นๆอยู่ก่อนแล้ว จะทำให้เข้าใจและปรับตัวได้ง่าย&lt;/strong&gt; แต่ทั้งนี้ แรกๆจะช้ามาก เพราะ คลังศัพท์ในหัวเรายังน้อยอยู่ การเริ่มฝึกอ่าน อาจจะต้อง &lt;strong&gt;เปิดหาศัพท์ไปทีละคำๆ ในทุกคำที่ไม่แน่ใจ&lt;/strong&gt;(มีเทคโนโลยีช่วยเหลือ คือ e-reader จะกล่าวต่อไป) แต่พอชำนาญมากขึ้น การเปิดศัพท์ก็จะน้อยลง และอ่านได้ไหลลื่นขึ้น และ &lt;strong&gt;จากนั้นก็ค่อยๆขยับขยายมาอ่านเรื่องอื่นๆ&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เมื่อข้อจำกัดด้านภาษาลดลง ขอบเขตความรู้ของเราจะเปิดกว้างขึ้นอย่างมาก&lt;/strong&gt; ชนิดที่ว่าแทบจะ&lt;em&gt;ไม่มีขีดจำกัด&lt;/em&gt; อยากได้ความรู้ที่มีคุณภาพเรื่องไหน ก็สามารถหามาอ่านเพิ่มเติมเองได้ &lt;strong&gt;แบบฟรีๆ&lt;/strong&gt; รวมถึงจะได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น ได้พบเจอแนวคิด ไอเดีย ที่หลากหลาย เราจะกรอบความคิดของเราจะกว้างขึ้นมาก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การรู้ Grammar ก็สำคัญ&lt;/strong&gt; เพราะ มันจะเป็นความรู้พื้นฐาน ให้เราสามารถ&lt;strong&gt;สังเกตโครงสร้างประโยคและการใช้งานจริงในรูปแบบต่างๆได้&lt;/strong&gt; รวมถึง&lt;em&gt;บางประโยคต้องอาศัยความรู้ด้าน Grammar&lt;/em&gt; ด้วย จึงจะเข้าใจความหมายได้ถูกต้อง หรือ กระทั่ง บางทีเราไม่รู้ความหมายของคำ แต่การที่เราเข้าใจ Grammar จะทำให้เราพอจะ&lt;em&gt;เดาความหมายของคำที่ตำแหน่งนั้นๆได้&lt;/em&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;
&lt;p&gt;ในเรื่องการอ่าน&lt;strong&gt;เนื้อหาใหม่ๆ ในวันแรกอาจจะรู้สึกติดขัด(struggle) ให้ทนอ่านต่อไป วันต่อมาๆจะอ่านได้ง่ายขึ้นๆ เพราะสมองเริ่มปรับตัวเข้ากับรูปแบบการเรียนรู้และเนื้อหานั้นๆ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กล่าวคือ คือ &lt;em&gt;ในวันแรกๆ การอ่านไม่รู้เรื่อง งง จับจุดไม่ได้ ไม่มีสมาธิ เป็นเรื่องปกติ&lt;/em&gt; ให้พยายามทำความเข้าใจต่อไป ทีละย่อหน้าๆ ทีละประโยค หรือกระทั่งทีละคำ เพื่อเป็นการ&lt;strong&gt;ให้สมอง ได้เตรียมตัว ทำความรู้จักกับรูปแบบเนื้อหา และรูปแบบการเรียนรู้นั้น ให้ได้มากที่สุด วันต่อมาๆ สมองจะค่อยๆ เริ่มเชื่อมโยงใยประสาทและเตรียมทรัพยากรส่วนที่จำเป็น(neuroplasticity) เพื่อรองรับกับรูปแบบการเรียนรู้นั้นๆให้เราเอง จะทำให้เราอ่านง่ายขึ้น ไหลลื่นมากขึ้นๆเอง&lt;/strong&gt;&lt;br&gt;&lt;em&gt;ซึ่งตามสมมติฐานนี้ ถ้าเรายิ่งอ่านมาก และ อ่านหลากหลาย เครื่อข่ายใยประสาทในสมองก็จะมีการเชื่อมโยงหนาแน่นขึ้นและกว้างขวางขึ้น&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;การอ่านนิยาย&lt;/em&gt;ก็มีประโยชน์นะ มีงานวิจัยว่า จะ&lt;em&gt;ช่วยในเรื่องการใช้ภาษา ทักษะการเข้าใจผู้อื่น และมีทักษะทางสังคมที่ดีขึ้น&lt;/em&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิธี &lt;strong&gt;ฝืนทำทั้งๆที่รู้สึกติดขัด&lt;/strong&gt; นี้ใช้กับการเรียนรู้แบบอื่นได้ด้วยนะ ไม่จำเป็นต้องการอ่านหนังสืออย่างเดียว เพราะ การฝืน จะเป็นการกระตุ้นให้ สมองมีการเตรียมเชื่อมโยงใยประสาทที่จำเป็นมารองรับ จะทำให้ค่อยๆเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆได้เร็วขึ้นในเวลาต่อมา&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อุปกรณ์พิเศษ ที่ทำให้เข้าถึง คลังความรู้ส่วนตัว ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด &lt;/strong&gt;ที่อยากจะแนะนำ คือ &lt;strong&gt;E-reader หรือ เครื่องอ่านหนังสือจอกระดาษ &lt;/strong&gt;เพราะ ข้อจำกัดในการเรียนรู้อย่างหนึ่ง คือ &lt;strong&gt;การอ่านหนังสือผ่านหน้าจอ&lt;/strong&gt; ทำให้&lt;em&gt;สายตาล้าง่าย&lt;/em&gt; และ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสื่อบันเทิง ที่คอยทำให้&lt;em&gt;เสียสมาธิจากการอ่าน(distraction)&lt;/em&gt; ส่วน &lt;strong&gt;การอ่านหนังสือปกติ&lt;/strong&gt; ก็มีข้อจำกัด&lt;em&gt;ด้านกายภาพ &lt;/em&gt;ที่ตัวหนังสือเล่ม อาจมีความหนา-หนัก หรือ ไม่สามารถพกพาได้หลายๆเล่มโดยสะดวกกรณีที่ต้องอ่านหลายๆอย่าง &lt;strong&gt;รวมถึงหากเป็นหนังสือต่างประเทศ ก็ต้องมาคอยพิมพ์ค้นหาคำศัพท์ที่ไม่รู้ ทำให้ใช้เวลามาก&lt;/strong&gt; ซึ่ง &lt;strong&gt;E-reader สามารถทลายข้อจำกัดเหล่านี้ได้ทั้งหมด&lt;/strong&gt; โดยมีข้อดีคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;สามารถเก็บหนังสือได้หลายร้อยถึงหลายพันเล่ม เป็นคลังความรู้ส่วนตัว หรือ ห้องสมุดขนาดย่อมๆ ที่อยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว โดยเฉพาะรุ่นที่รองรับ SD card สามารถใส่ Textbook ใหญ่ๆ ได้อย่างเหลือเฟือ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;สามารถพกพาสะดวก &lt;/strong&gt;โดยเฉพาะ 6-7นิ้ว ที่น้ำหนักเบามาก ถือมือเดียวได้ ติดมือไปได้ทุกที่ อ่านได้ทุกเวลาที่ว่าง(&lt;em&gt;บางทีกินข้าว หรือ กระทั่งเดินอยู่ในที่ปลอดภัย ก็ถือติดมือไว้อ่านได้&lt;/em&gt;) หรือ กระทั่ง 10 นิ้วขึ้นไป ก็ยังพกพาสะดวกกว่าหนังสือเล่ม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่มีข้อจำกัดด้านการอ่าน ไม่ว่าหน้าหนังสือจะใหญ่ หรือซับซ้อนแค่ไหน(เช่น หลายคอลัมน์) เพราะ มีโปรแกรมสำหรับจัดหน้าหนังสือให้เหมาะกับขนาดหน้าจอ&lt;/strong&gt; เช่น &lt;strong&gt;KOreader&lt;/strong&gt;, หรือ จากตัว E-reader ยี่ห้อนั้นๆเอง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;มีโปรแกรม Dictionary ในตัว&lt;/strong&gt; อยากรู้คำไหนก็สามารถกดค้างที่คำศัพท์ และจะมีคำแปลขึ้นมาให้เลย ทำให้สะดวกมากๆ ไม่ต้องมาพิมพ์หาเอง โดย E-reader ส่วนใหญ่จะใช้พจนานุกรม eng-eng ที่อยู่ในรูปแบบ Stardict นะซึ่งต้องหาโหลดมาลงเครื่อง &lt;strong&gt;แนะนำของ Macmillan&lt;/strong&gt;(แปลเข้าใจง่ายที่สุด),&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;Cambridge, Oxford&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการเลือกซื้อ E-reader ที่แนะนำ ควรมี&lt;strong&gt;คุณสมบัติ ที่ห้ามขาด&lt;/strong&gt; ดังนี้ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;พกพาง่าย(ถือมือเดียวได้) &lt;/strong&gt;ถือติดมือและหยิบไปอ่านด้วยได้ทุกที่ = หน้าจอขนาด 6.8-7นิ้ว(โดยส่วนใหญ่)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;กรณีอ่านหนังสือวิชาการ(Textbooks, research articles) ที่มีหน้าหนังสือใหญ่กว่าหนังสือทั่วไป หรือ มี 2 คอลัมน์ = &lt;strong&gt;แนะนำให้มี แบบ 10.3 นิ้วขึ้นไป อีกเครื่อง(หรือถ้าเลือกได้เครื่องเดียว ก็ให้เลือก 10.3 นิ้ว)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่แนะนำ 7.8-8นิ้ว&lt;/strong&gt; เพราะ ถือติดมือไม่สะดวกเท่าแบบ 7 นิ้ว(เสี่ยงหลุดมือง่าย หากพกพา) รวมถึงการใช้งานไม่ต่างกับ 7 นิ้วเท่าไหร่(แต่แพงกว่า) และ หากเทียบกับแบบ 10.3 นิ้ว ก็ไม่ครอบคลุม หรือไม่สะดวกเท่า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่แนะนำ 6 นิ้ว&lt;/strong&gt; เพราะ แม้จะถือติดมือสะดวกเหมือน 7 นิ้ว แต่หน้าจอมักจะเล็กไป อ่านหนังสือบางประเภทไม่ได้ อีกทั้งไม่คุ้มกับราคา เพราะ ราคาไม่ต่างกับรุ่น 7 นิ้วมากนัก แต่คุณสมบัติมักด้อยกว่าหรือขาดหายไปหลายๆอย่าง&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จอความละเอียดสูง&lt;/strong&gt; = 300 dpi (แม้ว่า ความละเอียด 227dpi ก็อ่านได้ สำหรับรูปภาพในหนังสือ กราฟ หรือ ตัวอักษรเล็กๆ 300 dpi จำเป็นมากๆ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เป็น Android OS&lt;/strong&gt; = สามารถติดตั้ง App ที่สามารถ reflow เอกสารได้ในตัว(KOreader) เพราะ จะสะดวกกว่า การตัดขอบหน้า(trim)ด้วยตัวเองในคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เข้ากับหน้าจอ e-reader มากๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ใส่ SD card ได้&lt;/strong&gt; = เพื่อให้สามารถเก็บเป็น คลังหนังสือส่วนตัว ขนาดใหญ่ได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;รองรับปากกา&lt;/strong&gt;(สำหรับกรณี 10.3 นิ้ว)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;h3&gt;Phase1: พัฒนาระบบประสาท&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;รู้หรือไม่ การดูแลสุขภาพร่างกาย ก็สำคัญกับสมอง ชนิดที่เรียกว่า เกี่ยวข้องกันโดยตรงเลยก็ได้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ออกกำลังกาย แบบ HIIT วันละ 10 นาที&lt;/strong&gt; มีงานวิจัยว่า &lt;strong&gt;สามารถเพิ่ม BDNF ในสมอง ได้ 3-5 เท่า&lt;/strong&gt; หากเทียบกับการออกกำลังกายปกติ(moderate intensity) 30นาที ซึ่ง BDNF จะส่งผล&lt;strong&gt;กระตุ้นให้เกิดการแตกแขนงใยประสาทเพิ่ม ทำให้เราสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ดีขึ้น(เพิ่ม neuroplasticity) และ พัฒนาระบบความคิดได้ดีขึ้น(เพิ่ม cognitive function)&lt;/strong&gt; สาเหตุที่ออกกำลังกายแบบ HIIT ได้ ผลมากกว่า เพราะ เป็นการออกกำลังที่ &lt;strong&gt;หนัก จนร่างกายอยู่ในภาวะต้องการออกซิเจนสูงสุด(VO2 Max) &lt;/strong&gt;ซึ่งมีงานวิจัยว่า &lt;strong&gt;ปริมาณ BDNF ที่ออกมามากขึ้น จะสัมพันธ์กับประมาณออกซิเจนในสมองหรือกระแสเลือดที่ลดลง&lt;/strong&gt;(จากการใช้ออกซิเจนอย่างหนักของร่างกายขณะออกกำลังกาย)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ส่วน&lt;strong&gt;การออกกำลังกายแบบ HIIT&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;จะทำให้ได้วันเว้นวัน &lt;/strong&gt;ไม่ว่าจะเป็นวันอดหรือวันปกติ โดยมีวันพัก เพราะ เป็นการออกกำลังกายที่หนัก และเสี่ยงที่จะบาดเจ็บได้ง่ายหากพักไม่เพียงพอ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Fasting อดอาหารข้ามวัน 36 ชม(IF 36/12)&lt;/strong&gt; มีงานวิจัยว่า ในมนุษย์หากอดอาหารมากกว่า 8 ชม แป้งและน้ำตาลที่สะสมจะเริ่มหมด และ จะเริ่มมีการดึงไขมันที่สะสมมาใช้ ช่วงนี้เริ่มเกิดประโยชน์บ้างเล็กน้อย จนหาก&lt;strong&gt;เมื่ออดนานกว่า 24ชม เซลล์จะเริ่มมีการรีไซเคิลอวัยวะของตัวเอง(autophagy) และซ่อมแซมตัวเอง เกิดการชะลอวัย&lt;/strong&gt; รวมถึงการเผาผลาญไขมันจะเข้มข้นขึ้น เกิดกรดไขมันอิสระ(ketone body) ซึ่งสามารถผ่านกระแสเลือด เข้าสู่สมอง และจะเป็นสัญญาณให้&lt;strong&gt;สมองมีการหลัง BDNF เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า&lt;/strong&gt; ได้ประโยชน์เหมือนกับการออกกำลังกายแบบ HIIT ทั้งนี้ใน&lt;strong&gt;มนุษย์ต้องอดมากกว่า 24 ชมนะ จึงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่&lt;/strong&gt; ต่างจากการทดลองในหนู ที่อดแค่ 18ชม ก็ได้ประโยชน์มากแล้ว เพราะ อัตรา Metabolism ต่างกัน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การอดที่ทำอยู่คือ อด2วันครั้ง &lt;/strong&gt;คือ &lt;strong&gt;กินปกติ 2 วัน อดข้ามวัน 1 วัน&lt;/strong&gt; โดยวันที่กิน จะ&lt;strong&gt;กินวันละ 4-5 มื้อ&lt;/strong&gt; ซึ่งพอเฉลี่ยในช่วง 3 วัน ก็จะได้วันละเกือบๆ 3 มื้อพอดี โดยช่วงเวลากิน จะพยายามให้อยู่ในช่วง 12 ชม นับจากมื้อแรก(IF 12/12) และ &lt;strong&gt;พยายามไม่กินหลังพระอาทิตย์ตก &lt;/strong&gt;เพราะ ฮอร์โมน Insulin ที่ใช้ในการควบคุมน้ำตาลในเลือด กับ Melatonin ที่หลั่งออกมาหลังพระอาทิตย์ตก จะทำงานขัดกันเอง จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงง่าย และ หลับได้ไม่สนิท&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กินอาหารที่มีกากใยสูง หลากหลาย และเน้นพืชเป็นหลัก(plant based) เช่น โปรตีนจากธัญพืช ผักและผลไม้หลากสี เป็นต้น&lt;/strong&gt; หลีกเลี่ยงแป้งขัดสี(ไม่มีกากใย) อาหารแปรรูป อาหารที่ผัด-ทอดโดยน้ำมันพืชที่สกัดจากเมล็ดพืช &lt;strong&gt;สุขภาพลำไส้ สัมพันธ์กับสมองอย่างมาก&lt;/strong&gt; เช่น &lt;strong&gt;สารสื่อประสาท Serotonin ที่ทำให้รู้สึกมีความสงบสุขในใจ ผลิตได้โดยแบคทีเรียในลำไส้เท่านั้น&lt;/strong&gt; หาก Serotonin มีน้อย จะทำให้เป็นโรคซึมเศร้า ขนาดสมาธิได้ง่าย &lt;strong&gt;ดังนั้น การดูแลสุขภาพลำไส้ จึงส่งผลต่อสุขภาพจิตและสมอง และการพัฒนาตนเอง อย่างไม่น่าเชื่อ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สิ่งเหล่านี้ควรทำให้เป็นกิจวัตร หรือ วิถีชีวิต&lt;/strong&gt; เพราะ ในธรรมชาติ แต่เดิม มนุษย์เราดำเนินชีวิตในลักษณะนี้อยู่แล้ว(กินอาหารมีพืชเป็นหลัก วิ่งเร็วเพื่อหนีนักล่า อดอาหารในบางวัน) และ&lt;strong&gt;หากทำไปเรื่อยๆ ระบบประสาทจะหนาแน่นแข็งแรง ความทรงจำดีขึ้น ประสิทธิภาพการคิด การเรียนรู้จะดีขึ้นเรื่อยๆ &lt;/strong&gt;สมมติว่า ถ้าทำแบบนี้ สมองดีขึ้นปีละ 5%(105%) ผ่านไป 5 ปี เราก็จะสมองดีขึ้น 27%(127%) ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่น้อยเลย&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;Phase 2: มีความเพียรพยายาม ในสิ่งที่ตนเองชอบ&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเรามีสมองที่ดี พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆแล้ว สิ่งต่อมา คือ การลงมือทำจริง เพราะ ต่อให้เรามีสมองดีแค่ไหน เราก็ &lt;strong&gt;ไม่สามารถเชี่ยวชาญในสิ่งหนึ่งๆได้ โดยปราศจากการฝึกฝน และ การพยายามอย่างแท้จริงและหนักแน่น(ไม่ใช่พยายามแค่ผิวเผิน หรือไม่ทำอะไรจริงๆจังๆสักอย่าง)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวอย่าง ความพยายามของคนที่เคยประสบความสำเร็จ (ที่เคยได้ยินมา ไม่ใช่ของตัวเองนะ) เช่น&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;ฝึกเขียน diary ภาษาอังกฤษ ทุกวัน&lt;/em&gt; มากบ้าง น้อยบ้าง มากสุดบางวันอาจถึง 5000 คำ - เพื่อฝึกให้ตัวเองสามารถใช้ภาษาได้คล่อง และโต้ตอบได้ทันกับคู่สนทนา&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;ฝึกดูกราฟหุ้น วันละ 700 ตัว&lt;/em&gt; - จนเข้าใจตลาดหุ้น และประสบความสำเร็จในการเทรด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่า &lt;em&gt;ไม่มีความสำเร็จอะไร ที่ได้มาง่ายๆ โดยปราศจากความพยายาม ที่มากเพียงพอ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความพยายาม ต้องมีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนชีวิต&lt;/strong&gt; อย่างเช่น การเรียนในมหาลัยต้องเรียน4ปี ผ่านการสอบ และ อาจรวมถึง การอดหลับอดนอนอ่านตำรามากมาย จึงจะจบออกมาทำงานได้ &lt;strong&gt;แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า เราต้องเรียน หรือพยายาม เหมือนแบบที่นักศึกษาในมหาลัยทำ &lt;/strong&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;ทุกคนมีความพยายามในรูปแบบที่เหมาะสมของตนเอง&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ให้สำรวจดูตัวเองว่าเราชอบอะไร อยากฝึกอะไร ให้ทำสิ่งนั้นอย่างจริงจัง ให้ความสำคัญกับมันมากที่สุด ในทุกๆวัน อย่าหยุดยั้ง &lt;/strong&gt;ใครจะมาหยุดยั้งเรา ไม่สำคัญเท่ากับ &lt;em&gt;เราอย่าหยุดตัวเราเอง หรือ ล้มเลิกความตั้งใจไปเอง&lt;/em&gt; &lt;strong&gt;การฝึกฝนต้องใช้เวลา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องผ่านอุปสรรคและปัญหาต่างๆ จึงจะชำนาญจริงๆ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;Phase 2.1 ป้องกัน สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อความพยายาม&lt;/h3&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเสพติดสิ่งบันเทิง และการผลัดวันประกันพรุ่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองอย่างนี้มีรากฐานมาจากสิ่งเดียวกัน คือ การที่ &lt;strong&gt;Dopamine ในสมองเหลือน้อย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;หลักการ &lt;/strong&gt;มีอยู่ว่า&amp;nbsp;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ตั้งแต่เราตื่นนอน &lt;strong&gt;เริ่มวันใหม่&lt;/strong&gt; สมองเราจะมีการสร้างสารสื่อประสาทชื่อ &lt;strong&gt;Dopamine&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เก็บไว้ในปริมาณจำกัด&lt;/strong&gt; และ จะค่อยๆ&lt;strong&gt;ถูกใช้จนหมดไปในแต่ละวัน&lt;/strong&gt; เพื่อเป็น&lt;strong&gt;แรงกระตุ้นในการทำกิจกรรมต่างๆ &lt;/strong&gt;ซึ่งในอดีต จะใช้เป็น แรงกระตุ้นและจดจ่อ กับ การหาอาหารและการเอาชีวิตรอดในธรรมชาติ&lt;br&gt;&lt;br&gt;แต่ในปัจจุบัน เราไม่ได้ต้องพยายามเอาตัวรอดในธรรมชาติแบบนั้น แต่กิจกรรมที่กระตุ้นให้มีการใช้หรือสูญเสีย Dopamine ได้มาก คือ &lt;strong&gt;กิจกรรมที่ให้ความบันเทิง หรือให้ความตื่นเต้นต่างๆ เช่น เกมส์ หนัง social media หรือ กระทั้งสื่อลามก(อันตรายที่สุด) เป็นต้น&lt;/strong&gt; ซึ่งหากเราทำกิจกรรมให้ความบันเทิงมากๆ จนใช้ Dopamine หมด&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;ก็จะ&lt;em&gt;ไม่เหลือ dopamine สำหรับใช้เป็นแรงกระตุ้นในการทำงาน หรือ ทำสิ่งที่สมควรทำในชีวิตไป&lt;/em&gt; และ&lt;strong&gt; เกิด&lt;/strong&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การผัดวันประกันพรุ่ง(Procrastination)&lt;/strong&gt; ไม่อยากแม้แต่จะขยับตัว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ในวัยรุ่น ที่กำลังค้นหาตัวเอง ก็จะไม่เหลือ Dopamine ไปใช้ในการสร้างความตื่นเต้น ประทับใจ ในสิ่งๆหนึ่งเป็นพิเศษ จนค้นหาสิ่งที่ชอบของตัวเองไม่เจอ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รวมถึงเมื่อ dopamine หมด ก็&lt;em&gt;จะต้องพยายามทำกิจกรรมบันเทิงนั้นๆ ให้มากขึ้นไปอีก&lt;/em&gt; เพื่อ รีด dopamine ที่เหลือน้อยนั้น ออกมาให้ได้มากที่สุด จนเกิดเป็นพฤติกรรม&lt;strong&gt;การเสพติด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มีการทดลองใน หนูที่ไม่มี Dopamine พบว่า มันจะกินแต่อาหารที่ถูกป้อนที่ปากเท่านั้น &lt;em&gt;มันจะไม่พยายามเดินทางไปหาอาหารที่วางอยู่ไกลออกไป จะอยู่เฉยๆกับที่ ไม่ไปไหน แม้ตัวมันจะต้องอดอาหารจนตายก็ตาม&lt;/em&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิธีการที่เหมาะสม คือ&amp;nbsp;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;งดสิ่งบันเทิง ให้ได้มากที่สุด งดทุกรูปแบบ-ในทุกเวลา ไม่ต้องไปใช้เลย&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt; &lt;strong&gt;เพราะ หากเราเล่น แม้สักนิดหน่อย เดี๋ยวก็จะมีต่อเวลาอีกๆๆ จนสุดท้ายก็เลิกไม่ได้อยู่ดี &lt;/strong&gt;มากที่สุดคือ 2 วัน 1 ครั้ง คือ เล่น 1 วัน งด 2 วัน &lt;strong&gt;การงดสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้ความสุขในชีวิตเราลดลง&lt;/strong&gt; เหมือนเวลาเราลดการปรุงอาหาร งดน้ำตาลในเครื่องดื่ม แม้รสชาติที่ถูกจะปรุงแต่งหายไป แต่&lt;em&gt;เราจะได้สัมผัสกับรสธรรมชาติอีกแบบ&lt;/em&gt; ที่ให้&lt;strong&gt;ความสุขสงบมาทดแทน &lt;/strong&gt;และ &lt;strong&gt;เราจะสังเกตเห็นรายละเอียดสิ่งต่างๆรอบตัว และมีความสุขชีวิตได้ง่ายขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ในทุกๆวันดังนี้ คือ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ขยับเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ(ทุกชั่วโมง, ตลอดทั้งวัน หรือ ตอนที่สมองตันคิดอะไรไม่ออก) เช่น ออกกำลังกายตอนเช้า เดินเยอะๆไปมาในช่วงวัน&lt;/strong&gt;(ไม่ใช่ขยับแค่ ปาก หรือ ปลายนิ้ว) เป็นต้น เพราะ dopamine จะสร้างเพิ่มเมื่อมีการเคลื่อนไหว &lt;strong&gt;เป็นหนึ่งในวิธีธรรมชาติ ที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพ และง่ายที่สุด ในการทำให้ชีวิต&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อยู่ในธรรมชาติที่สงบ(ท่ามกลางต้นไม้เยอะๆ) วันละ 30 นาที&amp;nbsp;&lt;/strong&gt; เช่น นั่ง หรือ เดิน ในสวนสาธารณะ เป็นต้น โดยที่ไม่ใส่หูฟัง และไม่มีเครื่องมือสื่อสาร&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ทำสิ่งใดๆก็ตาม โดยเฉพาะสิ่งที่ชอบหรืองานอดิเรก นานกว่า 15 นาที&lt;/strong&gt; จะทำให้เข้าสู่&lt;strong&gt;ภาวะไหลลื่นในสมาธิ(flow state)&lt;/strong&gt; และ จะมีการสร้าง dopamine เพิ่มอย่างมาก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อาบน้ำเย็นจัด อย่างน้อย 30 วินาที&lt;/strong&gt; จะเป็นเรื่องของ &lt;em&gt;pain &amp;amp; reward system&lt;/em&gt; คือ ถ้าเราเผชิญความเจ็บปวด สมองเราจะชดเชยด้วยการสร้าง Dopamine ออกมา เพื่อเป็นเหมือน reward ซึ่งความเย็นของน้ำ แม้จะเป็นความเจ็บปวดที่อยู่ในการควบคุม แต่มันจะทำให้เกิด Dopamine เพิ่มอย่างมหาศาล&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;h3&gt;Phase 3: ความสงบ คือ เป้าหมาย และ ความสุขที่แท้จริง&amp;nbsp;&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่เรายังแสวงหา เพราะ เรายังไม่สงบ หรือเปล่านะ?&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บางคนอาจจะคิดว่า ต้องประสบความสำเร็จก่อน จึงค่อยแสวงหาความสงบ แต่จริงๆ ความสงบมันไม่ได้แพง หรือ เข้าถึงยากอย่างนั้น เราไปกำหนดเงื่อนไขผิดๆ จนกีดกันตัวเอง และเสียประโยชน์ ที่ควรจะได้รับไปเปล่าๆ&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;Phase x: ความล้มเหลว คือ ประสบการณ์พิเศษ&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;เคยดูคลิปสัมภาษณ์ เศรษฐีในอเมริกา &lt;strong&gt;คนที่ประสบความสำเร็จมากมาย ล้วนแล้วแต่ต้องเคยเจอบทเรียนของความล้มเหลวหรือถังแตกมาก่อน&lt;/strong&gt; แทบจะพยักหน้ากันเลยว่าเป็นเรื่องปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google เคยให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าคุณจ้าง CEO ที่เคยล้มเหลวมาก่อน ข้อดีคือ เขาจะไม่ทำให้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทเรียนแห่งความล้มเหลว มักจะเป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน แต่&lt;strong&gt;มันจะทำลายอีโก้ของเรา&lt;/strong&gt; ทำให้เราได้มุมมองชีวิตใหม่ๆ ในการ&lt;strong&gt;มองโลกตามความเป็นจริง&lt;/strong&gt; (ไม่ใช่เป็นการมองโลกด้วยอีโก้ของเราเอง) &lt;strong&gt;นิ่งขึ้น สงบขึ้น ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองได้มากขึ้น&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;ค่อยๆสร้างความมั่นใจ บนรากฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่บนความเพ้อฝัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=270&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="-3B48bbL-_bmbJCzY9cuxs64WUxw4lWeNfbjgrTEbmw"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 02 Jan 2025 06:25:51 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">270 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>The best device combinations for studying(e-ink, tablet and laptop) and guide for buying other stuffs</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/best-device-combinations-studyinge-ink-tablet-and-laptop-and-guide-buying-other-stuffs</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;The best device combinations for studying(e-ink, tablet and laptop) and guide for buying other stuffs&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-12-19T14:11:50+07:00" title="Thursday, December 19, 2024 - 14:11" class="datetime"&gt;Thu, 12/19/2024 - 14:11&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;This is the &lt;strong&gt;basic device combinations&lt;/strong&gt; that I found it performs the best in &lt;strong&gt;less distraction, more focus, good portability, and productivity for 9-5 studying&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The "6-inches" screen E-ink&lt;/strong&gt; that compatible with &lt;strong&gt;KOreader &lt;/strong&gt;(mostly Android OS)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Use for &lt;strong&gt;reading miscellaneous books&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;in free time&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The 6 or 6.8 -inches screen is the best. Any screen larger than 6.8 inches is a drawback, &lt;/strong&gt;because to be able to read in free time&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;(eg. traveling, eating, etc.), the ability to be able to &lt;strong&gt;hold in one hand securely and comfortably is the most important&lt;/strong&gt;.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;KOreader app&lt;/strong&gt; also provides the sophisticated reflow function and cropping tools that &lt;strong&gt;make&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;reading any type of books become possible,&lt;/strong&gt; even in just a small hand size e-reader.
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Thus, even though the more screen estate seem providing more benefit, any e-ink screen &lt;strong&gt;larger than 6 inches has no significant benefit(but drawback) in reading&lt;/strong&gt;.&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Don't try or expect using large screen e-ink&lt;/strong&gt; for reading complex material, it is completely useless, just a gimmick. Because even though it is large, it is &lt;strong&gt;still not large enough&lt;/strong&gt; for many complex textbooks, and still need to be zoom or reflow which also inhibit note taking and resulting in &lt;strong&gt;no different from the 6-inches screen, plus poorer portability.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Tablet&lt;/strong&gt; which has &lt;strong&gt;High screen resolution and good color accuracy with pen&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;Use for &lt;strong&gt;more complex documents&lt;/strong&gt; reading which require &lt;strong&gt;color and note taking(e-ink never does these jobs well)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;* However, in case that you &lt;strong&gt;don't use pen much&lt;/strong&gt;(no lecture noting or drawing work), a tablet would be redundant to a small lightweight laptop.&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Many mid-range tablets &lt;/strong&gt;nowadays surpass those requirements&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Don't buy the low screen resolution&lt;/strong&gt;(less than 200 dpi) tablet because it will &lt;strong&gt;not differ from common laptop screen, &lt;/strong&gt;harder to read, and has no benefit increased from redundancy.&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Laptop&lt;/strong&gt; with &lt;strong&gt;light weight, 14 inches screen, good battery life(low performance just on the go)&lt;/strong&gt; are enough.
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Use for working, searching deeply for information, doing anything much more complex&lt;/strong&gt; than the tablet can provide(even for comparing shopping items).&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;The main purpose for laptop is portability&lt;/strong&gt;, so it should have light weight(should not more than 1.5kg)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;I found that &lt;strong&gt;14 inches screen is more than enough for all productive works&lt;/strong&gt;.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Moderate or low performance is enough, &lt;/strong&gt;any high performance laptop is useless and waste of money because &lt;strong&gt;laptop has poor heat dissipation that limits the performance.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;No need to use expensive laptop&lt;/strong&gt; that provide little longer battery life. Just &lt;strong&gt;those moderate or low performance&lt;/strong&gt; usually provide&lt;strong&gt; decent battery life,&lt;/strong&gt; because of less energy consumption.
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;If your work specifically requires higher performance, consider another desktop PC.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Also, &lt;strong&gt;buying a good second handed laptop&lt;/strong&gt; is also a good choice. Because you can get even a high-end laptop in a very cheap price in a very good condition.&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;My stuff buying guide&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Buy only when it is needed&lt;/strong&gt;, not just for trying or sparing.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Buy only the good quality stuff&lt;/strong&gt;, for long lifespan and less waste.
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;The 2nd hand good quality stuff&lt;/strong&gt; is also excellent choice, at least it saves your money and the earth.&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Another gadgets(but not for productivity purpose)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Smartphone&lt;/strong&gt; - the main purpose is the &lt;strong&gt;decent portable camera, &lt;/strong&gt;not sure about AI or any other function but if the phone has well-built cameras, the other functions usually be good either.&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Ear phone&lt;/strong&gt; - should have &lt;strong&gt;active noise cancelling, water resistance&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=268&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="RuymXerblpS98YhR1psJbOnzVAQ0Y4Gg-qJ633BjgJs"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 19 Dec 2024 07:11:50 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">268 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>การควบคุมตัวเอง(Self-control) ไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการคอยรู้สึกตัว(self-awareness)</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87self-control-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7self-awareness</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;การควบคุมตัวเอง(Self-control) ไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการคอยรู้สึกตัว(self-awareness)&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-12-17T12:00:04+07:00" title="Tuesday, December 17, 2024 - 12:00" class="datetime"&gt;Tue, 12/17/2024 - 12:00&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;บทความนี้สรุปมาจาก&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=dgRSfhoHE4g"&gt;คลิปของ Dr. Alok Kanojia&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การควบคุมตัวเอง(Self-control) ไม่ได้เกิดจากการพยายามบังคับตัวเอง แต่เกิดจาก&lt;strong&gt;การฝึกสติตามรู้สึกตัว(Self-awareness)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คือ การคอย&lt;strong&gt;ตามรู้ความคิดและความรู้สึกของตัวเอง บ่อยๆในขณะปัจจุบัน โดยเฉพาะตอนที่มี ความรู้สึกสองจิตสองใจ(internal conflict)&lt;/strong&gt; เช่น อยากเล่น แต่ถ้าทำงานให้เสร็จก่อนน่าจะดีกว่า เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะ ทุกครั้งที่เราควบคุมตัวเองไม่ได้ มักจะเกิดจากการขาดสติ รู้ตัวอีกทีก็ เปิดเกมส์เล่น หรือ เปิด social media แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เปรียบเทียบแบบง่ายๆ เหมือนอย่างเวลาทำฟันแล้วต้องฉีดยาชา ถ้าปากชา ไม่มีความรู้สึก เราก็จะไม่รู้ว่าปากเราขยับท่าไหนอยู่ และ ควรควบคุมให้เหมาะสมอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมองก็เหมือนกัน ถ้าเราไม่มีสติ คอยตามรู้ความคิด ความรู้สึกตัวเอง เราก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้ เผลอแป๊บเดียวก็ไปทำตามใจ แล้วปล่อยเลยตามเลยแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งไม่ช่วยในการควบคุมตัวเอง แต่กลับทำให้แย่ลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1. &lt;strong&gt;การพยายามบังคับ กดข่ม ความคิดหรือความรู้สึกของตัวเอง(emotional regulation)&lt;/strong&gt; จะทำให้เหนื่อย และ ควบคุมตัวเองได้แย่ลงแทน เพราะ&lt;strong&gt;เป็นการละเลยความคิด,ความรู้สึกของตัวเอง &lt;/strong&gt;สุดท้ายความรู้สึกที่อัดอั้น ก็ระเบิดออก และ ควบคุมตัวเองไม่ได้จริงอยู่ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2. ส่วน&lt;strong&gt;ความเครียด&lt;/strong&gt;ก็เช่นกัน เพราะ มันจะทำให้เรา&lt;strong&gt;สนใจปัญหาภายนอกมากขึ้น(Externalized attention) แทนที่จะสนใจสิ่งที่เกิดในจิตใจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีแก้สิ่งเหล่านี้ คือ การ&lt;strong&gt;พยายามกลับมาเพิ่มความรู้สึกตัว(re-internalized awareness) &lt;/strong&gt;เช่น ให้เวลาตัวเองสัก 20นาที ถาม พูดคุย หรือ เขียนไดอารี่บันทึกความรู้สึกตัวเอง หรือ ออกไปเดิน เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ก่อน เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แรกๆ การฝึกรู้สึกตัว อาจจะยังไม่สำเร็จเท่าไหร่ โดยเฉพาะในช่วงที่ รู้สึกฝืนใจ(internal conflict) แต่ให้ฝึกไป เรื่อยๆๆ จะเริ่มดีขึ้นๆ จะเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ รวมถึง ไม่ว่าสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน เราก็จะยังสามารถมีสติควบคุมตัวเอง ให้ทำในสิ่งที่ต้องทำ ได้ในทุกๆเวลา โดยไม่เผลอทำตามใจอยากหรือสิ่งล่อลวง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การมีสติคอยรู้สึกตัว (Self awareness) = วิธีการควบคุมตัวเอง(Self control)&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=267&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="S84B4lmAUEf-1-KBKQsguqWI3vFBgFxfIeJvqSK4gtM"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 17 Dec 2024 05:00:04 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">267 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Real successful life is the life that can constantly do thing productively every day, not just reach the achievement</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/real-successful-life-life-can-constantly-do-thing-productively-every-day-not-just-reach</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;Real successful life is the life that can constantly do thing productively every day, not just reach the achievement&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-12-17T10:08:31+07:00" title="Tuesday, December 17, 2024 - 10:08" class="datetime"&gt;Tue, 12/17/2024 - 10:08&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;The real successful life&lt;/strong&gt; is the life that &lt;strong&gt;you can constantly do your work, reading, studying productively in every day, not be influenced or struggled by dopamine induced entertainment &lt;/strong&gt;which results in doing nothing, but procrastination and wasting of free time day after day.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Constant productive working will eventually lead you to achievement though sometimes it feels monotonous. But just looking for dopamine induced inspiration and end up with looking for something to entertain yourself will never make you reach your goal.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;The things you should do are&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Tidying your living and working environments,&lt;/strong&gt; this include your room, your laptop desktop, your working desk, or even clear all of the browser tab or close unnecessary program, etc. Untidy or unclean environment will cause &lt;strong&gt;cognitive overload for brain&lt;/strong&gt;(esp. ADHD), the &lt;strong&gt;brain will have to work so hard to &lt;/strong&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/shorts/V8DBP3p5Eqc"&gt;&lt;strong&gt;suppress many unnecessary input&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;. Study or working in the tidy or clean environment will result in so much better focusing.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Know about &lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/dopamine-especially-adhd"&gt;&lt;strong&gt;Principle of dopamine&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;(&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/dopamine-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-social-media"&gt;ไทย&lt;/a&gt;) for the healthy brain and productive life.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Stop using entertainment technology or anything that make you feel excited especially before evening.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Makes simple routine and workflow, &lt;/strong&gt;provide &lt;strong&gt;less step and easy accessibility to work, and conversely create barrier to the entertaining thing.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=dgRSfhoHE4g"&gt;&lt;strong&gt;Self-control&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;strong&gt; come from self-awareness, not self-regulation.&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=266&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="C2CQCse3kLNe3CZhhUMs8hyJ3AHuXPyYcfsFaAIDWTc"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Tue, 17 Dec 2024 03:08:31 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">266 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>A Science based System to Learn ANYTHING quickly</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/science-based-system-learn-anything-quickly</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;A Science based System to Learn ANYTHING quickly&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-12-13T21:14:37+07:00" title="Friday, December 13, 2024 - 21:14" class="datetime"&gt;Fri, 12/13/2024 - 21:14&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;For this post, I copied from the &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=TDYa2pPMx0k&amp;amp;lc=UgwawPe5XRHdPjf7ZZV4AaABAg"&gt;summary comment&lt;/a&gt; (&lt;a href="https://www.youtube.com/@susmitdas"&gt;@susmitdas&lt;/a&gt;) of this &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=TDYa2pPMx0k"&gt;youtube video&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Avoid Common Mistakes: &lt;strong&gt;Avoid highlighting and rereading&lt;/strong&gt; as primary study methods. These techniques create a familiarity with the material, giving the illusion of learning, but they &lt;strong&gt;don't promote deep understanding.&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Retrieval Practice: Testing&lt;/strong&gt; isn't just for assessment; it's a powerful learning strategy. Instead of rereading a text, test yourself on it. &lt;strong&gt;The act of trying to retrieve information strengthens memory&lt;/strong&gt;. This method is even more effective when the difficulty increases, a phenomenon referred to as "desirable difficulty."&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Spaced Practice&lt;/strong&gt;: Instead of cramming, space out your learning sessions over time. &lt;strong&gt;This "spacing effect" leads to better long-term retention&lt;/strong&gt;. The longer you want to remember something, the greater the spacing interval should be.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Interleaving: &lt;strong&gt;Mix up the topics you're studying instead of focusing intensively on one topic at a time.&lt;/strong&gt; This approach, though counterintuitive, has been shown to be &lt;strong&gt;highly effective in various studies&lt;/strong&gt;.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Elaborative Interrogation: As you study, ask yourself "how" and "why" questions to &lt;strong&gt;integrate new knowledge into your existing understanding.&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89" hreflang="en"&gt;การเรียนรู้&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=265&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="z1ubLKQhcS2GxmkQwj75-kgKXNQmlzY0SImzijLaK3c"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Fri, 13 Dec 2024 14:14:37 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">265 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Don't trust your emotion, trust your knowledge, effort, instinct, logic and critical thinking</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/dont-trust-your-emotion-trust-your-knowledge-effort-instinct-logic-and-critical-thinking</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;Don't trust your emotion, trust your knowledge, effort, instinct, logic and critical thinking&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-11-25T12:15:49+07:00" title="Monday, November 25, 2024 - 12:15" class="datetime"&gt;Mon, 11/25/2024 - 12:15&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;When you feel like you are the loser or winner, sad or happy, &lt;strong&gt;don't trust those emotion, it is certainly temporary and no any value&lt;/strong&gt;. Being sad today or at the present could be changed to be happier in the next minute, hour, day or in the next month or the future, also the happiness.&lt;strong&gt; Who does know what will come next in the future?&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Don't trust emotion, especially when your emotion was caused by the other people&lt;/strong&gt;, neither they &lt;strong&gt;put you down or bring you up&lt;/strong&gt;. No one know yourself much more than you.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Emotion is &lt;strong&gt;always certainly temporary&lt;/strong&gt; and &lt;strong&gt;has no any value&lt;/strong&gt;.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;What you can trust is your &lt;strong&gt;knowledge, effort, instinct, logic and critical thinking&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Knowledge&lt;/strong&gt;: the more knowledge you have the more opportunities or solutions in life you will see.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Effort&lt;/strong&gt; will make knowledge or anything you have to the real action or production.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Instinct &lt;/strong&gt;is more trustable than emotion, it is the thought that cristalized from all information or experience that you've met with something for your entire life.&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Logic and critical thinking&lt;/strong&gt; will always help you choose or thought at the most correct reasonable choice in life without influence from emotion.&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=259&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="VDjb3h5JgAiEpPQ-BRxDuCUauk1md7QBCuSY9233akY"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 25 Nov 2024 05:15:49 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">259 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Dopamine สารสื่อประสาทสำหรับพัฒนาชีวิต และการค้นหาตัวเอง ที่ถูกขโมยโดย Social media, Entertainment</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/dopamine-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-social-media</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;Dopamine สารสื่อประสาทสำหรับพัฒนาชีวิต และการค้นหาตัวเอง ที่ถูกขโมยโดย Social media, Entertainment&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-11-23T11:00:27+07:00" title="Saturday, November 23, 2024 - 11:00" class="datetime"&gt;Sat, 11/23/2024 - 11:00&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;*** เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูล จากความสนใจโดยผู้เขียนเอง ไม่ได้สรุปจากงานวิจัยโดยตรง อาจมีข้อผิดพลาดได้ &lt;strong&gt;ผู้อ่านควรตรวจสอบความถูกต้องเพิ่มเติมด้วยตนเอง&lt;/strong&gt; อีกทั้งไม่สามารถนำไปใช้ในการอ้างอิงใดๆได้ครับ ***&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งที่มา &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=l6BoSORXCUg"&gt;Ali abdaal(คลิปสรุป)&lt;/a&gt; - &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=ge302sHMFTw"&gt;คลิปยาว&lt;/a&gt;, &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=P1ALkQMfkjc"&gt;Dr. Kanojia(1)&lt;/a&gt; &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=6CWq8wyS90o"&gt;Dr.Kanojia(2)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องมีอยู่ว่า &lt;strong&gt;Dopamine เป็นสารสื่อประสาท ที่สำคัญ โดยเป็นแรงกระตุ้น(Motivation) ในการขับเคลื่อน ให้เรามีการทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน แก้ปัญหาชีวิต &amp;nbsp;การตื่นเต้นกับการทำสิ่งที่ชอบ รวมถึงการค้นหาตัวเอง และ การพัฒนาตนเอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตั้งแต่เราตื่นนอน &lt;strong&gt;สมองเราจะมีปริมาณ Dopamine เก็บสะสมไว้ในปริมาณจำกัด(limitedly reserved) จำนวนหนึ่งในเซลล์ประสาท&lt;/strong&gt;(น้อยเป็นพิเศษสำหรับคนที่เป็นสมาธิสั้น)&lt;strong&gt; และจะค่อยๆหมดไป จากการถูกนำไปใช้ ด้วยการ "แลก" กับการเป็นแรงกระตุ้น สำหรับการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน(หลั่งออกจากเซลล์ประสาทสู่สมอง)&lt;/strong&gt; โดยในอดีต คือ การออกหาอาหาร การเอาตัวรอดในธรรมชาติ แต่ในปัจจุบัน จะเป็น&lt;strong&gt;แรงกระตุ้นในการทำงาน การค้นหาสิ่งที่ชอบ การเผชิญชีวิต การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงการพัฒนาตนเอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งใน &lt;strong&gt;การทำแต่ละกิจกรรม &lt;/strong&gt;Dopamine จะถูกใช้หมดไปเรื่อยๆ &lt;strong&gt;เปรียบเหมือนเงินที่เราเอาไปจ่าย แลกกับการทำกิจกรรมต่างๆในช่วงวัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปัญหาในยุคปัจจุบัน คือ เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง ทำให้เราสามารถเข้าถึงสิ่งบันเทิง ที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น เพลิดเพลิน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ได้อย่างง่ายๆ และไม่จำกัด&lt;/strong&gt; โดยไม่ต้องออกแรง หรือใช้ความพยายามใดๆ ซึ่งความตื่นเต้นและเพลิดเพลิน ที่เข้าถึงได้อย่างง่ายๆ&lt;strong&gt; ทำให้ Dopamine ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งเหล่านี้ได้แก่ &lt;strong&gt;Social media(Facebook, Tiktok), สิ่งบันเทิง(Youtube, Netflix), สื่อลามก, เกมส์, Shopping online หรือ แม้แต่อาหาร Fast food&lt;/strong&gt;(ที่ให้พลังงานสูง จากน้ำตาลและไขมันในปริมาณมาก แต่ไม่มีประโยชน์ด้าน Micro-nutrient)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งปัญหาคือ เมื่อเราเสพความบันเทิงอย่างไม่จำกัด จน Dopamine หมด &lt;strong&gt;เราก็จะรู้สึกหมดแรงกระตุ้น(motivation)ที่จะทำสิ่งต่างๆ เกิดการผัดวันประกันพรุ่ง&lt;/strong&gt;(procrastination) ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ &lt;strong&gt;ไม่อยากปรับปรุงพัฒนาชีวิตตนเอง&lt;/strong&gt; ไม่อยากแก้ไขปัญหาชีวิต หรือ ทำชีวิตให้ดีขึ้น อยากอยู่เฉยๆไปวันๆ &lt;strong&gt;ไม่ได้มีรู้สึกมีแรงกระตุ้น ที่จะทำสิ่งที่สมควรทำ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาสำคัญของการถูกขโมย Dopamine คือ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;การค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบไม่เจอ&lt;/strong&gt; เพราะ &lt;strong&gt;"ความตื่นเต้น" &lt;/strong&gt;จากการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ จะหายไป เพราะ เมื่อไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น &lt;strong&gt;เราจะไม่รู้ว่าตัวเราเองชอบอะไร ควรมุ่งไปในทิศทางไหน &lt;/strong&gt;เปรียบเหมือนเราถูกขโมยความฝัน เหลือเพียงชีวิตที่ ทำงานเสร็จ กลับบ้าน นอนไถ Social media, ดู Netflix เพื่อฆ่าเวลาไปอย่างไร้ความหมาย หมดแรงทำตามความฝัน เพราะ Dopamine หมดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ &lt;strong&gt;การที่เราถูกขโมย Dopamine ด้วยการไถ(Scrolling) social media ยังส่งผลถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย&lt;/strong&gt; เพราะ แทนที่ Dopamine จะถูกใช้เพื่อการมีปฏิสัมพันธ์ กับคนที่อยู่ตรงหน้า เช่น กับคนรักหรือ สมาชิกในครอบครัว บนโต๊ะอาหาร กลับถูกใช้หมดไปกับการไถหน้าจอ Social media และไม่เหลือสำหรับการสร้างความผูกพันธ์ต่อกัน &lt;strong&gt;กลายเป็นอยู่บ้านเดียวกัน แต่อาจแทบไม่ได้ผูกพันกันเลย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีการแก้ไขคือ &lt;strong&gt;งดเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง รวมถึง Social media โดยเด็ดขาด อย่างมากที่สุดคือเก็บไปไว้ตอนเย็น หรือ หลังเลิกงานแล้ว เพื่อให้ยังคงมี Dopamine สำหรับนำไปใช้ทำสิ่งที่สำคัญในชีวิตอย่างเต็มที่ &lt;/strong&gt;อาจใช้App สำหรับจำกัดการใช้งาน จนกว่าจะถึงตอนเย็น หรือ หลังเลิกงาน, เรียน จึงจะสามารถเล่นได้ &lt;strong&gt;หรือ ถ้าอยากพัฒนาชีวิตอย่างจริงจัง ให้งดไปยาวๆเลยก็ได้ อยู่กับความรู้สึกเบื่อ แต่ productive(พัฒนาขึ้น) ดีกว่า สนุกสนาน แต่ชีวิตไม่ไปไหน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่โดยส่วนตัว&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/quit-social-media-read-books-build-yourself-not-just-be-follower"&gt;เลิกใช้ Facebok ไปเลย&lt;/a&gt; เพราะ รู้สึกว่าประโยชน์ด้านความรู้ มันน้อยกว่าโทษที่ได้รับในเรื่องสุขภาพจิต แต่ยังใช้ youtube อยู่ เพราะได้ประโยชน์เยอะมาก(มีรายการที่มีสาระเยอะมาก) แต่ก็จะใช้เฉพาะตอนเย็น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โดยส่วนตัว ถ้าวันไหน งดสิ่งบันเทิงในตอนเช้า และเก็บไว้ตอนเย็น เช่น การ์ตูน ผลคือ ทั้งวันจะมีสมาธิอ่านหนังสือ ตกเย็น ก็ไม่ได้ดูด้วยความรู้สึกเสพติด หรือ ไม่ได้รู้สึกอยากมากเท่าไหร่(จะดูหรือไม่ดูก็ไม่เป็นไร) &lt;strong&gt;กลับกัน&lt;/strong&gt; ถ้าดูการ์ตูนตอนเช้า ตอนทำงานระหว่างวัน ก็จะไม่มีสมาธิมากนัก จะมีรู้สึกอยากเสพสิ่งบันเทิงตลอดวัน และรู้สึกเสพติดมากขึ้นๆในตอนเย็น&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่า Dopamine จะลดลงได้อย่างเดียว แต่&lt;strong&gt;กิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ก็จะสามารถช่วยเพิ่ม Dopamine ระหว่างวันได้ด้วย&lt;/strong&gt; ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การเคลื่อนไหว(physical movement) &lt;/strong&gt;- ยิ่งเรา&lt;strong&gt;ขยับตัวมากเท่าไหร่ Dopamine ก็จะถูกผลิตขึ้นในสมองมากขึ้นเท่านั้น&lt;/strong&gt; เช่น การออกกำลังกาย หรือ เดิน หลังตื่นนอน, การทำงานบ้าน, ทำอาหาร, เดินขยับตัวในช่วงพักการทำงาน เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ความรู้สึกเบื่อ, ว่างๆ(Boring is good)&lt;/strong&gt; - ในช่วง&lt;strong&gt;เวลาที่เรารู้สึกเบื่อ สมองเราจะมีการเริ่มผลิตและสะสม Dopamine เพิ่มเติม&lt;/strong&gt; เช่น การนั่งว่างๆ เบื่อๆ ไม่ได้ทำอะไร, การอ่านนิยายหรือหนังสือที่ชอบ แทนที่จะนั่งไถ Social media ในเวลาว่าง เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ภาวะ Flow state(สมาธิ) - เกิดเมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 'อะไรก็ได้' นานกว่า 15 นาที&lt;/strong&gt;(เช่น อ่านหนังสือ, เรียน, ทำงานบ้าน, ทำงาน, งานอดิเรกที่ชอบ ฯลฯ)&lt;strong&gt; สมองจะผลิต Dopamine เพิ่มขึ้นอย่างมาก และเกิดภาวะไหลลื่นของความคิดขึ้น&lt;/strong&gt; แต่ในช่วงก่อน15นาที จะรู้สึกไม่ราบรื่น ความคิดติดขัด หรือรู้สึกฝืนใจ และขี้เกียจมากๆได้ เพราะ Dopamine ยังน้อยอยู่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อาบน้ำเย็นจัด อย่างน้อย 30 วินาที&lt;/strong&gt; - ดัดแปลงมาจาก &lt;strong&gt;ice bath/cold water immersion&lt;/strong&gt;(แช่ตัวในน้ำเย็นจัด 5 นาที) &lt;strong&gt;สามารถเพิ่ม Dopamine ได้ 2.5 เท่า โดยคงอยู่ได้ตลอด 2 ชม. โดยไม่ลดลง&lt;/strong&gt; เกิดจากหลักการเรียกว่า &lt;strong&gt;สมดุลความรู้สึกลำบาก/ความรู้สึกสบาย(pain/pleasure balancing) &lt;/strong&gt;ที่หากเราทำสิ่งที่เราสบายก่อน เช่น การกินอาหารFast food, เสพสิ่งบันเทิง เราก็จะไม่เหลือสติสำหรับทำงาน แต่หากเราทำสิ่งที่ลำบากก่อน เช่น ออกกำลังกาย เราก็จะมีความสุข กระฉับกระเฉง และ มีสมาธิทำงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อยู่กับธรรมชาติ อย่างน้อยวันละ 60 นาที (โดยที่ไม่ใส่หูฟัง)&lt;/strong&gt; - ความสงบในธรรมชาติสามารถช่วยเยียวยาจิตใจ และ เพิ่ม Dopamine ได้ โดยต้องไม่พกอุปกรณ์สื่อสารไปด้วยนะ รวมถึงเวลาที่เรามีปัญหาชีวิต &lt;strong&gt;ความสงบจากธรรมชาติ จะทำให้เราหาคำตอบของปัญหาได้ง่ายขึ้น คงไม่ต้องพูดถึงว่า ถ้าอยู่กับธรรมชาติทุกวันจะดีแค่ไหน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;มีสิ่งที่เป็นเป้าหมายของชีวิต(persuit)&lt;/strong&gt; - ที่เรายอมเสียสละตนเอง เพื่อสิ่งๆนี้ได้ หากยังหาไม่เจอ ให้ลอง &lt;strong&gt;งด Social media อย่างเด็ดขาด และอยู่กับธรรมชาติทุกวัน&lt;/strong&gt; ไปเรื่อยๆ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งจากความรู้เหล่านี้ เราสามารถนำมาจัดตารางชีวิตที่ดีที่สุดได้ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ทำกิจกรรมที่ช่วยเพิ่ม Dopamine ในตอนเช้า เช่น ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ(ท่ามกลางธรรมชาติ) โดยส่วนตัวแนะนำ วิ่งแบบHIIT 5-10นาที วันเว้นวัน, อาบน้ำเย็น, นั่งสมาธิ, ทำงาน(หรืองานอดิเรก)ที่ชอบ(ที่ไม่ใช่สิ่งบันเทิง) - เพื่อให้เข้า Flow state และ เพิ่มการสะสม dopamine ไปใช้ต่อในระหว่างวัน*&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ในระหว่างวัน ก็งดสิ่งบันเทิง จนกว่าจะเลิกงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หลังเลิกงาน จะทำสิ่งบันเทิง ก็ได้ หรือ จะงดต่อไป เพื่อเอา Dopamine ไปทำงานอดิเรกอื่นๆที่ชอบอีก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;* สังเกตว่า มีการ&lt;strong&gt;ทำงานอดิเรกที่ชอบในตอนเช้า ก่อนการทำงานปกติ&lt;/strong&gt;ด้วย เพื่อบูส(Boost) Dopamine สำรอง(reserve) ให้มากที่สุด เพราะ หากทำงานปกติ(ที่อาจไม่ชอบ) โดยที่ Dopamine น้อย หลังเลิกงานอาจจะเหนื่อยมากๆได้ และไม่เหลือแรงโฟกัสกับสิ่งที่ชอบอีก = ทำสิ่งที่ชอบ ก่อน ทำสิ่งที่ไม่ชอบ เพื่อให้มีแรงใจสำหรับชีวิต(มี dopamine เพิ่ม)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;โดยส่วนตัวได้&lt;strong&gt;ลด/งดการใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงไปประมาณ 1 เดือน ผลคือ เริ่มกลับมาโฟกัสในภาระงานต่างๆในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นมาก&lt;/strong&gt; เช่น อ่านตำราเรียน, อ่านข่าวต่างประเทศ ฯลฯ &lt;strong&gt;สามารถที่จะมีสมาธิทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆได้ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ทุกคนเจอสิ่งที่ชอบ และมีโอกาสได้ทำตามความฝัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/dopamine-especially-adhd"&gt;English version&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E" hreflang="en"&gt;สุขภาพ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/adhd%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;ADHD(สมาธิสั้น)&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=258&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="UwCHY1HcfgBVgIOcQ2iTneahh_jlTS2qWk-VPQ8B_qo"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 23 Nov 2024 04:00:27 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">258 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>แสวงหาความสงบ ทบทวนตัวเอง ในวันที่รู้สึกสับสนกับความล้มเหลวในชีวิต</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%9A-%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;แสวงหาความสงบ ทบทวนตัวเอง ในวันที่รู้สึกสับสนกับความล้มเหลวในชีวิต&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-11-21T14:08:37+07:00" title="Thursday, November 21, 2024 - 14:08" class="datetime"&gt;Thu, 11/21/2024 - 14:08&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ลาออกจากงานประจำ หาความรู้ พิสูจน์ตัวเอง อยากให้ชีวิตเป็นในรูปแบบที่คิดไว้ แต่สุดท้ายไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เมื่อมองในแง่ดีของความล้มเหลวก็คือ ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ทั้งการพัฒนาตนเอง การเรียนรู้ศาสตร์สาขาอื่นๆด้วยตนเอง รวมถึงประสบการณ์ของการไม่มีเงินในบัญชี ไม่มีเงินค่าอาหาร ซึ่งก็นับว่าเป็นประสบการณ์อันมีค่าอย่างมากได้เหมือนกัน อย่างน้อยๆได้เคยมีประสบการณ์ว่า &lt;strong&gt;แค่ยังมีอาหารอีกมื้ออยู่ตรงหน้าก็นับว่าโชคดีมากแล้ว&lt;/strong&gt; จะเรียกว่าขอเรียกว่า สำเร็จในความล้มเหลวก็แล้วกัน(The achievement of &lt;strong&gt;realizing of the value of every meal&lt;/strong&gt;!)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่สุดท้าย ก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ คือ เงินเหลือไม่พอกับชีวิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเครียดเริ่มก่อตัวขึ้น เริ่มรู้สึกจิตใจไม่เป็นสุขสงบเหมือนเคย &lt;strong&gt;สมาธิที่เคยทำก็ไม่รู้ว่าทำไมทำไม่ได้ดีเหมือนเดิมเท่าไหร่&lt;/strong&gt; แต่ละครั้งที่จ่ายเงินกับค่าอาหารก็รู้สึกกังวลทุกครั้ง สูญเสียความเชื่อใจในตัวเองไป เพราะ ความล้มเหลวส่วนใหญ่ในสิ่งต่างๆ เกิดจากความไม่มั่นคงทางอารมณ์ของเราเอง แม้หลายๆอย่างจะเป็นอย่างที่คาดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้เลยไปอยู่ในสถานที่สงบ วัดปทุมวนาราม เพื่อพยายามทำความสงบ&lt;/strong&gt;เพื่อกลบจิตใจที่ร้อนรน และเพื่อทบทวนตัวเอง ถึงอดีตที่ผ่านมาว่าเราผิดพลาดตรงไหน &amp;nbsp;ปัจจุบันและอนาคตเราจะทำอย่างไรต่อ&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;นั่งสมาธิ ช่วงแรก 15 นาที พบว่าไม่สามารถอยู่กับตัวเองได้ ความคิดเข้ามามากมาย และสุดท้ายก็เผลอหลับ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ต่อมาเปลี่ยนมาเดินจงกรม 40-60 นาที เดินกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ สักพักเริ่มรู้สึกว่า สติกลับมาอยู่กับร่างกายมากขึ้น เริ่มกลับมารู้สึกตัวในแต่ละการเคลื่อนไหว จนจิตใจเริ่มได้สัมผัสกับความสงบ ทำให้ได้รู้เลยว่า ช่วงที่ผ่านมา ที่เครียดจนแทบจะเป็นบ้า หงุดหงิดใส่คนอื่นไปทั่ว เป็นเพราะ จิตใจมันขาดความสงบมานานนี่เอง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;กลับมานั่งสมาธิใหม่ เริ่มกลับมารู้สึกลมหายใจ ผ่านอาการพองยุบของท้องได้ แม้จะยังไม่ชัดเจนและไม่เป็นธรรมชาตินัก ยังมีการบังคับรู้สึกแน่นๆอยู่ เป็นลมหายใจที่หยาบๆ แต่ก็พอเอาเป็นอารมณ์ของสมาธิได้ และนั่งได้ 45 นาที สงบกว่าที่นั่งครั้งแรก 2 เท่า แม้จะไม่ได้สงบลึกใดๆ ยังประกอบด้วยโมหะ ซึมกะทือ ไม่ได้มีสติที่ชัดเจน(ยังต้องฝึกพัฒนาต่อไป)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ &lt;strong&gt;ชีวิตอันบริบูรณ์ที่เราแสวงหา &lt;/strong&gt;จริงๆมันไม่ใช่ชื่อเสียง หน้าที่การงาน เงินทอง ไม่ใช่ที่ไหนเลย หากแต่&lt;strong&gt;เป็นความสงบสุขในใจต่างหาก&lt;/strong&gt; การแสวงหาหรือพัฒนาสิ่งภายนอกเป็นสิ่งที่ทำได้(อย่างน้อยๆ ก็เพื่อเลี้ยงชีพ) แต่มันจะไม่มีความหมายเลย หากเรามีทุกอย่าง แต่จิตใจเรามีแต่ความเร่าร้อน วิตกกังวล ความเครียด ซึ่ง&lt;strong&gt;ความสงบสุขในใจเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพียงหยุดแสวงหา อ่านพระไตรปิฎก ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หรือ อยู่วัด&lt;/strong&gt; อย่างน้อยวันละ 60 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน &lt;strong&gt;เพียงเท่านี้เราก็ได้ชีวิตที่บริบูรณ์แล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทีนี้กลับมาทบทวน &lt;strong&gt;อดีต&lt;/strong&gt; ตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ได้เรียนรู้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;พิมพ์สัมผัส - แม้จะยังไม่เร็วนัก แต่ก็พอได้หลักการ เหลือเพียงฝึกต่อไปเรื่อยๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อ่านตำราการเงิน การเทรด - อ่านจบและเกือบจบ 2-3 เล่ม เป็น textbook eng แต่ยังเหลือเล่มหลักอีก 1 เล่ม ที่ยังค้างอยู่ และอีกหลายเล่มที่ควรอ่านเพิ่มเติม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ฝึกภาษาอังกฤษ - เริ่มสามารถฟังได้โดยไม่ต้องอ่าน Subtitle ได้บ้างแล้ว, กำลังพยายามฝึกพูดด้วยการเลียนแบบอยู่(imitation), อ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้เป็นเล่มๆแล้ว รวมถึงอ่าน Reuters แต่ยังมีเปิด Dictionary อยู่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ฟื้นฟูสมองตัวเอง - เพิ่ม cognitive function ด้วยการออกกำลังกายด้วยการวิ่งแบบ HIIT 5-10 นาที ร่วมกับ อดอาหารข้ามวัน(Water fasting 36hr + กินเกลือเสริม) ซึ่งมันช่วยเพิ่ม BDNF ได้หลายเท่า ผลคือ ความคิดเร็วขึ้น ไม่เอ๋อ อาการสมาธิสั้นดีขึ้นมาก ทำอะไรเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ไม่ขี้หลงขี้ลืม ทักษะการฟังภาษาอังกฤษก็ดีขึ้นในช่วงนี้เลย(แพทย์อาจไม่แนะนำ และ ไม่รับประกันสุขภาพในระยะยาวนะ มันอาจไม่ได้ดีนักก็ได้)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่เอ๊ะ(น่าประหลาดใจ)?!&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ได้ฝึก programming จริงๆจังๆเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ "เราบอกว่า" เราชอบมัน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต่อให้จะพักการฝึกฝนไปก่อน เพราะ "คนอื่น" บอกว่ามัน "ไม่มั่นคง" แต่เราก็น่าจะทำเป็น "งานอดิเรก" ได้นี่นา?
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หรือเป็นเพราะ เราไม่ได้ชอบมันจริงๆ? เลยศึกษาด้าน "การเงิน" เพื่อเป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องเขียนโปรแกรม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือเป็นเพราะ &lt;strong&gt;เรากลัว ไม่อยากให้สิ่งที่เราชอบ ประสบกับความล้มเหลว&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;หรือถูกคนอื่นทำให้พังทลาย&lt;/strong&gt; เพราะ "คนอื่น" บอกว่ามันใช้หากินจริงๆจังๆไม่ได้ มีคนแข่งหางานกันเยอะ ยิ่งถ้าศึกษาเองด้วย &lt;strong&gt;แต่ในความเป็นจริง เราเคยสอบตรงติด วิศวคอม ฬ นะ ศักยภาพเราจะสู้คนอื่นไม่ได้? ได้ไงวะ?&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อ้างว่าเป็นปัญหาสายตาไม่ได้ เพราะ ขนาด Textbook การเงิน ยังอ่านผ่านหน้าจอที่ไม่ถนอมสายตาได้เลย(มีการกระพริบ - Flickering light) ทำไมจะเขียนโปรแกรมไม่ได้?&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อ้างว่า มีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ นู่นี่นั่น แล้วกลายเป็นว่าความฝันของเราไม่สำคัญแล้วหรือ?&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรืออาจกลับกันคือ เราอาจไม่ได้ชอบมันจริงๆ เพียงแค่มันเข้ากับจริตเรา ถ้าอย่างนั้นอาจต้องลองพิสูจน์ด้วยการบังคับตัวเองให้เรียน โดยไม่สนใจว่าชอบหรือไม่ชอบ แบบเดียวกับที่อ่านตำราการเงิน ก็น่าจะดีนะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่ต้องกลัวว่ามันจะไม่ perfect ไม่ต้องกลัวความผิดพลาด แรกๆ มันต้องห่วยอยู่แล้วแน่นอน ทำไปเลย หยุดคิดเล็กคิดน้อยได้แล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ความผิดพลาด&lt;/strong&gt;อีกอย่างหนึ่งของเรา คือ&lt;strong&gt; ตัดสินใจ ไม่กลับไปสอบเรียนป.ตรี อีกใบ&lt;/strong&gt; ทั้งๆที่การเรียนอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ดีกว่าการมาจัดหลักสูตรเอง คนอื่นๆ ที่เรียนป.ตรีหลายใบก็มีเยอะแยะ โดยเฉพาะกรณีของเราที่ไม่ได้เป็นพวก High intelligence ที่จะสามารถเรียนด้วยตัวเองแล้วทะลุปรุโปร่ง ยิ่งควรเรียนโดยมีผู้สอนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ &lt;strong&gt;ในเรื่องทุนการศึกษาเราก็สามารถบอกอาจารย์ตรงๆ ถึงปัญหาชีวิต&lt;/strong&gt;ที่เราเจออยู่ได้ เขาก็น่าจะเข้าใจและให้ทุนเราเรียน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ศึกษาด้านการเงิน แต่เงินกลับร่อยหรอไปเรื่อยๆ ไม่เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆบ้าง จนสุดท้ายหายไปก้อนใหญ่ และหมดตัว?&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;มันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน แน่ๆ?&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หลายๆครั้งที่เราวิเคราะห์ถูกต้อง แต่สุดท้ายก็เก็บกำไรไม่ได้ และเสียเงินไปกับช่วงที่วิเคราะห์ผิดแทน
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;น่าจะเป็นเพราะ เราไม่เข้าใจและไม่ยอมรับว่า ในการลงทุน เราไม่สามารถวิเคราะห์ได้ถูกทุกครั้ง &lt;strong&gt;แม้คนเก่งๆ ก็ยังถูกแค่ครึ่งหนึ่งของที่คิดไว้ ไม่เหมือนข้อสอบที่ต้องตอบให้ถูกทุกข้อ&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การวิเคราะห์ผิด เป็นเรื่องปกติของการลงทุน(ต่างจากสามัญสำนึกทั่วไป ที่ควรจะถูกต้อง สมบูรณ์แบบทุกครั้ง)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งสำคัญจึงเป็น&lt;strong&gt;การควบคุมความเสี่ยงของเราเอง&lt;/strong&gt;มากกว่า เพราะ เท่าที่ตามดูประวัติการลงทุน แม้เราจะเคยได้กำไรก้อนใหญ่(บ้าง) ในช่วงที่เรามีเหตุผลถูกต้อง แต่เสียก้อนใหญ่กว่า อย่างไร้เหตุผล(โลภ) โดยเฉพาะ ในช่วงที่ร้อนรน หาเหตุผลไม่ได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การลงทุนไม่ใช่ว่าทุ่มเงินก้อนใหญ่ทั้งชีวิต แล้วจะชนะนะ&lt;/strong&gt; เพราะ เงินเราเป็นเพียงส่วนน้อยในตลาด เหมือนหยดน้ำในมหาสมุทร &lt;strong&gt;ใช้หลักเหตุผล ไม่ใช่ความพยายามแบบโง่ๆ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เชื่อการหาความรู้ของเราเอง อย่าเชื่อ"ผู้รู้" &lt;/strong&gt;ไม่ว่าเก่งแค่ไหน เขาอาจไม่ได้มีความสนใจเหมือนเรา ความรู้ในเรื่องเดียวกับเราของเขา อาจจะน้อยกว่า ถ้าเราไปถามเขา เขาอาจจะวิเคราะห์ผิดก็ได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เมื่อหา&lt;strong&gt;ความรู้ในเรื่องใดมากๆ&lt;/strong&gt; จะเกิดเป็น&lt;strong&gt;สัญชาติญาณ &lt;/strong&gt;ถ้า&lt;strong&gt;อะไรก็ตามที่เรารู้สึก "ว้าว!" "โคตรเจ๋ง!" "ตรงใจ ใช่เลย!" ให้เราลงทุนในอันนั้นแหละ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การลงทุน ต้องบริหารความเสี่ยง มีเงินเหลือสำหรับใช้ชีวิตเสมอ และ ที่สำคัญต้องใช้เวลากว่าจะออกดอกผล(อาจมีการผันผวน แต่สุดท้ายจะเป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน) ต้องใจเย็นๆ รู้จักรอคอย (ยิ่งนานยิ่งดี) รวมถึงการตัดขาดทุน(5%)ในกรณีที่ไม่เป็นตามคาด&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ข้อผิดพลาดใหญ่หลวง อีกอย่างหนึ่งของเรา คือ เอาการลงทุนระยะยาว กับการเก็งกำไรระยะสั้นมาปนกัน&lt;/strong&gt;ด้วยความโลภ โดยลืมตระหนักว่ามันมีหลักการคนละแบบ เพื่อจุดประสงค์คนละอย่าง (โดยเฉพาะในการบริหารความเสี่ยง) ถ้าเอามาปนกัน = ฉิบหาย!!!
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การลงทุนระยะยาว(Investment)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เน้นเรื่องข้อมูลด้านปัจจัยพื้นฐาน(Fundamental)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักเป็น Stock หรือ Asset อะไรสักอย่างที่ เราได้หาข้อมูลมาอย่างถี่ถ้วน จนสัญชาติญาณบอกว่า "โคตรเจ๋ง ใช้เลย!" และศรัทธามันอย่างมาก จนมั่นใจที่จะฝากชีวิตไว้ได้ แบบไม่คิดจะขาย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หวังผลการเพิ่มของราคาในระยะยาวววววว หรือ อย่างน้อยรายไตรมาส โดยไม่ได้มีจังหวะเวลาแน่ชัดมาก มักหวังผลตามรอบเศรษฐกิจใหญ่(Great market cycle)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เน้นการ DCA อย่างสม่ำเสมอ เพื่อหวังผลระยะยาว ด้วยการแบ่ง DCA จะทำให้ได้ราคาเฉลี่ยที่ดีที่สุด โดยที่มีความเสี่ยงต่ำ&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อาจสามารถดัดแปลงการ DCA มาลงทุนแบบ&lt;strong&gt;เกือบหมดหน้าตัก&lt;/strong&gt;ได้(All-in) ด้วยนำทุนมา &lt;strong&gt;DCA อย่างเข้มข้นขึ้น&lt;/strong&gt; หากมีความมั่นใจในรอบเศรษฐกิจใหญ่ที่จะมาถึง(แต่อย่างไรก็ต้อง&lt;strong&gt;มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายอีก อย่างน้อย ครึ่งปี&lt;/strong&gt; เพราะ เราไม่สามารถประมาณเวลาได้แน่นอน)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต่อให้ราคาผันผวน แต่ถ้า Fundamental หรือ Scenario เบื้องหลังไม่เปลี่ยน ก็ยังไม่ Cut loss&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ค่อยๆ All in ด้วยการ DCA ได้ เปรียบเหมือนการค่อยๆถ่ายโอนเงินไปเก็บเป็นสินทรัพย์ แต่&lt;strong&gt;ห้ามใช้ Leverage เป็นอันขาด&lt;/strong&gt; เพราะ มันคือเงินเก็บทั้งชีวิตของเรา ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาชีวิตทั้งชีวิต มาแขวนบนความเสี่ยง กับความไม่แน่นอนของตลาด เพราะ เงินที่มีจะหายไป เป็นความว่างเปล่าเอาได้ง่ายๆเลย&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การเก็งกำไรระยะสั้น(Trade-speculation)&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ใช้ Leverage อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่บนความเสี่ยงทีละน้อย ใช้เศษเงิน แลก เงินก้อน(ไม่มีการ All in เป็นอันขาด)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เทรดเฉพาะสินทรัพย์ที่ต้นทุนการเทรดต่ำสุด (เช่น spread ต่ำ ไม่มี commission ทำให้ออก leverage ได้เต็มที่) และ มีคนเทรดมากที่สุด(มี Trend ทุกวัน) ไม่มีศรัทธาใดๆมาเกี่ยวข้อง ที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ ทองคำ(บัญชี micro กรณีทุนน้อย)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เรื่องต้นทุนการเทรดต่ำ ตัวอย่างเช่น ถ้า Spread กว้างขึ้น 2เท่า หากเราใช้ leverage เท่าเดิม เรามีโอกาสเสียมากขึ้น 2 เท่า!! ในแต่ละการเทรด แต่หากเราเลือกลด leverage ลงครึ่งหนึ่ง กำไรเราก็จะหายไป 2 เท่า!!&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เน้นการดูกราฟทางเทคนิค(Technical analysis) ใน TF day เพื่อกำหนดทิศทางการเทรดในวันนั้น แล้วไปหาจุดเทรดที่แม่นยำขึ้น ใน Intraday TF(ชอบใช้ 5 min TF)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ไม่ได้หวังว่าจะชนะทุกครั้ง มีที่ว่างให้พัก สำหรับการแพ้เสมอ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เทรดมากๆ dopamine ในสมองจะเสียสมดุล จะเกิดการเสพติดความเสี่ยง จนขาดทุนก้อนใหญ่ได้ง่ายๆ &lt;strong&gt;ดูกราฟแล้วเทรดวันละครั้งพอ(แล้วก็ไม่ดูอีกในวันนั้น ดูอีกทีวันต่อไปเลย)&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อ่านเพิ่มที่&lt;/strong&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/ตกผลึกการเทรด"&gt;&lt;strong&gt;ตกผลึกการเทรด&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ทำไมเราดู อ่านหนังสือได้ไม่เยอะเลยในแต่ละวัน?&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หากเราทำงานปกติ ก็วันละ 8 ชม แต่ทุกวันเราต้องเดินทางไปอ่านหนังสือที่หอสมุดมหาลัย ก็กินเวลาชีวิตไป 2 ชม แต่เวลาที่เหลือ รู้สึกว่ามันอ่านได้ไม่เยอะเลย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สิ่งที่เป็นไปได้
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ปัญหากล้ามเนื้อตา - รู้สึกว่าดีขึ้นบ้าง หลังทำ Vision therapy(Brock string) แต่พอปรับแว่นนิดๆหน่อยๆ ก็มักจะยังมีอาการอยู่(ยังไม่ stable)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;สมาธิสั้น - เดี๋ยวนี้ดีขึ้น หลังจากออกกำลังกาย และ อดอาหาร เพื่อฟื้นฟูสมอง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Light flickering - แสบตาเวลาอ่านหนังสือในหอสมุดที่ใช้หลอดไฟ Fluorescent แบบเก่า ที่ไม่มีคุณภาพ จะมีแสงกระพริบ(เห็นได้จากกล้อง smartphone ปรับไปที่โหมด pro แล้วปรับ shutter speed ให้เร็วกว่าปกติ)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ผิดพลาด&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถูก Distraction จากเป้าหมาย โดยคนรอบข้าง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ความรัก&lt;/strong&gt; - มีคนพยายามทำตัวเป็นพ่อสื่อ/แม่สื่อ ชักชวนให้รู้จักเพศตรงข้าม ทั้งๆที่ตัวเราเองพยายามปฏิเสธ หลีกเลี่ยงมาตลอด เพราะ เรายังมีความฝันที่ยังต้องการทำให้เสร็จ เรื่องความรัก &lt;strong&gt;มันเป็นเรื่องที่ Distract(เบี่ยงเบน) เราจากเป้าหมายได้มาก&lt;/strong&gt; แทนที่เราจะเอาความคิด ไปสร้างสรรค์ แก้ปัญหาชีวิต เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ฝันไว้ กลับถูกทำให้เพ้อฝัน ถึงสิ่งไร้ความหมาย (ตราบใดที่ชีวิต ไม่มีชีวิตที่มั่นคง ความรัก ก็ไร้ความหมาย)
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;จริงๆ ความรักก็มีได้ ถ้าสามารถช่วยเหลือ ประคับประคองกันไป&lt;/strong&gt;(ช่วยเหลือกันได้ ยามลำบาก)&lt;strong&gt; แต่ถ้าเป็นเพียงความเพ้อฝันของเราคนเดียว&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;อันนี้เราจะมีแต่เสียกับเสีย&lt;/strong&gt;(เสียอนาคตเราเอง ความรักก็ล้มเหลวอีก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การทำตัวเป็นพ่อสื่อ/แม่สื่อ ไม่ใช่การกระทำที่ดี เท่าไหร่ เพราะ มันทำให้คนหลงในการเวียนว่ายตายเกิด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เงิน&lt;/strong&gt; - ผู้ใหญ่(คนแก่)ที่บ้าน บอกว่า ถ้าอยากเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้ ให้จ่ายเงินมา 20 ล้านบาท
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ทำให้เราพยายามลงทุนแบบ Aggressive มากเกินไป เพื่อว่าจะมีโอกาสได้เงินมากๆอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็หมดตัว ซึ่งมันผิดหลักอย่างยิ่ง การลงทุนคือการบริหารความเสี่ยงและรอเวลา อย่างใจเย็น ยิ่งนานยิ่งดี&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;วิธีแก้ไข คือ &lt;strong&gt;ปลีกตัว ซ่อนตัว ระวัง หลีกเลี่ยง จากการ distraction เหล่านี้&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;การทบทวนอดีตหลักๆ น่าจะประมาณนี้ ต่อมาคือ &lt;strong&gt;ปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เงินเหลือใช้อีกเพียง4 เดือน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;มีเวลาเตรียมตัวหางานใหม่อยู่ ซึ่งต้องเลือกระหว่าง &lt;strong&gt;กลับไปทำงานเก่า(ที่ต้องอ่านทบทวน ใช้ความรู้มากพอควร) หรือ หางานง่ายๆทำไป&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;คิดว่าน่าจะกลับไป&lt;strong&gt;ทำงานเก่าเลี้ยงชีพ โดยใช้เวลาที่เหลือ 3 เดือน ทบทวนตำราให้จบ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แต่อีกด้าน คือ ยังหวังว่า&lt;strong&gt;การเทรด จะกลับมาดีขึ้น หากกลับมาควบคุมความเสี่ยง&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่มันเสี่ยงมาก ที่จะทำกำไรไม่ทันกับค่าใช้จ่าย และที่บ้านไม่สนับสนุนแน่นอน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รวมถึง&lt;strong&gt;สามารถทำเป็นส่วนเสริม ร่วมกับอาชีพเก่าได้ &lt;/strong&gt;แม้เวลาดูกราฟจะลดลงก็เถอะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือทำงานค่าแรงถูกๆ ร่วมกับการเทรด
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่คุ้มเท่าไหร่ เพราะ เสียเวลาเท่ากัน เงินได้น้อยกว่าอาชีพเก่า &lt;strong&gt;แถมไม่ได้อ่านหนังสือเหมือนกัน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จิตใจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ว้าวุ่นแปลกๆ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ต้องพยายามปลอบใจว่า &lt;strong&gt;ยังทัน ที่จะอ่านหนังสือ เตรียมตัวกลับไปทำงานเก่า เราเก่งอยู่แล้วแหละ ขนาดอ่าน Textbook ได้ เดี๋ยวก็คล่องแล้ว เพียงแค่ช่วงที่ผ่านมามีปัญหากล้ามเนื้อตา และสมาธิสั้นก็เท่านั้น&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;คิดไม่ดีกับบุพการี
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ด้วยความที่เขา Toxic คอยใช้คำพูดยั่วโมโห ปั่นหัว ทำให้เราจิตตกหลายครั้ง จนสภาพจิตใจไม่ค่อยดีนัก เลยอยากปล่อยลืม
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ควร มันจะเป็นบาปกับตัวเราเอง(ถูกเขากระทำแล้ว ยังทำบาปเพิ่มให้ตัวเองอีก)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ถ้าเขากลับมาพูดดีกับเรา ยอมรับความช่วยเหลือเรา ค่อยกลับไปช่วยเหลือเขา &lt;/strong&gt;ช่วงนี้ถ้าเขาพูดไม่ดีกับเรา เราต้อง&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=gqwjBEf3znc"&gt;ทำตัว weak&lt;/a&gt; เข้าไว้ อย่าตอบโต้ใดๆ อย่าไปร้อนใจตามที่เขาพยายามเร่งเร้าเรา&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รู้สึกเหมือนมีคนรอบข้างเกลียดเยอะ จากการที่ในช่วงเทรด เราหงุดหงิด จนสุดท้ายคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และโมโหใส่คนรอบข้าง
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เทรดแบบ ไม่ต้องใส่ใจ&lt;/strong&gt; ได้ก็ดี ไม่ได้และขาดทุนถึง 1% ก็หยุดเทรดในวันนั้น ไม่ต้องจริงจังกับกราฟราคาในตลาด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ลดความจริงจังในการเทรดลง&lt;strong&gt; จริงจังกับการอ่านหนังสือเตรียมกลับไปทำงาน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;คนเกลียดเรา จะกลับมาดีกันได้ไหม ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง เรากำหนดไม่ได้ &lt;strong&gt;เราสำนึกในความผิด หยุดเบียดเบียน และ อย่าให้ใครมาเบียดเบียนเราได้ก็พอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เรากำลังจะไป&lt;strong&gt;ทำงานเพื่อเงิน&lt;/strong&gt; ทั้งๆที่งานที่เราทำ ถูกมองว่าเป็นงานเพื่อสังคม
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แต่เราก็ทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผลมันออกมาดีที่สุดนะ เราคิดว่าเราใส่ใจมากกับผลกระทบของงานมากอยู่นะ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อ่านพระไตรปิฎก&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;แสวงหาความสงบในใจ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ศึกษาด้านคอม + เทรด&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ถ้าให้เลือกระหว่าง&lt;strong&gt; รวยจากการเทรด กับ พอมีเงินใช้แต่ได้สร้างนวัตกรรมด้านคอมพิวเตอร์ จะเลือกอะไร?&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เลือกสร้างนวัตกรรมด้านคอมฯ กับกลุ่มทีมสักทีม ทำประโยชน์ให้กับโลกต่อไปเรื่อยๆ จนหมดแรง&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เงินมีมากถึงจุดหนึ่ง มันก็ไม่รู้จะมีความหมายอะไรแล้ว&lt;/strong&gt; เป็นเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้น &lt;strong&gt;ความสะดวกสบายในชีวิตถึงจุดหนึ่ง ก็มีขีดจำกัด ต้องกิน ขับถ่าย แก่ ตาย อยู่ดี&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7" hreflang="en"&gt;ล้มเหลว&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95" hreflang="en"&gt;แผนการณ์ชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=256&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="QhpcNRzM_rnlFV_ly36F8Dk2bFXUz7VLEV5aOK8BhFI"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Thu, 21 Nov 2024 07:08:37 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">256 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เรียนรู้เกี่ยวกับสารเคมีในสมอง การเสพติด Social media, การพัฒนาตนเอง</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94-social-media-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;เรียนรู้เกี่ยวกับสารเคมีในสมอง การเสพติด Social media, การพัฒนาตนเอง&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-11-20T14:28:37+07:00" title="Wednesday, November 20, 2024 - 14:28" class="datetime"&gt;Wed, 11/20/2024 - 14:28&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;* บทความนี้เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลโดยผู้เขียนเอง เพื่อเก็บไว้อ่านเป็นคลังความรู้ส่วนตัว ไม่สามารถนำไปอ้างอิงความถูกต้องใดๆได้ การนำไปใช้ประโยชน์ ควรตรวจสอบหาข้อมูลด้วยตนเองเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สาเหตุที่ใครหลายๆคน รวมถึงตัวผู้เขียน &lt;strong&gt;ประสบปัญหาด้านสุขภาพจิต&lt;/strong&gt; ทั้งการติด Social media, ภาวะวิตกกังวล, ซึมเศร้า, สมาธิสั้น ฯลฯ เกิดจากการที่มนุษย์เรา มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย นำมาสู่ชีวิตรูปแบบใหม่ แต่มักจะขาดความเข้าใจ &lt;strong&gt;ผลของเทคโนโลยีต่อสมอง และการปฏิบัติต่อมันอย่างถูกต้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทคโนโลยีใหม่ๆ รูปแบบทางสังคมใหม่ๆ อาจส่งผลต่อสุขภาพสมองของเราอย่างคาดไม่ถึง&lt;/strong&gt; ไม่ต่างจากนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมอาหารหลายๆอย่างที่ ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย โดยที่เราไม่รู้ &lt;strong&gt;เพราะ ขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง &lt;/strong&gt;เช่น Fast food, processed food(อาหารแปรรูป), แป้งขัดสี, น้ำตาลทราย, หรือกระทั้ง&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=Kb-VNW_WaVU"&gt;น้ำมันพืช&lt;/a&gt;(ที่สกัดจากเมล็ด) เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แปะไว้ก่อน เดี๋ยวมาเขียนเพิ่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลของ social media ต่อสมอง, Trauma ในจิตใจ และ วิธีแก้ไข&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=P1ALkQMfkjc"&gt;https://www.youtube.com/watch?v=P1ALkQMfkjc&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สารสื่อประสาทที่สำคัญ 4 อย่าง และวิธีการดูแลตนเอง เพื่อให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/playlist?list=PL7BImOT2srcH-SkbtPMLQtdQoGwjxPoQU"&gt;https://www.youtube.com/playlist?list=PL7BImOT2srcH-SkbtPMLQtdQoGwjxPoQU&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=6KGYCU_INVI"&gt;The Secret to Being Happy Alone&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=gqwjBEf3znc"&gt;Boundaries Don't Work - Here's Why&lt;/a&gt; (การรับมือกับคนที่ toxic เช่น พ่อแม่, เพื่อนร่วมงาน, คู่ครอง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Good for brain health -&amp;gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;HIIT exercising&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Fasting(more than 24hr)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Meditating&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87" hreflang="en"&gt;พัฒนาตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E" hreflang="en"&gt;สุขภาพ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=255&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="3B4Kr7MuPqs2hifGJKXtPqqr6ANlGX-JUH8O9Z5TWO0"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Wed, 20 Nov 2024 07:28:37 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">255 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
