<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="http://note.diarybe.com/index.php/">
  <channel>
    <title>สมาธิ</title>
    <link>http://note.diarybe.com/index.php/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>Dopamine สารสื่อประสาทสำหรับพัฒนาชีวิต และการค้นหาตัวเอง ที่ถูกขโมยโดย Social media, Entertainment</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/dopamine-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-social-media</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;Dopamine สารสื่อประสาทสำหรับพัฒนาชีวิต และการค้นหาตัวเอง ที่ถูกขโมยโดย Social media, Entertainment&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2024-11-23T11:00:27+07:00" title="Saturday, November 23, 2024 - 11:00" class="datetime"&gt;Sat, 11/23/2024 - 11:00&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;*** เป็นเพียงการรวบรวมข้อมูล จากความสนใจโดยผู้เขียนเอง ไม่ได้สรุปจากงานวิจัยโดยตรง อาจมีข้อผิดพลาดได้ &lt;strong&gt;ผู้อ่านควรตรวจสอบความถูกต้องเพิ่มเติมด้วยตนเอง&lt;/strong&gt; อีกทั้งไม่สามารถนำไปใช้ในการอ้างอิงใดๆได้ครับ ***&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งที่มา &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=l6BoSORXCUg"&gt;Ali abdaal(คลิปสรุป)&lt;/a&gt; - &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=ge302sHMFTw"&gt;คลิปยาว&lt;/a&gt;, &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=P1ALkQMfkjc"&gt;Dr. Kanojia(1)&lt;/a&gt; &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=6CWq8wyS90o"&gt;Dr.Kanojia(2)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องมีอยู่ว่า &lt;strong&gt;Dopamine เป็นสารสื่อประสาท ที่สำคัญ โดยเป็นแรงกระตุ้น(Motivation) ในการขับเคลื่อน ให้เรามีการทำสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน แก้ปัญหาชีวิต &amp;nbsp;การตื่นเต้นกับการทำสิ่งที่ชอบ รวมถึงการค้นหาตัวเอง และ การพัฒนาตนเอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตั้งแต่เราตื่นนอน &lt;strong&gt;สมองเราจะมีปริมาณ Dopamine เก็บสะสมไว้ในปริมาณจำกัด(limitedly reserved) จำนวนหนึ่งในเซลล์ประสาท&lt;/strong&gt;(น้อยเป็นพิเศษสำหรับคนที่เป็นสมาธิสั้น)&lt;strong&gt; และจะค่อยๆหมดไป จากการถูกนำไปใช้ ด้วยการ "แลก" กับการเป็นแรงกระตุ้น สำหรับการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน(หลั่งออกจากเซลล์ประสาทสู่สมอง)&lt;/strong&gt; โดยในอดีต คือ การออกหาอาหาร การเอาตัวรอดในธรรมชาติ แต่ในปัจจุบัน จะเป็น&lt;strong&gt;แรงกระตุ้นในการทำงาน การค้นหาสิ่งที่ชอบ การเผชิญชีวิต การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึงการพัฒนาตนเอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งใน &lt;strong&gt;การทำแต่ละกิจกรรม &lt;/strong&gt;Dopamine จะถูกใช้หมดไปเรื่อยๆ &lt;strong&gt;เปรียบเหมือนเงินที่เราเอาไปจ่าย แลกกับการทำกิจกรรมต่างๆในช่วงวัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปัญหาในยุคปัจจุบัน คือ เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง ทำให้เราสามารถเข้าถึงสิ่งบันเทิง ที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น เพลิดเพลิน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ได้อย่างง่ายๆ และไม่จำกัด&lt;/strong&gt; โดยไม่ต้องออกแรง หรือใช้ความพยายามใดๆ ซึ่งความตื่นเต้นและเพลิดเพลิน ที่เข้าถึงได้อย่างง่ายๆ&lt;strong&gt; ทำให้ Dopamine ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งเหล่านี้ได้แก่ &lt;strong&gt;Social media(Facebook, Tiktok), สิ่งบันเทิง(Youtube, Netflix), สื่อลามก, เกมส์, Shopping online หรือ แม้แต่อาหาร Fast food&lt;/strong&gt;(ที่ให้พลังงานสูง จากน้ำตาลและไขมันในปริมาณมาก แต่ไม่มีประโยชน์ด้าน Micro-nutrient)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งปัญหาคือ เมื่อเราเสพความบันเทิงอย่างไม่จำกัด จน Dopamine หมด &lt;strong&gt;เราก็จะรู้สึกหมดแรงกระตุ้น(motivation)ที่จะทำสิ่งต่างๆ เกิดการผัดวันประกันพรุ่ง&lt;/strong&gt;(procrastination) ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ &lt;strong&gt;ไม่อยากปรับปรุงพัฒนาชีวิตตนเอง&lt;/strong&gt; ไม่อยากแก้ไขปัญหาชีวิต หรือ ทำชีวิตให้ดีขึ้น อยากอยู่เฉยๆไปวันๆ &lt;strong&gt;ไม่ได้มีรู้สึกมีแรงกระตุ้น ที่จะทำสิ่งที่สมควรทำ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาสำคัญของการถูกขโมย Dopamine คือ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;การค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบไม่เจอ&lt;/strong&gt; เพราะ &lt;strong&gt;"ความตื่นเต้น" &lt;/strong&gt;จากการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ จะหายไป เพราะ เมื่อไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น &lt;strong&gt;เราจะไม่รู้ว่าตัวเราเองชอบอะไร ควรมุ่งไปในทิศทางไหน &lt;/strong&gt;เปรียบเหมือนเราถูกขโมยความฝัน เหลือเพียงชีวิตที่ ทำงานเสร็จ กลับบ้าน นอนไถ Social media, ดู Netflix เพื่อฆ่าเวลาไปอย่างไร้ความหมาย หมดแรงทำตามความฝัน เพราะ Dopamine หมดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ &lt;strong&gt;การที่เราถูกขโมย Dopamine ด้วยการไถ(Scrolling) social media ยังส่งผลถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย&lt;/strong&gt; เพราะ แทนที่ Dopamine จะถูกใช้เพื่อการมีปฏิสัมพันธ์ กับคนที่อยู่ตรงหน้า เช่น กับคนรักหรือ สมาชิกในครอบครัว บนโต๊ะอาหาร กลับถูกใช้หมดไปกับการไถหน้าจอ Social media และไม่เหลือสำหรับการสร้างความผูกพันธ์ต่อกัน &lt;strong&gt;กลายเป็นอยู่บ้านเดียวกัน แต่อาจแทบไม่ได้ผูกพันกันเลย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีการแก้ไขคือ &lt;strong&gt;งดเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง รวมถึง Social media โดยเด็ดขาด อย่างมากที่สุดคือเก็บไปไว้ตอนเย็น หรือ หลังเลิกงานแล้ว เพื่อให้ยังคงมี Dopamine สำหรับนำไปใช้ทำสิ่งที่สำคัญในชีวิตอย่างเต็มที่ &lt;/strong&gt;อาจใช้App สำหรับจำกัดการใช้งาน จนกว่าจะถึงตอนเย็น หรือ หลังเลิกงาน, เรียน จึงจะสามารถเล่นได้ &lt;strong&gt;หรือ ถ้าอยากพัฒนาชีวิตอย่างจริงจัง ให้งดไปยาวๆเลยก็ได้ อยู่กับความรู้สึกเบื่อ แต่ productive(พัฒนาขึ้น) ดีกว่า สนุกสนาน แต่ชีวิตไม่ไปไหน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่โดยส่วนตัว&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/quit-social-media-read-books-build-yourself-not-just-be-follower"&gt;เลิกใช้ Facebok ไปเลย&lt;/a&gt; เพราะ รู้สึกว่าประโยชน์ด้านความรู้ มันน้อยกว่าโทษที่ได้รับในเรื่องสุขภาพจิต แต่ยังใช้ youtube อยู่ เพราะได้ประโยชน์เยอะมาก(มีรายการที่มีสาระเยอะมาก) แต่ก็จะใช้เฉพาะตอนเย็น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โดยส่วนตัว ถ้าวันไหน งดสิ่งบันเทิงในตอนเช้า และเก็บไว้ตอนเย็น เช่น การ์ตูน ผลคือ ทั้งวันจะมีสมาธิอ่านหนังสือ ตกเย็น ก็ไม่ได้ดูด้วยความรู้สึกเสพติด หรือ ไม่ได้รู้สึกอยากมากเท่าไหร่(จะดูหรือไม่ดูก็ไม่เป็นไร) &lt;strong&gt;กลับกัน&lt;/strong&gt; ถ้าดูการ์ตูนตอนเช้า ตอนทำงานระหว่างวัน ก็จะไม่มีสมาธิมากนัก จะมีรู้สึกอยากเสพสิ่งบันเทิงตลอดวัน และรู้สึกเสพติดมากขึ้นๆในตอนเย็น&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่า Dopamine จะลดลงได้อย่างเดียว แต่&lt;strong&gt;กิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ก็จะสามารถช่วยเพิ่ม Dopamine ระหว่างวันได้ด้วย&lt;/strong&gt; ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;การเคลื่อนไหว(physical movement) &lt;/strong&gt;- ยิ่งเรา&lt;strong&gt;ขยับตัวมากเท่าไหร่ Dopamine ก็จะถูกผลิตขึ้นในสมองมากขึ้นเท่านั้น&lt;/strong&gt; เช่น การออกกำลังกาย หรือ เดิน หลังตื่นนอน, การทำงานบ้าน, ทำอาหาร, เดินขยับตัวในช่วงพักการทำงาน เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ความรู้สึกเบื่อ, ว่างๆ(Boring is good)&lt;/strong&gt; - ในช่วง&lt;strong&gt;เวลาที่เรารู้สึกเบื่อ สมองเราจะมีการเริ่มผลิตและสะสม Dopamine เพิ่มเติม&lt;/strong&gt; เช่น การนั่งว่างๆ เบื่อๆ ไม่ได้ทำอะไร, การอ่านนิยายหรือหนังสือที่ชอบ แทนที่จะนั่งไถ Social media ในเวลาว่าง เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ภาวะ Flow state(สมาธิ) - เกิดเมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 'อะไรก็ได้' นานกว่า 15 นาที&lt;/strong&gt;(เช่น อ่านหนังสือ, เรียน, ทำงานบ้าน, ทำงาน, งานอดิเรกที่ชอบ ฯลฯ)&lt;strong&gt; สมองจะผลิต Dopamine เพิ่มขึ้นอย่างมาก และเกิดภาวะไหลลื่นของความคิดขึ้น&lt;/strong&gt; แต่ในช่วงก่อน15นาที จะรู้สึกไม่ราบรื่น ความคิดติดขัด หรือรู้สึกฝืนใจ และขี้เกียจมากๆได้ เพราะ Dopamine ยังน้อยอยู่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อาบน้ำเย็นจัด อย่างน้อย 30 วินาที&lt;/strong&gt; - ดัดแปลงมาจาก &lt;strong&gt;ice bath/cold water immersion&lt;/strong&gt;(แช่ตัวในน้ำเย็นจัด 5 นาที) &lt;strong&gt;สามารถเพิ่ม Dopamine ได้ 2.5 เท่า โดยคงอยู่ได้ตลอด 2 ชม. โดยไม่ลดลง&lt;/strong&gt; เกิดจากหลักการเรียกว่า &lt;strong&gt;สมดุลความรู้สึกลำบาก/ความรู้สึกสบาย(pain/pleasure balancing) &lt;/strong&gt;ที่หากเราทำสิ่งที่เราสบายก่อน เช่น การกินอาหารFast food, เสพสิ่งบันเทิง เราก็จะไม่เหลือสติสำหรับทำงาน แต่หากเราทำสิ่งที่ลำบากก่อน เช่น ออกกำลังกาย เราก็จะมีความสุข กระฉับกระเฉง และ มีสมาธิทำงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อยู่กับธรรมชาติ อย่างน้อยวันละ 60 นาที (โดยที่ไม่ใส่หูฟัง)&lt;/strong&gt; - ความสงบในธรรมชาติสามารถช่วยเยียวยาจิตใจ และ เพิ่ม Dopamine ได้ โดยต้องไม่พกอุปกรณ์สื่อสารไปด้วยนะ รวมถึงเวลาที่เรามีปัญหาชีวิต &lt;strong&gt;ความสงบจากธรรมชาติ จะทำให้เราหาคำตอบของปัญหาได้ง่ายขึ้น คงไม่ต้องพูดถึงว่า ถ้าอยู่กับธรรมชาติทุกวันจะดีแค่ไหน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;มีสิ่งที่เป็นเป้าหมายของชีวิต(persuit)&lt;/strong&gt; - ที่เรายอมเสียสละตนเอง เพื่อสิ่งๆนี้ได้ หากยังหาไม่เจอ ให้ลอง &lt;strong&gt;งด Social media อย่างเด็ดขาด และอยู่กับธรรมชาติทุกวัน&lt;/strong&gt; ไปเรื่อยๆ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งจากความรู้เหล่านี้ เราสามารถนำมาจัดตารางชีวิตที่ดีที่สุดได้ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ทำกิจกรรมที่ช่วยเพิ่ม Dopamine ในตอนเช้า เช่น ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ(ท่ามกลางธรรมชาติ) โดยส่วนตัวแนะนำ วิ่งแบบHIIT 5-10นาที วันเว้นวัน, อาบน้ำเย็น, นั่งสมาธิ, ทำงาน(หรืองานอดิเรก)ที่ชอบ(ที่ไม่ใช่สิ่งบันเทิง) - เพื่อให้เข้า Flow state และ เพิ่มการสะสม dopamine ไปใช้ต่อในระหว่างวัน*&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ในระหว่างวัน ก็งดสิ่งบันเทิง จนกว่าจะเลิกงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หลังเลิกงาน จะทำสิ่งบันเทิง ก็ได้ หรือ จะงดต่อไป เพื่อเอา Dopamine ไปทำงานอดิเรกอื่นๆที่ชอบอีก&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;* สังเกตว่า มีการ&lt;strong&gt;ทำงานอดิเรกที่ชอบในตอนเช้า ก่อนการทำงานปกติ&lt;/strong&gt;ด้วย เพื่อบูส(Boost) Dopamine สำรอง(reserve) ให้มากที่สุด เพราะ หากทำงานปกติ(ที่อาจไม่ชอบ) โดยที่ Dopamine น้อย หลังเลิกงานอาจจะเหนื่อยมากๆได้ และไม่เหลือแรงโฟกัสกับสิ่งที่ชอบอีก = ทำสิ่งที่ชอบ ก่อน ทำสิ่งที่ไม่ชอบ เพื่อให้มีแรงใจสำหรับชีวิต(มี dopamine เพิ่ม)&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;โดยส่วนตัวได้&lt;strong&gt;ลด/งดการใช้เทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงไปประมาณ 1 เดือน ผลคือ เริ่มกลับมาโฟกัสในภาระงานต่างๆในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นมาก&lt;/strong&gt; เช่น อ่านตำราเรียน, อ่านข่าวต่างประเทศ ฯลฯ &lt;strong&gt;สามารถที่จะมีสมาธิทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆได้ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ทุกคนเจอสิ่งที่ชอบ และมีโอกาสได้ทำตามความฝัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/dopamine-especially-adhd"&gt;English version&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E" hreflang="en"&gt;สุขภาพ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/adhd%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99" hreflang="en"&gt;ADHD(สมาธิสั้น)&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=258&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="UwCHY1HcfgBVgIOcQ2iTneahh_jlTS2qWk-VPQ8B_qo"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 23 Nov 2024 04:00:27 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">258 at http://note.diarybe.com</guid>
    <comments>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/dopamine-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-social-media#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>เริ่มฝึกสมาธิ แบบอานาปานสติ ไม่นาน ชีวิตก็ดีขึ้นมาก</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/dailylog/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;เริ่มฝึกสมาธิ แบบอานาปานสติ ไม่นาน ชีวิตก็ดีขึ้นมาก&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-12-17T20:28:12+07:00" title="Sunday, December 17, 2023 - 20:28" class="datetime"&gt;Sun, 12/17/2023 - 20:28&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;โดยส่วนตัวได้เริ่มฝึกสมาธิมาสักพัก คือ &lt;strong&gt;ทำกรรมฐานด้วยการฝึกดูลมหายใจ&lt;/strong&gt; เช่น &lt;strong&gt;เดินจงกรมแล้วดูลมหายใจ&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;นั่งดูลมหายใจบางช่วงขณะทำงาน&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;รู้ลมหายใจระหว่างวัน&lt;/strong&gt; รวม 3 แบบ พบว่า &lt;strong&gt;ทำให้สติและสมาธิดีขึ้นจริง &lt;/strong&gt;ต่างจากวิธีแต่ก่อนที่เน้นการออกกำลังกาย ซึ่งก็ได้ผลดีขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับทั่วไป &lt;strong&gt;ในการฝึกสมาธิ มันทำให้เราสามารถใช้ความคิดได้อย่างมั่นคง เป็นระบบไปตามลำดับ ลึกซึ้ง ไม่ถูกสิ่งแวดล้อมรบกวน &lt;/strong&gt;ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้มีสมาธิดีขึ้นเท่านี้มาก่อน แม้จะออกกำลังกายมานาน ก็ได้เพียงสมาธิผิวเผิน(*แต่การออกกำลังกายบ้าง ก็จะช่วยเรื่องความกระฉับกระเฉง ความแข็งแรง และสมรรถนะทางกายนะ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลักๆคือการ &lt;strong&gt;พยายามรู้ลมหายใจ ให้ได้ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน ทุกขณะที่เป็นไปได้&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ลมหายใจ คือเครื่องอยู่ คือคำบริกรรม ที่จะเป็นเครื่องระลึกให้เราเกิดสติในชีวิตประจำวัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วน&lt;strong&gt;กรรมฐานในรูปแบบ &lt;/strong&gt;ก็มีความสำคัญ คือ การฝึกสมาธิแบบต่อเนื่องในเวลาที่กำหนด แบบที่จะไม่มีสิ่งรบกวนในชีวิตประจำวันมาข้องเกี่ยว &lt;strong&gt;ต้องแบ่งไว้อย่างน้อย 1ชมในแต่ละวัน&lt;/strong&gt; อาจทำโดย การนั่งสมาธิทำอานาปานสติ หรือ เดินจงกรมแล้วดูลมหายใจไปด้วย(โดยส่วนตัวชอบแบบนี้) หรือ กรรมฐานอื่นใดที่จิตของตนเองชอบ (แต่ละคนจะต่างกัน เช่น &amp;nbsp;เจริญเมตตา สวดมนต์ บริกรรมพุทโธ ฯลฯ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยส่วนตัว สมาธิที่ฝึกคือ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เดินจงกรม แล้วดูลมหายใจ หลังตื่นนอน 30 นาที
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ในระหว่างวัน เดินจงกรม ครั้งละ 5 นาที ทุกชั่วโมง ก่อนเริ่มอ่านหนังสือ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;นั่งสมาธิบ้าง ก่อนนอน 15-30 นาที&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลที่จะได้รับ ถ้าฝึกอย่างถูกต้อง&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เหมาะสม&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;สติ&lt;/strong&gt; รู้ตัวได้ดีขึ้น อยู่กับตนเองได้ดีขึ้น รู้ทันความคิด เริ่มกลับมารู้ทันกิเลสและจิตใจตนเองได้มากขึ้น และ &lt;strong&gt;สมาธิ&lt;/strong&gt;ดีขึ้น คิดได้มั่นคง ไม่ถูกสิ่งแวดล้อมรบกวนง่ายแบบเมื่อก่อน คิดเป็นระบบ เป็นลำดับ และคิดได้อย่างมีพลัง และ ไม่เหนื่อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถ้าให้เทียบผลของการฝึกสมาธิ กับ การออกกำลังกายด้วยการวิ่ง&lt;/strong&gt; โดยส่วนตัวขอให้คะแนนความเปลี่ยนแปลงของสมาธิที่ดีขึ้น อยู่ที่ 100 คะแนน สำหรับการฝึกสมาธิ กับ 0.1 คะแนนสำหรับการออกกำลังกาย คือ &lt;strong&gt;ผลมันต่างกันเยอะมากๆๆ การฝึกสมาธิมันดีจริงๆนะ การออกกำลังกายเหมือนเป็นการเพิ่มความกระฉับกระเฉง ทั้งทางกาย และช่วยให้สมองคิดอะไรได้ไวขึ้นมากกว่า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยส่วนตัวลอง&lt;strong&gt;ฝึกสมาธิมากว่า 10 ปี เพิ่งจะเริ่มทำได้ง่ายขึ้นในช่วงนี้&lt;/strong&gt; โดยพยายามฝึกตั้งแต่ยังเรียนมัธยม ฝึกบ้างไม่ฝึกบ้าง ทำหยุดๆ ไม่จริงจังมาเรื่อยๆ จนเริ่มเรียนรู้มากขึ้นๆ และเริ่มได้รับประโยชน์ในการทำให้ชีวิตดีขึ้นบ้าง ก็ถือว่าคุ้มแฮะ (แต่ตอนนี้ก็ยังต้องเรียนรู้ต่อไปนะ เพราะ อาจจะเพียงแค่ผิดน้อยลง แล้วชีวิตดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ถูกทั้งหมดอยู่ดี)&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      
  &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-field-notes field--type-text-long field--label-above"&gt;
    &lt;div class="field__label"&gt;Notes&lt;/div&gt;
              &lt;div class="field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;** บทความนี้อยู่ใน &lt;strong&gt;หมวดหมู่ บันทึกประจำวัน&lt;/strong&gt; ซึ่งมักจะเป็นเนื้อหาที่ &lt;strong&gt;ยังอยู่ในระหว่างการทดลองส่วนตัว ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป &lt;/strong&gt;ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ จึง&lt;strong&gt;ขอแนะนำให้ผู้อ่านติดตาม จากเนื้อหาที่มีความเป็นปัจจุบันที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการคลิกที่ ลิงค์ &lt;/em&gt;&lt;code&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;"Tags"&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;/code&gt;&lt;em&gt; &lt;strong&gt;ที่เกี่ยวข้องด้านล่าง เพื่ออ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ที่มีการอัพเดตล่าสุด&lt;/strong&gt; ได้เลยครับ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
          &lt;/div&gt;
&lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=126&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="4ylNTG4-crB8JYhHGMyRZw8dvF6IdXa505gXQheXmU0"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sun, 17 Dec 2023 13:28:12 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">126 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เปลี่ยนสายจากออกกำลังกาย มาเป็นฝึกสมาธิ</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/dailylog/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;เปลี่ยนสายจากออกกำลังกาย มาเป็นฝึกสมาธิ&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-12-09T17:21:52+07:00" title="Saturday, December 9, 2023 - 17:21" class="datetime"&gt;Sat, 12/09/2023 - 17:21&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เราจะกลับไปลองเปลี่ยนเป็นสาย &lt;strong&gt;ฝึกสมาธิ &lt;/strong&gt;ดีไหมนะ อาจจะวิ่งออกกำลังกายน้อยลง และ &lt;strong&gt;เปลี่ยนมาเดินวันละ 1 ชม. แทน&lt;/strong&gt; กินวันละมื้อ IF 23/1 และ &lt;strong&gt;เน้นฝึกรู้ลมหายใจในชีวิตประจำวัน ด้วยการพยายามฝึกรู้ลมหายใจให้ได้ตลอดเวลา&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เหมือนพอลองฝึกรู้ลมหายใจให้ได้ตลอดเวลาแล้ว ก็อ่านหนังสือ หรือ โฟกัสได้มากขึ้นเยอะเลยนะ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;วิธีการคือ ฝึกรู้ลมหายใจไปด้วยกับทุกกิจกรรม หรือ รู้ทุกขณะเท่าที่นึกได้ ไม่ว่าจะ ยืน, เดิน, นั่ง, นอน, กิน, ดื่ม, ทำ, พูด, คิด ฯลฯ รู้แบบปกติอย่างที่มันเป็น&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;จริงๆ &lt;strong&gt;อาจไม่ได้ทำได้ทันทีหรอกนะ&lt;/strong&gt; บางคนอาจต้องฝึกกันนาน ทั้งการนั่งสมาธิในรูปแบบปกติ และ การพยายามรู้ลมหายใจในชีวิตประจำวัน &lt;strong&gt;โดยส่วนตัวก็ฝึกบ้างเลิกบ้าง มาหลายปี ซึ่งมันก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ หากเทียบกับวันแรกๆ&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;การรู้ลมหายใจในชีวิตประจำวัน คือ &lt;strong&gt;การกลับมารับรู้ ความรู้สึกของร่างกายที่กำลังหายใจเข้า-ออก โดยรู้อย่างที่มันเป็น ไม่ต้องบังคับลมหายใจให้เข้า-ออก หรือ ใช้ความพยายามอะไรเลยนะ แค่รู้เฉยๆ&lt;/strong&gt; ถ้าทำถูก จะไม่อึดอัด แม้อาจจะไม่ได้สงบในทันที รวมถึงอาจจะรู้สึกเฉยๆ แต่ก็อาจจะรู้สึก เย็นๆ สบายๆนิดๆ ร่วมด้วย แต่ไม่เย็นแบบเซื่องซึม ไม่เอ๋อ ยังคงดำเนินชีวิตทำกิจกรรมได้ปกติ &lt;strong&gt;แต่ถ้าเผลอไปบังคับ จะเกิดความอึดอัด เร่าร้อนในใจ ไม่สงบ&lt;/strong&gt;แทน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ผลลัพธ์หลัก&lt;/strong&gt; ที่เราต้องการ คือ &lt;strong&gt;สติ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ที่จะทำให้เรารู้สึกตัวได้ดีขึ้น&lt;/strong&gt; ในระหว่างวัน &lt;strong&gt;เพื่อเห็นความจริงของร่างกายและ ความคิด ความรู้สึกของจิตใจ(ขันธ์ 5) ว่ามันเป็นไปตามกฏไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง ทนอยู่ได้ไม่นาน ไม่อยู่ในอำนาจควบคุมของเรา&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ผลลัพธ์รอง&lt;/strong&gt; คือ &lt;strong&gt;สามารถโฟกัสกับสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น&lt;/strong&gt; ทำให้สมองสามารถโฟกัสได้ต่อเนื่อง โดยไม่ล้าได้ง่าย(ประโยชน์ในเรื่องพลังสมองที่มากขึ้น เพื่อให้ทำงาน/เรียนได้ดีขึ้น) คิดอะไรก็คิดได้อย่างมีพลัง ไม่หลงไม่ลืม นอกจากนี้ก็ยัง&lt;strong&gt;เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ เทียบเท่ากับการวิ่งออกกำลังกายเลยนะ&lt;/strong&gt; อีกทั้งโดยส่วนตัวคิดว่า ดีกว่าตรงที่สามารถฝึกสติสมาธิอยู่กับลมหายใจ ได้ตลอดเวลาด้วย ไม่มีข้อจำกัดด้านร่างกายที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้ตลอด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      
  &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-field-notes field--type-text-long field--label-above"&gt;
    &lt;div class="field__label"&gt;Notes&lt;/div&gt;
              &lt;div class="field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;em&gt;** บทความนี้อยู่ใน &lt;strong&gt;หมวดหมู่ บันทึกประจำวัน&lt;/strong&gt; ซึ่งมักจะเป็นเนื้อหาที่ &lt;strong&gt;ยังอยู่ในระหว่างการทดลองส่วนตัว ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป &lt;/strong&gt;ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ จึง&lt;strong&gt;ขอแนะนำให้ผู้อ่านติดตาม จากเนื้อหาที่มีความเป็นปัจจุบันที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการคลิกที่ ลิงค์ &lt;/em&gt;&lt;code&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;"Tags"&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;/code&gt;&lt;em&gt; &lt;strong&gt;ที่เกี่ยวข้องด้านล่าง เพื่ออ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ที่มีการอัพเดตล่าสุด&lt;/strong&gt; ได้เลยครับ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
          &lt;/div&gt;
&lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=119&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="z505ItI_f-PlO4_pSUGNRTWiLEq1ljJKu10mImQu5ws"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 09 Dec 2023 10:21:52 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">119 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>วิธีการรักษาสมาธิสั้น แบบไม่ใช้ยา</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B2</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;วิธีการรักษาสมาธิสั้น แบบไม่ใช้ยา&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-11-20T19:15:43+07:00" title="Monday, November 20, 2023 - 19:15" class="datetime"&gt;Mon, 11/20/2023 - 19:15&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=cvxULrV5qT4"&gt;https://www.youtube.com/watch?v=cvxULrV5qT4&lt;/a&gt; ตอนที่ 1&lt;br&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=aBKakaQ_SJoิ"&gt;https://www.youtube.com/watch?v=aBKakaQ_SJoิ&lt;/a&gt; ตอนที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันนี้เป็นอาจารย์แพทย์ &lt;strong&gt;Ned Hallowell&lt;/strong&gt; จาก Columbia university ให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยสมาธิสั้น (ADHD) โดยไม่ใช้ยา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยหลักๆคือ มีผลงานวิจัยว่า &lt;strong&gt;หากในแต่ละวัน มีการทำกิจกรรม ที่มีการขยับเคลื่อนไหวร่างกาย(Physical activity) ในแต่ละวันมากๆ จะช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และ เห็นผลภายใน 3-6เดือน &lt;/strong&gt;เช่น&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;อย่างน้อย วิ่งออกกำลังกายสบายๆ ครั้งละ 10 นาที เช้า-เย็น, การทำงานบ้านต่างๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;สาเหตุคือ &lt;strong&gt;สมองส่วนที่อยู่ด้านหลังบริเวณท้ายทอย(cerebellum)&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว&lt;/strong&gt; ในความเป็นจริงแล้ว มีความสำคัญมากกว่าที่เราคิดมาก เป็นส่วนที่มีเซลล์ประสาทมากที่สุดในสมอง โดยมีสัดส่วนกว่า 70% และ &lt;strong&gt;มีการเชื่อมโยงไปยังสมองส่วนหน้า(Prefrontal cortex) ซึ่งเป็นส่วนที่คนที่เป็นสมาธิสั้น จะไม่สามารถควบคุมการทำงานได้ดีนัก&lt;/strong&gt; โดยมีงานวิจัยว่า หากมีการออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 10 นาที เช้า-เย็น จะช่วยให้ภาวะสมาธิสั้น ดีขึ้นภายใน 3-6เดือน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;นอกจากนี้ จะมีวิธีการออกกำลังกาย เพิ่มเติม เพื่อเน้นฝึกสมองส่วน cerebellum โดยตรง โดยจะเรียกว่า Zing's exercise methods ซึ่งมักเกี่ยวกับการฝึกสมดุล เช่น การปิดตาข้างหนึ่งแล้วยืนขาเดียว เป็นต้น &lt;strong&gt;แต่อย่างไรก็ตาม&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เพียงการขยับเคลื่อนไหว การออกกำลังกายปกติ ก็เป็นการกระตุ้นสมองโดยธรรมชาติ และได้ผลดีอยู่แล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้คือ &lt;strong&gt;การหากิจกรรมที่มีความท้าทาย หรืองานอดิเรกที่ชอบทำ ทำทุกๆวัน เพื่อให้ได้ท้าทายสมองอยู่เสมอๆ&lt;/strong&gt; ก็เป็นสิ่งสำคัญมากในการกระตุ้นสมองเช่นกัน เช่น งานฝืมือ เย็บปักถักร้อย, เขียนบันทึกประจำวัน, ทำสวน, ทำอาหาร, ทำงานศิลปะ, ต่อโมเดล, ทำงานช่าง งานไม้ ฯลฯ &lt;strong&gt;โดยคุณหมอเน้นย้ำว่า ต้องทำทุกวัน โดยคิดเสมือนว่าเราเป็นวัว ที่ต้องมีผลผลิตเป็นการรีดนมในทุกวัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ &lt;a href="https://add.org/adhd-and-caffeine/"&gt;&lt;strong&gt;การดื่มกาแฟ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก็ช่วยได้เหมือนกันนะ เพราะ มีฤทธิ์คล้ายยากระตุ้นสมอง แต่ก็ดื่มอย่างเหมาะสมกับ&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99"&gt;น้ำหนักตัว&lt;/a&gt; เพื่อไม่ให้มากเกินไป และเป็นกาแฟดำ ที่ไม่มีมีน้ำตาล(น้ำตาลจะทำให้อาการสมาธิสั้นแย่ลง)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวมไปถึง งดอาหารจาก &lt;a href="https://www.healthline.com/health/adhd/natural-remedies"&gt;&lt;strong&gt;แป้งขัดสี&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; เช่น ข้าวขาว ขนมปังที่ทำจากแป้งขาวขัดสี เป็นต้น รวมทั้งน้ำตาลต่างๆ เพราะ จะทำให้น้ำตาลในเลือดเหวี่ยง และ สมาธิแย่ลงอย่างมากได้ โดยแนะนำอาหารที่ม&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99"&gt;ีกากใยอาหารสูง&lt;/a&gt; เช่น ธัญพืช เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกอย่างหนึ่ง คือ&lt;strong&gt;การงดการเล่นเกมส์ สิ่งบันเทิง&lt;/strong&gt;ที่มากเกินไป รวมถึง &lt;strong&gt;social media&lt;/strong&gt; เพราะ สิ่งเหล่านี้จะ ทำให้มีการหลั่ง &lt;a href="https://www.additudemag.com/dopamine-fasting-digital-detox-adhd/"&gt;dopamine&lt;/a&gt; ในสมองที่มากผิดปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุป &lt;/strong&gt;คือ &lt;strong&gt;ออกกำลังกาย&lt;/strong&gt;ทุกวัน มีการเคลื่อนไหวมากๆ, ม&lt;strong&gt;ีงานอดิเรก&lt;/strong&gt;ที่ท้าทายตัวเองทุกวัน, &lt;strong&gt;ดื่มกาแฟ&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;งดแป้งแปรรูป&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;งดเล่นเกมส์&lt;/strong&gt; - &lt;strong&gt;Social media&lt;/strong&gt; - &lt;strong&gt;สิ่งบันเทิง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม &lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99"&gt;สรุปปัจจัยที่ช่วยให้สมาธิดีขึ้น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แหล่งความรู้เพิ่มเติม ที่เกี่ยวกับ ADHD&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เป็น Ted talk ของ คนที่เป็น ADHD ออกมาเล่าประสบการณ์ &lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=JiwZQNYlGQI"&gt;https://www.youtube.com/watch?v=JiwZQNYlGQI&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://www.additudemag.com/"&gt;https://www.additudemag.com/&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://www.understood.org/"&gt;https://www.understood.org/&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="http://www.add.org/"&gt;http://www.add.org/&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="http://chadd.org/"&gt;http://chadd.org/&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=111&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="Z5ysXCNjIue_kjaXzc8MwvdnWxWhf0lAUfj2OFLR3I4"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 20 Nov 2023 12:15:43 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">111 at http://note.diarybe.com</guid>
    <comments>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B2#comments</comments>
    </item>
<item>
  <title>สรุป ปัจจัยที่ทำให้มีสมาธิดีขึ้น</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;สรุป ปัจจัยที่ทำให้มีสมาธิดีขึ้น&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-10-21T19:15:47+07:00" title="Saturday, October 21, 2023 - 19:15" class="datetime"&gt;Sat, 10/21/2023 - 19:15&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;เนื่องจากช่วงก่อนหน้า ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องสมาธิในการอ่านหนังสือ แล้วก็พยายามหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องมาเรื่อยๆ จนรวบรวมปัจจัยได้ประมาณหนึ่ง ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจัยที่ทำให้มีสมาธิดีขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;อาหาร&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ชนิดของอาหาร&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ไม่ควรกินอาหารที่ทำจาก&lt;strong&gt;แป้งแปรรูป &lt;/strong&gt;ในปริมาณมาก เช่น ขนมต่างๆ ข้าวขาวขัดสี เป็นต้น &lt;strong&gt;หากกินเกิน 250 kcal&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ใน 1 วัน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;อาจจะทำให้เกิดอาการขาดสมาธิ&lt;/strong&gt; จากระดับน้ำตาลในเลือดที่เหวี่ยงขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว (พอกินได้ แต่อย่ากินเยอะ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;อาหารอย่างอื่นไม่ค่อยมีผล แต่ถ้าเป็นกลุ่มแป้ง(คาร์โบไฮเดรต) &lt;strong&gt;ควรกินแป้งไม่แปรรูป(คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน)&lt;/strong&gt; เช่น ธัญพืช ข้าวกล้องไม่ขัดสี เป็นต้น&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ปริมาณการกินอาหาร&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;กินแค่พออิ่ม โดยไม่ควรกินเกิน 600-700 kcal ต่อ 1 มื้อ ไม่ควรกินจนรู้สึกแน่นล้น &lt;/strong&gt;ต่อให้เป็นอาหารสุขภาพก็ตาม เช่น แป้งไม่ผ่านกรรมวิธี ธัญพืช เป็นต้น หากกินมากเกินไป&lt;strong&gt; ระบบย่อยอาหารจะทำงานหนัก เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง ทำให้ไม่สามารถมีสมาธิไปหลายชั่วโมง &lt;/strong&gt;จนกว่าจะย่อยเสร็จ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;โดยส่วนตัว เคยพยายามทำ IF ด้วยการกินเพียงวันละมื้อ โดยการพยายามกินให้ได้พลังงานเทียบเท่ากับปกติ(1,200kcal) &amp;nbsp;เพื่อให้ยังคงมีแรงทำงาน ทำให้ต้องกินปริมาณมากในคราวเดียว(&lt;a href="https://www.michiganmedicine.org/health-lab/4-ways-stop-digestive-discomfort-after-supersized-meal"&gt;overeating&lt;/a&gt;) ผลคือ ไม่มีสมาธิ &lt;strong&gt;เสียเวลาอ่านหนังสือ/ทำงานได้ไม่ดี ไปหลายชั่วโมง&lt;/strong&gt; จนกว่าจะย่อยอาหารเสร็จ จึงจะกลับมาเป็นปกติ
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่พอ&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3if-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD"&gt;&lt;strong&gt;เปลี่ยนมากิน 2 มื้อ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; และ กินแบบปกติ แค่พออิ่ม ไม่มากเกินไป(600kcal) ก&lt;strong&gt;็มีสมาธิตลอดวัน&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ออกกำลังกาย&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ไม่ออกกำลังกายหนัก&lt;/strong&gt; คือ ออกกำลังกายจนเพลีย ม&lt;a href="https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fragi.2023.1161814/full"&gt;ีงานวิจัย&lt;/a&gt;ว่า ถ้าออกกำลังกายหนัก แบบวิ่งมาราธอน วันละ 1 ชม จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ, oxidative stress มากขึ้นแทน ส่งผลให&lt;strong&gt;้แก่เร็วขึ้นด้วย&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โดยส่วนตัว &lt;strong&gt;ออกกำลังกายไม่เกินวันละ 15-20 นาที&lt;/strong&gt; ก็ช่วยให้สมองเกิดไอเดียดีๆ เยอะมาก ทั้งการพัฒนาตนเอง การแก้ไขปัญหาชีวิต ฯลฯ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3if-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD"&gt;&lt;strong&gt;การออกกำลังกาย ร่วมกับ IF&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; โดยออกกำลังกาย หลังกินอาหารมื้อสุดท้ายไป 4 ชม ช่วยเร่งประโยชน์จากการ Fasting ให้เกิดเร็วขึ้น ประมาณ 3-4 ชม.&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ศีล 8&lt;/strong&gt; - เป็นทั้งการ ทำ &lt;strong&gt;Intermittent Fasting&lt;/strong&gt; ในเรื่องการงดอาหารหลังเที่ยง และ การทำ &lt;strong&gt;Dopamine Fasting&lt;/strong&gt; ในเรื่องการงดสิ่งบันเทิงต่างๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้มีสมาธิมากขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href="https://diarybe.com/brainlog/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4"&gt;&lt;strong&gt;นั่งสมาธิ&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจัยที่ทำให้สมาธิแย่ลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนใหญ&lt;strong&gt;่ปัจจัยที่ทำให้สมาธิแย่ลง&lt;/strong&gt; มักเป็น&lt;strong&gt;ผลจากการทำกิจกรรม ที่มีการกระตุ้น dopamine&lt;/strong&gt; ให้เกิดขึ้นแบบไม่เป็นธรรมชาติ เช่น การดูหนัง/การ์ตูน เล่นเกมส์ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน เราเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายมาก และแทบจะไม่จำกัด &lt;strong&gt;ซึ่งเมื่อมีการทำบ่อยๆ สมองจะลดการหลั่ง dopamine ลง ส่งผลให้ ต้องทำกิจกรรมเหล่านั้นมากขึ้น เพื่อให้ได้รับ dopamine เท่าเดิม&lt;/strong&gt; จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า &lt;strong&gt;การเสพติด&lt;/strong&gt; และ อยากได้สิ่งเหล่านี้มากขึ้นๆไปอีก จนควบคุมตนเองไม่ได้ เป็นหลักการเดียวกับคนติดยาเสพติด ซึ่งการงดเว้นสิ่งเหล่านี้ เรียกว่า &lt;strong&gt;dopamine fasting&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;เล่นเกมส์&lt;/strong&gt; จริงๆมีงานวิจัยว่า การเล่นเกมส์บางประเภท เช่น tetris ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น สมองส่วนวางแผนดีขึ้น แต่เกมส์บางประเภท &lt;strong&gt;อาจทำให้หัวร้อน หงุดหงิด หรือ ติดเกมส์(เกิดจากการเสพติด dopamine) ก็ทำให้ สติแตก สมาธิกระเจิงแทน&lt;/strong&gt; และ จริงๆ ทักษะหลายๆอย่าง สามารถเรียนรู้จากชีวิตจริง ได้ดีกว่าการฝึกจากเกมส์&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ดูหนัง/ดูการ์ตูน&lt;/strong&gt; จริงๆ โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ได้มีผลกับสมาธิเท่าไหร่ แต่จะเป็น&lt;strong&gt;เรื่องเสียเวลาชีวิตไปเปล่าๆมากกว่า และถ้าทำเป็นนิสัย&lt;/strong&gt; เวลาว่างแทนที่จะเลือกอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความรู้ สติ สมาธิ ก็จะกลายเป็นหาอะไรเพลินๆดูเรื่อยเปื่อยแทน ซึ่งจะทำให้สมองไม่ได้ถูกใช้งาน จนกลายเป็นนิสัยที่ไม่ค่อยใช้ความคิด สมองฝ่อ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;figure role="group" class="caption caption-img"&gt;
&lt;img data-entity-type="file" data-entity-uuid="419e7b52-c8c3-47b2-a515-05f8f931561c" height="3072" src="http://note.diarybe.com/sites/default/files/inline-images/IMG_20231021_140331.jpg" width="4080"&gt;
&lt;figcaption&gt;พอทำอย่างที่บอกไป ตอนนี้ก็กลับมามีสมาธิ อ่านหนังสือได้ทั้งวันแล้ว&lt;/figcaption&gt;
&lt;/figure&gt;

&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/dopamine-fasting" hreflang="en"&gt;Dopamine Fasting&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=72&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="yAOcMBTg6N6w72IyX-u_5PFSMpIokCvxp-vHM6-oXjE"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Sat, 21 Oct 2023 12:15:47 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">72 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เริ่มฝึกนั่งสมาธิ</title>
  <link>http://note.diarybe.com/index.php/brainlog/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4</link>
  <description>&lt;span class="field field--name-title field--type-string field--label-hidden"&gt;เริ่มฝึกนั่งสมาธิ&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-uid field--type-entity-reference field--label-hidden"&gt;&lt;span&gt;krishrong&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;span class="field field--name-created field--type-created field--label-hidden"&gt;&lt;time datetime="2023-10-16T22:01:36+07:00" title="Monday, October 16, 2023 - 22:01" class="datetime"&gt;Mon, 10/16/2023 - 22:01&lt;/time&gt;
&lt;/span&gt;



            &lt;div class="clearfix text-formatted field field--name-body field--type-text-with-summary field--label-hidden field__item"&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เทคนิคการนั่งสมาธิ คือ ทำตามพุทธพจน์เลย&lt;/strong&gt; โดยจะอยู่ในพระไตรปิฎก ชื่อหัวข้อว่า "&lt;a href="https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=14&amp;amp;A=3924&amp;amp;Z=4181"&gt;อานาปานสติสูตร&lt;/a&gt;" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;code&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อม มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อม บำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ทำให้มาก แล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ&lt;/code&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;code&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; [๒๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างไร ทำให้มากแล้วอย่างไร จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่นเฉพาะหน้า เธอย่อมมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า&lt;/code&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;code&gt;&amp;nbsp;เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า หายใจออกยาว หรือเมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า หายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจออกสั้น หรือเมื่อหายใจ เข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจเข้าสั้น สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลม ทั้งปวง หายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวง หายใจเข้า สำเหนียก อยู่ ว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจออก ว่าเราจักระงับกายสังขาร หายใจเข้า&amp;nbsp;&lt;/code&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;code&gt;สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ปีติ หายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ ปีติ หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้สุข หายใจออก ว่าเราจัก เป็นผู้กำหนดรู้สุข หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตสังขาร หายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตสังขาร หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเรา จักระงับจิตสังขาร หายใจออก ว่าเราจักระงับจิตสังขาร หายใจเข้า&lt;/code&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;code&gt;สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิต หายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิต หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักทำจิตให้ร่าเริง หายใจออก ว่าเราจักทำจิตให้ร่าเริง หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักตั้งจิตมั่น หายใจออก ว่าเราจักตั้งจิตมั่น&lt;/code&gt;&lt;br&gt;&lt;code&gt;หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเปลื้องจิต หายใจออก ว่าเราจักเปลื้องจิต หายใจเข้า&amp;nbsp;&lt;/code&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;code&gt;สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความไม่เที่ยง หายใจออก ว่าเราจักเป็น ผู้ตามพิจารณาความไม่เที่ยง หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณา ความคลายกำหนัด หายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความคลายกำหนัด หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความดับกิเลส หายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความดับกิเลส หายใจเข้า สำเหนียกอยู่ ว่าเราจักเป็น ผู้ตามพิจารณาความสละคืนกิเลส หายใจออก ว่าเราจักเป็นผู้ตามพิจารณาความ สละคืนกิเลส หายใจเข้า&lt;/code&gt;&lt;br&gt;&lt;br&gt;&lt;code&gt;ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว อย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้แล จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ฯ&lt;/code&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เคยได้ยินจากครูบาอาจารย์ว่า &lt;strong&gt;การตีความพุทธพจน์ บางทีขึ้นอยู่กับภูมิธรรมของเราด้วย อย่างน้อยๆต้องเป็นพระอริยบุคคล จึงจะตีความได้ไม่คลาดเคลื่อน แต่ถ้าเป็นปุถุชน ยังไงก็ตีความได้ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน และจะกลายเป็นธรรมปฏิรูป กลายเป็นตีความเข้าข้างกิเลสตนเองไป&lt;/strong&gt; โดยส่วนตัวก็ยังไม่ได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคล แต่ที่บันทึกไว้ เป็นเพียงความเข้าใจ จากการปฏิบัติโดยส่วนตัวเท่านั้น &lt;strong&gt;ผู้อ่านควรยึดตามคำสอนใน คัมภีร์อรรถกถาจารย์ หรือ ครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติถูกต้อง เป็นสำคัญ&lt;/strong&gt; รวมถึง&lt;strong&gt;การพิสูจน์ด้วยตนเองให้เห็นประจักษ์ จึงจะเชื่อ หรือไม่เชื่อ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;code&gt;ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อม มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อม บำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ทำให้มาก แล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ&lt;/code&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทแรก ตีความได้ว่า ถ้าทำอานาปานสติถูกต้อง ย่อมทำให้สติปัฏฐาน 4 บริบูรณ์ ดังนั้น &lt;strong&gt;หากทำอานาปานสติแล้ว หลง ขาดสติ ไม่รู้สึกตัว ลืมลมหายใจ ไปตลอดเวลาที่ทำ แสดงว่าทำผิดแล้ว &lt;/strong&gt;อย่างน้อยๆ&lt;strong&gt; ทำแล้วต้องมีสติ สมาธิดีขึ้น พัฒนาขึ้น ทั้งขณะที่นั่งสมาธิ และ ในตอนชีวิตประจำวัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;code&gt;ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างไร ทำให้มากแล้วอย่างไร จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใน ธรรมวินัยนี้ อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่นเฉพาะหน้า เธอย่อมมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า&lt;/code&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทนี้จะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการเตรียมตัว คือ&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หาสถานที่ที่&lt;strong&gt;เงียบสงบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;คู้บัลลังก์ คือ นั่งขัดสมาธิ โดยส่วนตัวชอบ ขัดสมาธิเพชร &lt;/strong&gt;เป็นการนั่งโดยเอาขามาขัดกัน แบบที่ฝ่าเท้าทั้งสองหงายขึ้น ซึ่งแรกๆอาจจะรู้สึกปวดเมื่อยชาอย่างมาก แต่หากฝึกนั่งจนชิน จะพบว่า&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;จะ&lt;strong&gt;ทำให้ไม่เกิดอาการชาเมื่อนั่งนานๆ&lt;/strong&gt; เลือดยังคงไหลเวียนไปยังเท้าทั้งสองได้ และท่านั่งนี้ ยัง&lt;strong&gt;ช่วยบังคับให้นั่งหลังตรง&lt;/strong&gt;ง่ายขึ้นด้วย
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แต่พอหัดนั่งไปจนเริ่มพอ ทำสมาธิได้บ้างนิดๆ จะพบว่านั่งแบบสบายๆก็ได้ ด้วยการนั่ง &lt;strong&gt;เท้าขวาวางทับบนเท้าซ้าย โดยไม่มีการขัดกัน&lt;/strong&gt;แค่วางทับกันเฉยๆ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;นั่งตัวตรง&lt;/strong&gt; เพื่อให้สามารถหายใจได้สะดวกไม่ติดขัด และสามารถสังเกตการกระเพื่อมขยับของร่างกายได้อย่างสะดวก โดยให้&lt;strong&gt;พยายามยืดตัวขึ้น หลังไม่งอ&lt;/strong&gt; โดยลักษณะจะประมาณว่า &lt;strong&gt;ข้อต่อกระดูกสันหลังทุกข้อ จรดกันสนิททั้งหมด โดยเมื่อมองจากด้านข้าง หลังโค้งเป็นรูปตัว S เล็กน้อย&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;จริงๆ เพียงแค่นั่งหลังตรง ยืดตัว&lt;strong&gt; ก็จะเกิดสมาธิอ่อนๆ ในขั้นต้นขึ้นแล้ว และยังช่วยในเรื่องการรู้ตัวง่ายขึ้น &lt;/strong&gt;จากนั้นก็เอาสมาธิขั้นต้นกับความรู้ตัวไปฝึกสมาธิขั้นต่อไป จากการอยู่กับลมหายใจที่เกิดเฉพาะหน้า
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ในเรื่องการรู้ตัว&lt;/strong&gt; จากการนั่งหลังตรง &lt;strong&gt;จะเกิดความรู้สึกเหมือน เราเป็นผู้ดู&lt;/strong&gt; และ&lt;strong&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าจะปรากฎแก่เราโดยอัตโนมัติ&lt;/strong&gt; คือ ร่างกายที่กำลังหายใจ &amp;nbsp;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;ดำรงสติมั่นเฉพาะหน้า &lt;/strong&gt;คือ &lt;strong&gt;มีสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ก็คือ ลมหายใจเข้าออก&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;มีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า&lt;/strong&gt; คือ การ&lt;strong&gt;ปล่อยร่างกายหายใจ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เราเป็นผู้ดูร่างกายหายใจไปเรื่อยๆ&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ในกรณีที่ฝึกนั่งใหม่ๆ &lt;strong&gt;อาจจะไม่ชินกับการดูร่างกายทำงาน&lt;/strong&gt; อาจทำให้เกิดการ &lt;strong&gt;ฝืนบังคับลมหายใจ จนหายใจผิดจังหวะ &lt;/strong&gt;และ เกิดอาการอึดอัด ลมตีกันจนหูอื้อ ปวดหัวได้ &lt;strong&gt;ให้เปลี่ยนมาโฟกัสกับ การนั่งหลังตรง ยืดตัว&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ซึ่งช่วยลดการเพ่ง บังคับ และจะทำให้เรารู้ตัว และดูร่างกายง่ายขึ้น&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;แม้จะยังอึดอัดแน่นๆอยู่&lt;/strong&gt; การฝึกดูการหายใจของร่างกาย เหมือนเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ต้องค่อยเป็นค่อยไป&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;บางทีอาจจะไม่สามารถฝึกให้คลายตัว เป็นผู้ดู โดยไม่บังคับลมหายใจได้ ในเร็ววัน แต่ถ้า&lt;strong&gt;คอยฝึกไปเรื่อยๆ เนืองๆ มันจะค่อยๆ คลายลงได้ &lt;/strong&gt;ทั้งนี้ ถ้ายังมีอาการบังคับ ยังไม่ต้องรีบหวังผลเรื่องสมาธิใดๆ&lt;strong&gt; เพียงแค่นั่งหลังตรง จดจ่ออยู่กับสิ่งเฉพาะหน้า ก็เป็นการฝึกสมาธิขั้นต้นแล้ว ส่วนลมหายใจก็ค่อยๆฝึกเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นานๆเข้ามันจะค่อยๆคลายลงเอง&lt;/strong&gt;(โดยส่วนตัวก็ใช้เวลาหลายปีอยู่นะ กว่าจะค่อยๆคลายลง แต่ตอนนี้ก็ยังแอบมีบังคับนิดๆอยู่ แต่ก็พอจะใช้ทำสมาธิได้นานๆอยู่แหละ)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เน้นย้ำอีกครั้งว่า ในเบื้องต้น ให&lt;strong&gt;้พยายามนั่งตัวตรงให้คงที่ก่อน&lt;/strong&gt;(ซึ่งขัดสมาธิเพชรจะช่วยได้มาก) เพราะ เมื่อกายตั้งตรง ได้คงที่ หลังไม่งอ ไม่ขยับง่าย &lt;strong&gt;จะสามารถทำตัวเป็นผู้ดูการหายใจได้ง่ายขึ้น&lt;/strong&gt; เพราะ จะมีแต่ส่วนท้อง และ ซี่โครงที่ขยับเวลาหายใจ ทั้งน&lt;strong&gt;ี้การหายใจที่ถูก มักจะเป็นส่วนท้องที่มีการพอง-ยุบ&lt;/strong&gt; ไม่ใช่หน้าอกหรือซี่โครงขยาย-หดนะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;โดยส่วนตัวกำลังฝึกวนอยู่กับ &lt;strong&gt;แค่สองบทแรกนี่แหละ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ยังไม่มีสติปัญญาพอ ที่จะทำฝึกในบทถัดๆไป&lt;/strong&gt; และ ยังไม่ได้ฌาณสมาธิใดๆ แต่สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็เพียงแค่ &lt;strong&gt;นั่งสมาธิ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;อยู่กับลมหายใจได้วันละ 30นาที ซึ่งช่วยให้เกิดความสุข สงบ และ ทำสิ่งต่างๆในชีวิตได้ดีขึ้นมาก&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;เหมือนมีที่พักผ่อนส่วนตัวที่ดีมากๆ อีกอย่างหนึ่ง&lt;/strong&gt; ที่ดีกว่า การหลงไปกับสิ่งบันเทิง ดู ฟัง เล่น ที่ไม่ได้ช่วยพัฒนาจิตเราเท่าไหร่(แต่ก็ยังมีอยู่นะ ยังไม่ได้ถึงกับ ละขาดจากสิ่งไร้สาระ)&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เคยอ่านพระไตรปิฎก ก็มีพระอรหันต์ที่บรรลุจากการฝึกเพียง ถึงแค่ 2 บทแรกเท่านั้น โดยท่านใช้ การมีสติรู้ลมหายใจในชีวิตประจำวัน คือ ประโยคสุดท้ายของบทที่ 2 "เธอย่อมมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า"&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หากลองสังเกต จะพบว่า พระพุทธพจน์ &lt;strong&gt;ทุกคำ มีความหมายลึกซึ้ง และ เป็นไปตามลำดับ &lt;/strong&gt;ซึ่งหมายความว่า เราต้องฝึกจนเข้าใจไปทีละคำ ทีละลำดับขั้น &lt;strong&gt;หากทำขั้นถัดไปไม่ได้ ลองกลับมาฝึกขั้นก่อนหน้าให้เข้าใจและชำนาญ แล้วเราจะค่อยๆพัฒนาในขั้นถัดไปได้เอง เช่น&lt;/strong&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;หากยังรู้ลมหายใจไม่ได้ ทำแล้วอึดอัด หรือ หลงไปคิดเยอะ ก็กลับมาโฟกัสที่การมีสติเฉพาะหน้า&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หากไม่สามารถโฟกัสกับการมีสติเฉพาะหน้า หลงเยอะ ขาดสติมาก ให้กลับมาโฟกัสที่การ นั่งตัวตรง แล้วค่อยๆกลับไปโฟกัสกับลมหายใจที่อยู่เฉพาะหน้าใหม่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เรื่องการนั่งตัวตรง คงทำได้ไม่ยากอยู่แล้ว แต่หากเผลอไปนั่งหลังงอ ก็ลองนั่งขัดสมาธิเพชร จะช่วยดัดหลังให้ตรงได้ตลอด&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หรือถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็เปลี่ยนสถานที่ หาสถานที่ที่สงบและคลายกังวล&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ตามความเห็นส่วนตัว &lt;strong&gt;การฝึกสมาธิไม่ยาก&lt;/strong&gt; เพราะ &lt;strong&gt;แม้แต่คนชาติตะวันตก ที่เขาทำการทดลองนั่งสมาธิ ก็ยังได้ประโยชน์กันเยอะแยะ&lt;/strong&gt; ซึ่งก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่น่ากลัวอะไร ไม่ได้ทำให้เป็นบ้า ดูเคร่งเครียด หรือกลายเป็นคนแปลกๆ แต่ชีวิตดีขึ้นเสียอีก เรียนดีขึ้น ทำงานดีขึ้น ฯลฯ ซึ่งโดยส่วนตัว ไม่ได้หวังผลเป็นสมาธิจริงจังแบบฌาณอะไร เพียงแค่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ทำงานดีขึ้น ก็ดีมากแล้ว&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;หลังจากฝึกสมาธิมาได้สักช่วง ก็มีสมาธิอ่านหนังสือดีขึ้น การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจอะไรก็ดีขึ้น ทำตามอารมณ์ลดลง มีวินัยมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ก&lt;strong&gt;็อย่าไปหวังผลจากการนั่งสมาธิ ว่าจะต้องดีทุกวันนะ &lt;/strong&gt;เพราะ&lt;strong&gt; เราควบคุมบังคับอะไรไม่ได้จริง สมาธิจะเกิดหรือไม่ เกิดจากเหตุปัจจัยของจิตทำตัวมันเอง&lt;/strong&gt; ให้นึกเสียว่ามัน &lt;strong&gt;เป็นเพียงส่วนเสริมพิเศษของชีวิต ที่หากมีก็ดี ไม่มีก็ใช้ชีวิตต่อไปตามปกติ &lt;/strong&gt;ถ้าเราอยากจะให้มันดีทุกครั้งที่นั่งสมาธิ อันนั้นเราไป &lt;strong&gt;ติดใจในผลลัพธ์ของสมาธิแล้ว&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;คราวไหนที่นั่งสมาธิได้ไม่ดี ก็พยายามจะทำอยู่นั่นแหละ ซึ่งสุดท้ายก็บังคับอะไรไม่ได้&lt;/strong&gt; ซึ่งอันนี้เรียกว่า &lt;strong&gt;การติดสมาธิ &lt;/strong&gt;ซึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจ ว่าเราควบคุมบังคับอะไรไม่ได้หรอก&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;
      &lt;div class="field field--name-field-tags field--type-entity-reference field--label-above clearfix"&gt;
      &lt;h3 class="field__label"&gt;Tags&lt;/h3&gt;
    &lt;ul class="links field__items"&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4" hreflang="en"&gt;สมาธิ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/tag/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0" hreflang="en"&gt;ธรรมะ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
          &lt;li&gt;&lt;a href="http://note.diarybe.com/index.php/articles" hreflang="en"&gt;บทความสำคัญ&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
      &lt;/ul&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;section class="field field--name-field-comments field--type-comment field--label-above comment-wrapper"&gt;
  
  

      &lt;h2 class="title comment-form__title"&gt;Add new comment&lt;/h2&gt;
    &lt;drupal-render-placeholder callback="comment.lazy_builders:renderForm" arguments="0=node&amp;amp;1=67&amp;amp;2=field_comments&amp;amp;3=comments" token="zFRRpcAn6NDRft-QMnXmMCVPRHrhsGHNhZbRqSc7FJg"&gt;&lt;/drupal-render-placeholder&gt;
  
&lt;/section&gt;
</description>
  <pubDate>Mon, 16 Oct 2023 15:01:36 +0000</pubDate>
    <dc:creator>krishrong</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">67 at http://note.diarybe.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
