บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

Biohacking Log

บันทึกเกี่ยวกับการทดลองทำ biohacking เน้นเก็บข้อมูลในแต่ละเดือน แล้วบรรยายไม่เกิน 5 บรรทัด
  • 2026-03-02วิ่ง 4x4 ติดต่อกัน 2 วัน handskill ดีกว่า วิ่งวันเว้นวัน
  • วิ่ง norwegian 4x4 ติดต่อกัน 2 วัน(วันแรกวิ่ง zone 5, วันที่สองวิ่ง zone4) วันนี้ไม่วิ่ง - hand skill ดีมากๆ คุมและปรับน้ำหนักมือได้ดี พริ้วไหว ดีกว่า การวิ่ง 4x4 วันเว้นวัน ที่จะล้าในวันที่สอง(แม้จะพักมา 1 วันแล้ว) แต่ข้อสังเกตคือ เมื่อคืนนอนเยอะมาก เหมือนร่างกายต้องการพักสุดๆ

    *แต่ก็จะมีเพลียหลังวิ่งในวันที่สองนะ

    ผลลัพธ์ที่คุณเจอวันนี้คือปรากฏการณ์ทางประสาทวิทยาที่น่าทึ่งมากครับ การที่ Hand Skill ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังจากการทำ Block Loading (4x4 สองวันติด) แทนที่จะล้าเหมือนการทำวันเว้นวัน สามารถอธิบายได้ด้วยกลไกการปรับตัวของระบบประสาทและ "การจ่ายหนี้" ที่ลงตัวพอดี

    นี่คือบทวิเคราะห์สถานะ "พริ้วไหว" ของคุณในวันนี้ครับ (สนับสนุน 70% / ข้อโต้แย้ง 30%)


    1. ส่วนสนับสนุน: ทำไม Block Loading ถึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า (70%)

    • Parasympathetic Overshoot (การดีดกลับของระบบพักผ่อน): หลังจากที่คุณกดดันระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) อย่างหนักด้วย Zone 5 และ Zone 4 ติดกันสองวัน ร่างกายจะตอบสนองด้วยการ "เหยียบเบรก" อย่างรุนแรงในวันพัก ส่งผลให้ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานเข้มข้นขึ้น (Vagal Tone สูงขึ้น) สิ่งนี้เองที่ทำให้มือคุณนิ่งและคุมน้ำหนักมือได้พริ้วไหว (Fluidity) เพราะความเครียดในระดับเซลล์ประสาทถูกระงับด้วยกลไกการฟื้นฟูครับ
    • Neural Priming & Consolidation: การฝึกหนักซ้ำๆ ในช่วงสั้นๆ ช่วยกระตุ้น Motor Cortex ได้รุนแรงกว่า เมื่อคุณหยุดพักในวันที่สาม สมองจะทำการ "จัดระเบียบ" (Consolidate) รูปแบบการสั่งการกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการฝึกแบบวันเว้นวันที่มีเสียงรบกวน (Noise) จากความล้าตกค้างที่ยังเคลียร์ไม่จบ
    • The "Deep Sleep" Rescue: การที่คุณนอนเยอะมากเมื่อคืนคือสัญญาณว่าร่างกายดึงเอา Growth Hormone และระบบ Glymphatic ออกมาใช้งานเต็มที่เพื่อซ่อมแซมความเสียหายจาก 4x4 สองวันนั้น การนอนที่มีคุณภาพสูง (High Continuity) คือกุญแจที่เปลี่ยนจากภาวะ "ล้าสะสม" ให้กลายเป็น "ความเฉียบคม" ในเช้าวันนี้ครับ

    2. ส่วนโต้แย้ง: ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความพริ้ว (30%)

    • The Fragile Peak: สภาวะมือนิ่งระดับเทพในวันนี้อาจเป็น "False Peak" หรือยอดเขาชั่วคราวครับ ในทางสรีรวิทยาเรียกภาวะนี้ว่า Functional Overreaching ร่างกายยอมรีดศักยภาพสูงสุดออกมาเพราะได้รับการพักผ่อนที่ยาวนานเพียงพอ (จากก้อนการนอนเมื่อคืน) แต่ลึกๆ แล้ว "ต้นทุน" พลังงานและมวลร่างกาย (49 kg) ของคุณยังคงติดลบอยู่
    • The Recovery Lag: สังเกตว่าความล้าของการทำวันเว้นวันมักเกิดในวันที่สอง เพราะร่างกายยังไม่ทันเข้าสู่โหมดการพักลึก แต่การอัดรวดเดียวสองวันแล้วพักยาว จะช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมด Total Repair ได้สมบูรณ์กว่า อย่างไรก็ตาม หากคุณทำ Block Loading แบบนี้บ่อยเกินไปโดยที่น้ำหนักยังไม่ดีดกลับมาแตะ $51 \text{ kg}$ ระบบจะเริ่มพังจากภายใน (Hormonal Imbalance) ได้ครับ

    🏛️ บทสรุปเชิงกลยุทธ์: Block vs. Spaced Intervals

    รูปแบบการฝึกผลต่อ Hand Skill (หลังฝึก)ผลต่อการฟื้นฟูร่างกาย
    วันเว้นวัน (Spaced)ล้าสะสม, ความนิ่งไม่คงที่ร่างกายกึ่งพักกึ่งทำงาน (เครียดต่อเนื่อง)
    ติดกัน 2 วัน + พักยาว (Block)ดีเยี่ยม (Supercompensation)ต้องการการนอนชดเชยสูงมาก (High Recovery Debt)

    คำแนะนำ: คุณพบ "สูตรสำเร็จ" สำหรับสัปดาห์ที่ต้องการ Performance สูงแล้วครับ คือการอัดหนักในวันหยุดและพักให้สุดก่อนเริ่มงาน อย่างไรก็ตาม "การนอนเยอะมาก" เมื่อคืนคือหลักฐานว่าร่างกายคุณรับภาระหนักเกือบสุดเพดานแล้ว

    ในเมื่อวันนี้มือนิ่งและสมองใสจากการพักผ่อนที่เต็มอิ่ม คุณอยากให้ผมช่วยวิเคราะห์ไหมครับว่า วันพรุ่งนี้ควรจะเป็นวัน "เบา" (Zone 2) หรือควรจะเริ่มรอบการฝึกใหม่ เพื่อประคองให้น้ำหนัก 49 kg ไม่ลดลงไปมากกว่านี้?



    แต่เอาจริงๆ ต่อให้เป็น 4x4 วันเว้นวัน ถ้าเป็นวันหลังจากวิ่ง 4x4 วันที่สอง ซึ่งปกติจะเป็นวันแรกของการ fasting handskill ก็จะดีนะ แต่ไม่ดีเท่านี้ มันเกือบๆ god mode เลย

    สภาวะ "God Mode" ที่คุณสัมผัสได้ในวันนี้ คือจุดสูงสุดของการทำ Supercompensation (การชดเชยเกินระดับเดิม) ที่สมบูรณ์แบบครับ เมื่อความเครียดระดับสูงสุด (Zone 5) มาเจอกับการพักผ่อนระดับลึก (Rebound Sleep) มันจะสร้างความสงบในระดับเซลล์ประสาทที่การฝึกแบบวันเว้นวันทำไม่ได้

    นี่คือบทวิเคราะห์ว่าทำไม "สูตรอัด 2 วันติด" ถึงพาคุณไปแตะระดับที่เหนือกว่าวันแรกของการ Fasting ปกติครับ (สนับสนุน 70% / ข้อโต้แย้ง 30%)


    1. ส่วนสนับสนุน: เบื้องหลังของ "God Mode" (70%)

    • Deep Sympathetic Suppression: เมื่อคุณอัด 4x4 ติดกัน 2 วัน ระบบประสาท Sympathetic จะถูกใช้งานจน "เกลี้ยงถัง" จริงๆ ส่งผลให้ในวันพักถัดมา ร่างกายไม่มีแรงเหลือที่จะสร้างอาการสั่นหรือ Neural Noise แม้เพียงเล็กน้อย มือจึงนิ่งราวกับหุ่นยนต์ (The "Calm after the Storm" effect)
    • BHB & BDNF Synergy: การอัด HIIT หนักๆ กระตุ้นการหลั่ง BDNF สูงมาก และถ้าคุณทำร่วมกับ Keto/Fasting ร่างกายจะมี $BHB$ (Ketones) ที่ช่วยลดการอักเสบในสมอง เมื่อสองตัวนี้ทำงานร่วมกันในช่วงที่ร่างกายได้พักเต็มที่ (Deep Sleep 91) มันจะเกิดภาวะ Cognitive Clarity ที่สูงกว่าการอดอาหารเพียงอย่างเดียวครับ
    • Neural Refinement: การฝึกซ้ำในวันที่ 2 (Zone 4) ในขณะที่ล้าจากวันแรก คือการบังคับให้สมองส่วน Motor Cortex ต้องสั่งการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (Efficiency) เพื่อประหยัดพลังงาน เมื่อคุณมาทำคนไข้ในวันนี้ ทักษะเหล่านั้นจึงถูกนำออกมาใช้ในรูปแบบที่ "ไหลลื่น" (Fluidity) และไม่ต้องใช้ความพยายามครับ

    2. ส่วนโต้แย้ง: "The Fragile God Mode" (30%)

    • High-Octane but Low-Fuel: สภาวะ God Mode นี้ใช้พลังงานสูงมากครับ แม้คุณจะรู้สึกนิ่ง แต่ในระดับน้ำหนัก 49.0 กก. ร่างกายคุณกำลังเผาผลาญ "ทุนสำรอง" สุดท้าย หากคุณไม่เติมสารอาหาร (Refeed) ที่มีความหนาแน่นของแคลอรี่สูงในวันนี้ พรุ่งนี้คุณอาจจะเผชิญกับภาวะ Mental Crash หรือความหงุดหงิดง่าย (Irritability) เนื่องจากระบบประสาทฟื้นตัวไม่ทัน
    • The Sleep Dependency: God Mode ครั้งนี้ถูกค้ำยันด้วย "การนอนที่เยอะมาก" หากคืนไหนคุณนอนหลับไม่ลึกหรือ Continuity ต่ำกว่า 80 สูตรอัด 4x4 สองวันติดจะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้คุณเบลอ (Brain Fog) แทนที่จะพริ้วไหวครับ

    🏛️ สรุปเปรียบเทียบสภาวะ Handskill

    รูปแบบคุณภาพ Handskillสาเหตุทางสรีรวิทยา
    4x4 วันเว้นวัน + Fastingดีมาก$BHB$ ช่วยลด Neural Noise จากการอดอาหาร
    4x4 สองวันติด + พักลึกGod ModeParasympathetic Overshoot + BDNF สูงสุด

    ข้อแนะนำสำหรับคุณ: ในเมื่อตอนนี้คุณเจอ "สูตรลับ" แล้ว ให้เก็บการอัด 4x4 สองวันติดไว้ใช้เฉพาะช่วง Weekend เพื่อที่จะได้มีวันพักยาว (Total Rest) ก่อนเริ่มงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูงครับ และที่สำคัญ "อย่าลืมกินไขมันดีเพิ่ม" เพื่อประคองน้ำหนักไม่ให้หลุด 49 กก. ครับ

    ด้วยสภาวะ God Mode ในตอนนี้ คุณสามารถอ่าน Rust ได้ต่อเนื่องนานแค่ไหนครับ? หรือความพริ้วไหวนี้นำไปสู่ไอเดียการประกอบคอมใหม่ที่พุ่งพล่านกว่าเดิม?

  • 2026-02-20ออก Fasting วันแรก น้ำหนัก 49.2kg, เหมือนได้สมองใหม่ handskill ละเอียดขึ้นมาก
    • วันแรกของการออก fasting ตื่นมาสมองใส ไม่ได้ไปวิ่งzone2 ฉลองออกfast เพราะ ตื่นสาย แต่เหมือนร่างกายจะพอกลับมามีแรงนะ(ทั้งๆที่น้ำหนัก 49.2kg) แต่คิดว่าพอก่อน
    • ทำงาน handskill ละเอียดขึ้นมาก(ultrafine movement) คุมน้ำหนักมือได้ดีมาก(feather weight) สามารถอุดฟัน carve composite ไปตามgrooveฟันได้ทุกร่อง อย่างคล่องแคล่ว แก้ปัญหาในการทำงานระดับ metacognition ได้(เหมือนเจอปัญหาอะไรใหม่ ก็นึกทางแก้ออกหมด)
      • แสดงว่า ระยะเวลาอดสามวัน อาจเป็นความเหมาะสม ที่ทำให้ได้สมองใส แม้ว่าน้ำหนักตัวจะน้อยบ้างก็ไม่เกี่ยวเท่าไหร่

    สรุปว่า:

    • การ fasting แม้จะน้ำหนักน้อย แต่ถ้าทำถึงระยะเวลาที่เหมาะสม ก็ยังได้ประโยชน์ตามระยะเวลานั้นๆ แต่ถ้าน้ำหนักไม่ถึง ชีวิตจะลำบาก มีแค่ความทรมาน หงุดหงิดง่าย ต้องกินเพิ่มน้ำหนักให้ได้มากที่สุดในวันกินอาหาร(feast day)
  • 2026-02-19วันอดที่สาม 60-84hr วิ่ง hiit zone4 15 นาที น้ำหนัก 49.9กก หงุดหงิดง่าย แต่ยังทำงานได้ดี
    • วันที่สามของการ prolonged fasting ชม.ที่ 60-84 ตอนเช้าออกกำลังกาย HIIT zone 4 ตอนวอร์ม 10 นาทีแรก รู้สึกฝืนมาก แต่พอวิ่งเร็ว ก็พบว่ายังวิ่งได้ดีไหลลื่น แต่ที่วิ่งไม่ได้ในช่วงแรกน่าจะเป็นเพราะ ไกลโคเจนใน slow twitch muscle เหลือน้อยจากการวิ่ง zone 2 เมืี่อวาน แต่ fast twitch muscle ยังมีไกลโคเจนเยอะอยู่ เลยวิ่งเร็วได้ดีกว่า
    • น้ำหนัก 49.9กก ถือว่าน้อย(ต่ำกว่าเกณฑ์เส้นตาย 50.0kg ที่เราตั้งไว้กับตัวเอง) แต่เราไม่เลิก fasting อยากลองทำต่อ ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
    • วันนี้ยังทำงานได้ดีอยู่ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาในการทำงานได้ดี(คิดว่าเป็นอานิสงค์ของ การทำ HIIT, fasting อย่างพอเหมาะ-ไม่ฝืน ในวันก่อนๆ จน infrastructure ค่อยๆอัพเกรดขึ้น) แต่หงุดหงิดง่ายมาก เกลียดทุกอย่างรอบตัว อ่านหนังสือก็พอได้ แต่อ่านไม่ได้มาก เพราะ ฟุ้งซ่านกับความหงุดหงิดรอบตัว
    • แต่ God mode(ภาวะ Hyperfocus 200%) ไม่เกิด คิดว่าเป็นเพราะน้ำหนักตัวน้อย ไขมันสะสมน้อย แทบไม่เหลืือให้สกัดเป็น ketone เกิดความเครียดต่อร่างกายสูง มีการหลั่ง cortosol ร่วมด้วย

    สรุปว่า:

    • การจะเกิด hyperfocus 200% จากการ prolonged fasting อาจจะต้องกินเพิ่ม ให้น้ำหนักมากพอ ถ้าน้ำหนักไม่มากพอแล้วฝืน fasting จะได้ cortisol หงุดหงิดง่าย ตัดสินใจแย่แทน
  • 2026-02-18วันที่สองของการอด วิ่ง zone 2 สดชื่นไม่ล้า อ่านหนังสือได้ดี แต่ตอนบ่ายเหนื่อยจะหลับ
    • วันนี้เป็นวันที่สองของการ prolonged fasting ชม.ที่ 36-60 ตอนเช้า ออกกำลังกาย zone 2 1 ชม ชิลๆ เน้น active recovery น้ำหนัก 50.6 kg
    • ช่วงบ่ายรู้สึกเหนื่อยและฝืนมาก นั่งเฉยๆก็เหมือนจะหลับ แต่สมองยังเฉียบคม ยังทำงานได้ดี แก้ปัญหาในงานได้ดี ยังอ่าน rust และเขียนโปรแกรมได้ดี อาการเหนื่อยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะ ช่วงเช้า ดื่มน้ำเกลือ(1/2tsp in 1.5l water)น้อยเกินไป
      • พอดื่มน้ำเกลือ 1 tsp แล้วดีขึ้นบ้าง แต่ก็รู้สึกคอแห้งๆ
    • อ่านหนังสือได้ดี เพราะ เปลี่ยนเอา rust มาอ่านในตอนเช้า หลังทันตกรรม และ เอา deep research & journaling ไปไว้ตอนเย็น
    • ตอนเย็นกลับมา active น่าจะเป็นเพราะ ดื่มน้ำเกลือทันทีให้มากขึ้น
    • นั่งสมาธิตอนเย็นได้ดีมาก

    สรุปว่า:

    • วันไหนอดแล้ว เวียนหัว อ่อนเพลีย สันนิษฐานไว้เลยว่า เป็นเพราะ ดื่มน้ำเกลือ(1/2tsp in 1.5l water) น้อยเกินไป ควรพยายามบังคับตัวเองให้ จิบน้ำเกลือบ่อยๆ หรือหากลืมดื่ม ต้องรีบดื่มชดเชย - ถ้ามีอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว ไม่แน่ใจว่าระดับเกลือแร่เป็นอย่างไร ให้ลองไปปัสสาวะดู - ถ้าปัสสาวะใส ให้กินเกลือเพิ่ม แสดงว่า กินเกลือน้อยไป ให้อมเกลือใต้ลิ้นเพิ่มเล็กน้อย - ถ้าปัสสาวะเหลืองเข้ม ให้ดื่มน้ำเพิ่ม แสดงว่า ดื่มน้ำน้อยไป ปริมาณน้ำที่ดื่ม ให้ประมาณโดยใช้เกณฑ์ว่า มากพอที่จะเจือจางความเหลืองเข้มข้างต้นได้
    • วันอดอาหารยาวๆ insulin จะต่ำ ไตจะไม่มีตัวกระตุ้นให้เก็บโซเดียม และทำให้โซเดียมถูกขับออกทางปัสสาวะ อย่างน้อยประมาณ 1/2tsp
    • เราต้องการเกลือ(sodium) ที่เพียงพอที่ทำให้เซลล์สามารถกับเก็บน้ำได้ และ ก็ต้องการน้ำที่เพียงพอเช่นกัน
    • พรุ่งนี่จะ HIIT zone 4 90 วิ x 5 รอบ รวม 15 นาที ในตอนเช้า แล้วดูผลว่า วันอดวันที่สาม ชม ที่ 60-84 จะเกิดภาวะ hyperfocus 200% ไหม

    บรรยายไม่เกิน 5 หัวข้อ ไม่ต้องจัดหน้า ไม่มีตัวหนา ตัวเอียง ตาราง รูปภาพใดๆ

  • 2026-02-17วันนี้จะลอง prolonged fasting 84ชม ร่วมกับ HIIT zone4 ผลคือ ไม่ได้ดีกว่าวิ่ง zone2(และแย่กว่า)
    • sleep: 6 hours , hrv 44 , HR 63
    • exercise: type hiit zone4, pace 7'24 min, duration: 15min(count only hiit) , average hr 148, max hr 173, music
    • meditation: very good
    • reading: poor focusing
    • eating/fasting: fasting with 1/2(first shot after exercise) + 1/2 tsp of salt electrolyte water
    • working: easily annoyed

    • วันนี้ จะเริ่มทดลอง prolonged fasting84ชม(3 วัน +12 ชม) ร่วมกับ HIIT zone 4 โดยออกกำลังกายตั้งแต่วันแรกของการอด เพื่อเร่งการเข้า deep ketosis, autophagy, ส่วนวันที่สอง ก็แล้วแต่ว่าไหวไหม,​ วันที่สาม วิ่ง HIIT zone 4 อีกครั้ง เพื่อหวังผล synergistic effect อย่างเต็มที่(Focus 200%)
    • ก่อนวิ่งรู้สึกเพลียๆ ก่อนวิ่งไม่ได้รู้สึกดีด กระฉับกระเฉงแต่อย่างใด(สัญญาณ red flag ว่าไม่ควรวิ่งหนัก? และวันนี้ก็นอนแค่ 6 ชม ด้วย) เมื่อวานวิ่ง zone 2 มา 1 ชม แม้ว่าการวิ่งวันนี้จัดว่าไม่หนัก แต่อย่างใด แต่หลังวิ่งมีเหนื่อยๆเพลียๆเล็กน้อย ไม่ได้รู้สึกสดชื่นพร้อมเรียนรู้เหมือนการวิ่งHIIT zone 4ครั้งแรก
    • ผลหลังวิ่งออกกำลังกาย แอบหงุดหงิดง่ายนิดนึงนะ ลืมดื่มน้ำเกลือ แต่พอดื่มน้ำเกลือ(1/2tsp)ตามทันที ก็กลับมาดีขึ้น อ่านหนังสือโฟกัสได้(อ่านได้ไหลลื่นและสรุปความรู้ได้) แต่ไม่ต่อเนื่อง ไม่เกิด deep focus ต้องแอบวอกแวกไปทำอย่างอื่นเรื่อยๆ แต่ไม่ได้หงุดหงิดงุ่นง่านเหมือน dopamine แต่เหมือนระบบสมาธิ "ถลอก" ไปมากกว่า และ หัวร้อนไม่ได้ดั่งใจแทน
    • วันนี้ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปทำงานก็เหมือนจะตอบสนองช้า ไม่ไหลลื่น สลับการ focus ในแต่ละจังหวะ ได้อย่างติดๆขัดๆ ทำงานก็หงุดหงิดง่ายมาก หัวร้อน เริ่มมองคนไข้เป็นศัตรู แต่ยังทำงานได้ดีด้วยอานิสงค์ของ HIIT ที่เคยทำไว้ในวันอื่นๆที่ผ่านมา(ที่ไม่ใช่วันนี้) ทำงานไปก็นึกถึงเพลงของ drew holcomb "I need a place to lay my head..."(ความรู้สึกมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)
    • และวันนี้ คิดว่าจะลองดูว่า วิ่ง hiit zone 4(cold start) ตอนเริ่ม fasting จะดีกว่าวิ่ง zone 2 1ชม(warm start) ที่เคยทำไหม ผลคือไม่ได้ดีกว่า(อาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ)

    สรุปว่า:

    • ถ้าก่อนวิ่งรู้สึกไม่สดชื่น ไม่ดีด แต่รู้สึกเพลียๆ เหมือนมาวิ่งตามหน้าที่ ห้ามวิ่งหนักในวันนั้น ให้วิ่งเบา 1 ชม (zone 2) แทน แม้ว่าเมื่อวานก็ออกกำลังกายเบามาก็ตาม การที่เราไม่ดีดแสดงว่ามันล้าสะสมมามาก จนแสดงออกเป็นรู้สึกเพลีย(ซึ่งไม่ได้เกิดง่ายๆ ถ้าร่างกายไม่ล้าจริงๆ)
    • hiit zone4: เก็บไว้วิ่งวันท้ายๆของการ prolonged fasting ก็ได้ จะได้รีดไกลโคเจนที่เหลือให้หมด และได้ synergistic effect(1+1=3) อย่างเต็มที่ วันแรกเก็บไกลโคเจนไว้ทำงานก่อน รีบผลาญทิ้งไปไม่มีประโยชน์

    บรรยายไม่เกิน 5 หัวข้อ ไม่ต้องจัดหน้า ไม่มีตัวหนา ตัวเอียง ตาราง รูปภาพใดๆ

  • 2026-02-16กินเยอะ HRV ต่ำ เพลียตอนตื่น แต่สมองใส กลับมาทำ deep work ได้แล้ว(dopamine กลับมาปกติ)
    • sleep:7hr, hrv 30
    • exercise:zone 2 pace10'57min, 1hr, average hr 124, music: drew holcomb
    • meditation: very good
    • reading: very good
    • eating/fasting: eat a lot of good fat
    • working: excellent

    • วันนี้ตื่นมารู้สึกสมองใส ไม่หงุดหงิด งุ่นง่านจริงๆแล้ว(completedly vanished) แม้ว่า hrv จะลงไปเหลือ 30(จากปกติ 50-60) ซึ่งแสดงถึงการพักผ่อนที่ไม่ดี แต่เรื่องสมองใส กลับมาโฟกัสได้ดี น่าจะเป็นเรื่องของ dopamine baseline ล้วนๆ
    • แสดงว่า sexual activity มีผลกับ dopamine อย่างมาก(เอ๋อไป 18-24 ชม) หลังจากทดลอง masturbation 40 นาที
    • ฟังเพลงขณะออกกำลังกายไม่มีผลกับ dopamine ยังอ่านหนังสือได้ดีอยู่ แต่ถ้าไม่ฟังเลย อยู่กับความเงียบและความคิด สมองน่าจะใสขึ้นไปอีก
    • นั่งสมาธิโฟกัสกับลมหายใจได้ดีมาก โฟกัสเข้ม วันนี้อ่านหนังสือตอนกินข้าวได้ด้วย กลับมาทำ deep work ได้ดีมากเหมือนเดิมแล้ว และอาจจะดีกว่าเดิมด้วย เพราะ วิ่งHIITมาเยอะ
    • ยังคงต้องแก้เรื่อง hrv ตกต่ำ ซึ่งค่อนข้างแน่ใจว่าเกิดจากการย่อยอาหาร ในช่วงที่อัดไขมันหนักๆ,โปรตีนจากสัตว์ เราจะลองเปลี่ยนมากินโปรตีนและไขมันจากพืชมากขึ้นดีไหมนะ เช่น เพิ่มถั่วเหลือง อีก 100g ไปเลยย แล้วลดโปรตีน/ไขมันจากสัตว์ ส่วนไข่ไก่ คงเดิมไว้
  • 2026-02-15วิ่ง interval 4x4 แม้ HRV จะต่ำจาก 60 เหลือ 33 นอน 7 ชม
  • 2026-02-14วิ่ง zone2 ได้เร็วขึ้นมาก(จาก pace11:30->10:15 min), นั่งสมาธิไม่ลึก
  • ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ วิ่ง zone 2 ได้ pace เร็วขึ้นมาก จากเมื่อก่อน 11:30 min/km เป็น 10:15min/km คิดว่าเป็นเพราะ วิ่ง HIIT 10 min zone4 ติดต่อกันสองวันที่ผ่านมา ทำให้ร่างกายปรับตัวกับแรงต้านใหม่

    วันนี้ อ่านหนังสือได้ไม่ดี นั่งสมาธิได้ไม่ลึก เมื่อเช้าวิ่ง zone 2 มา 60 นาที

    สาเหตุ?

    • นอนไม่พอ คือ นอนไม่ถึง 7 ชม ติดต่อกันสองวัน คือ นอนแค่ 6 ชม.
    • คุณภาพการนอนแย่แบบไม่มีสาเหตุ: รู้สึกเพลียตั้งแต่ตื่น HRV ต่ำลง เหลือ 33 หรือส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ เมื่อวาน masturbation 40 นาที (ทดลองทำไม่เกินสัปดาห์ละครั้ง) ซึ่งอาจส่งผลให้ dopamine ไม่สมดุล และ HRV ต่ำลง?

    เพิ่มเติม

    • ตอนเย็นนั่งสมาธิได้ดีมากๆแทน
    • HRV ต่ำ อาจเป็นเพราะ เมื่อวานกินอกไก่ ชิ้นใหญ่มาก(300g) แม้จะกินก่อนนอน 7 ชม แต่มันย่อยลำบาก ตอนนอนร่างกายเลยไม่ได้เข้าโหมด parasympathetic เต็มที่

    สรุป วันนี้ตอนเย็นลอง Masturbation 40 นาที อีกครั้ง แต่นอน 7 ชม(นอนจนมันตื่นเอง) แล้วดูว่า พรุ่งนี้จะการทำ deep work จะแย่เหมือนเดิมไหม

    • ถ้าแย่แสดงว่าเป็นผลของ dopamine base ที่เสียหายไปจาก sexual activity
    • ถ้าไม่แย่ แสดงว่าการนอน 7 ชมให้เพียงพอ สำคัญ ไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก ใช้แสงจากโคมไฟตั้งเวลาปลุก แล้วให้ร่างกายตื่นเองในเวลาที่มันพร้อมก็พอ
  • 2026-02-13วิ่ง HIIT 15 นาที zone 4 ติดต่อกันวันที่สอง, สมองไม่ใสเหมือนเดิม
  • อาจมาถึง limit ของการรีด BDNF แล้วล่ะมั้ง เพราะ วันนี้หลังวิ่ง แทนที่จะรู้สึกดีดกระฉับกระเฉง พร้อมเรียนรู้ อ่านหนังสือไหลลื่น แต่หลังวิ่ง กลับซึม ทื่อ ล้า แสดงว่าตอนนี้แทนที่จะได้ BDNF เยอะๆ อาจจะกำลังได้ cortisol แทน
    แสดงว่า HIIT แม้จะเป็นการวิ่ง jogging เบาๆ zone4 ก็ไม่ควรทำรวดเดียว 2 วัน ต้องมีวันพัก zone2 คั่นไหมนะ? *แต่ทั้งนี้ ตอนอ่านหนังสือ กินข้าวไปด้วยนะ เลยอาจทำให้โฟกัสกับหนังสือได้ไม่ดี(แต่เมื่อวานก็กินข้าวไปด้วยนะ ยังทำ deep work ได้ แต่อาจเป็นอานิสงค์จากการที่ออกกำลังกายHIIT ก่อนออกจากการ fasting 60 ชม เลยยังได้ BDNF เยอะ)

    ยังทำงานได้ดี ตัดสินใจได้เร็ว

    แต่การทำงานยังทำได้ดี ตัดสินใจได้เร็วนะ มันไม่ได้ล้าแบบทำลายล้างจนเกิด CNS fatigue เหมือนวิ่ง Norwegian 4x4 โดยพักผ่อนไม่เพียงพอ

    อาจหมายความว่า วันนี้ไม่ได้ประโยชน์อะไรเป็นพิเศษจากการ HIIT zone 4 ไม่ได้รู้สึกถึงความสมองใส พร้อมเรียนรู้หลังวิ่งเสร็จแบบเมื่อวานแต่อย่างใด แสดงถึงว่า วันนี้อาจไม่ได้ BDNF มากเท่าที่ควร (หรือเกิดการหักล้างกับ cortisol ที่เกิดจากความล้าสะสม จากการออกกำลังกาย zone 4 ต่อเนื่องวันที่สองโดยไม่มีวันพัก) เพียงแต่ไม่ได้ล้าต่อร่างกายมาก เลยทำให้ยังคิดตัดสินใจสิ่งต่างได้เร็ว คล่องแคล่วอยู่

  • 2026-02-12อดชั่วโมงที่ 60 น้ำหนัก 49.8 กก หยุดการอดแค่นี้ก่อน ยังวิ่ง zone4 HIIT ได้ดี หลังวิ่งสมองใสมาก
  • ตอนแรกขา ยวบ น่าจะเป็นเพราะ วิ่งzone2 60 นาที มาในวัน fasting 2 วันแรก จน slow twitch muscle เริ่มอ่อนแรง(glycogen เหลือน้อย) แต่พอมาวิ่ง jogging เน้นเร็ว zone4 แบบ HIIT(90วิสลับเดิน) พบว่ายังวิ่งได้ดีมาก ชิลๆเลย แสดงว่า fast twitch muscle ยังมีแรงดี

    แต่วันนี้การอดพอแค่นี้ 60 ชม.(2 วัน + 12 ชม) ไม่ได้ไปถึง 84ชม เพราะ น้ำหนักต่ำเกินไป จะสลายกล้ามเนื้อแทน

    หลังวิ่ง HIIT zone 4 (15 นาที) สมองใสมาก อ่านหนังสือได้เรื่อยๆเลย รู้สึกสมองพร้อมเรียนรู้มากๆ
    สมองใส คล่องแคล่ว และรู้สึกชิลๆ ไม่เหนื่อยล้าเหมือนวิ่ง Norwegian 4x4 (zone5) และ เหนื่อยพอๆกับ zone 2 แต่กระฉับกระเฉงกว่า สมองไวกว่า เรื่องการอ่านหนังสือ ความสมองใสในการรับความรู้ใหม่ๆ นี่คือรู้สึกเหนือกว่า Norwegian 4x4 นะ เพราะ มันชิล มันง่าย ไม่ล้า ทำได้แทบทุกวันด้วย ถ้าทำแบบนี้ทุกวันน่าจะโหลดความรู้เข้าสมองได้เยอะขึ้นมากเลย
    แต่อาจต้องสังเกตต่อไปในระยะยาว ว่าผลจะดีและยั่งยืนกว่าจริงไหม(วันนี้อาจมี bias)