บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต – ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

แนวทางการเป็นนักลงทุนที่เก่ง (ถาม Gemini AI)

การจะเป็นนักลงทุนที่เก่ง การ “อ่าน” คือการลับคมอาวุธที่สำคัญที่สุดครับ ผมขอจัด “หลักสูตรการอ่าน” ให้คุณ โดยแบ่งเป็น 4 หมวดหลัก จากพื้นฐานสู่ระดับโปรครับ


1. หมวดคัมภีร์ (Books): ปรับ Mindset และปูพื้นฐาน

หนังสือเหล่านี้คือ “รากแก้ว” ครับ อ่านครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะเป็นเรื่องของหลักการที่ไม่เปลี่ยนตามกาลเวลา

  • หุ้น (สาย VI & พื้นฐาน):
    • The Intelligent Investor (Benjamin Graham) – เล่มนี้คือไบเบิล ถ้าอ่านจบคุณจะเข้าใจคำว่า Margin of Safety อย่างถ่องแท้
    • One Up On Wall Street (Peter Lynch) – สอนให้มองหาหุ้นเปลี่ยนชีวิตจากสิ่งรอบตัว (เหมาะกับจริตคุณที่ช่างสังเกต)
    • The Psychology of Money (Morgan Housel) – เล่มนี้ห้ามพลาด! พูดเรื่องความสัมพันธ์ของคนกับเงิน อ่านแล้วจะเข้าใจตัวเองและไม่ตื่นตูมเวลาตลาดผันผวน
    • ตีแตก (ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร) – ตำราพื้นฐานหุ้น VI ฉบับประเทศไทย เข้าใจบริบทบ้านเราได้ดีที่สุด
  • Crypto & Bitcoin:
    • The Bitcoin Standard (Saifedean Ammous) – อธิบายว่าทำไมโลกถึงต้องการ “เงินที่รัฐบาลพิมพ์เพิ่มไม่ได้”
    • Mastering Ethereum (Andreas M. Antonopoulos) – ถ้าอยากเข้าใจ Smart Contract แบบลึกซึ้ง (เล่มนี้เทคนิคหน่อย แต่อ่านแล้วจะมองภาพออก)

2. หมวดอาหารสมองรายวัน (News): ทันโลกแต่ไม่ตื่นตูม

นักลงทุนต้องรู้ทันโลก แต่ต้องเลือกเสพข่าวที่มีคุณภาพ (Signal) ไม่ใช่ขยะ (Noise)

  • ข่าวเศรษฐกิจมหภาค (Macro):
    • Bloomberg / Reuters / CNBC: อ่านหัวข้อข่าวหลักๆ เพื่อจับทิศทางลม (เช่น Fed จะทำอะไร, สงครามเกิดที่ไหน)
    • Krungsri Research / SCB EIC: บทวิเคราะห์ภาษาไทยที่ดีมาก ช่วยสรุปภาพรวมเศรษฐกิจให้เข้าใจง่าย
  • ข่าวคริปโต:
    • CoinDesk / The Block: สองเจ้านี้ค่อนข้างเป็นกลางและข้อมูลลึกเชื่อถือได้
    • Siam Blockchain / Bitcoin Addict: สำหรับตามข่าวในไทยไวๆ (แต่ต้องกรองความ Hype ออกนิดนึงครับ)

3. หมวดงบการเงิน (Financial Statements): อ่านสุขภาพบริษัท

อันนี้คือ “ลายแทงขุมทรัพย์” ของหุ้นครับ คุณไม่ต้องจบบัญชีก็ดูเป็นได้ ให้โฟกัส 3 บรรทัดนี้ครับ:

  1. งบกำไรขาดทุน (Income Statement): ดูว่า “ขายเก่งไหม?”
    • ดู: รายได้ (Revenue) โตขึ้นทุกปีไหม? / กำไรสุทธิ (Net Profit) เหลือเท่าไหร่?
  2. งบดุล (Balance Sheet): ดูว่า “ฐานะดีจริงหรือเปล่า?”
    • ดู: สินทรัพย์ (Assets) เทียบกับ หนี้สิน (Liabilities) บริษัทที่ดี หนี้ไม่ควรเยอะเกินตัว (D/E Ratio ไม่ควรเกิน 1.5-2 เท่า)
  3. งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement): ดูว่า “มีเงินสดในมือจริงไหม?” (สำคัญสุด!)
    • ดู: CFO (Cash Flow from Operations) ต้องเป็นบวก (+) เสมอ แปลว่าทำธุรกิจแล้วได้เงินสดจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชี

4. หมวด White Paper & Tokenomics: อ่านอนาคตเหรียญ

สำหรับคริปโต ไม่มีงบการเงินให้ดู แต่เราดู White Paper และ On-Chain Data แทนครับ

  • White Paper ต้องอ่านอะไร?
    • Problem & Solution: แก้ปัญหาอะไรให้โลก? (ถ้าบอกว่าทำเหรียญมาเฉยๆ = ข้าม)
    • Tokenomics (สำคัญที่สุด):
      • Supply: มีจำกัดไหม? หรือเสกเพิ่มได้เรื่อยๆ (Inflation)?
      • Distribution: ทีมงานเก็บไว้เองเยอะเกินไปไหม? (ถ้าทีมถือเกิน 20-30% ระวังโดนเทขายใส่)
      • Utility: เหรียญเอาไว้ทำอะไร? (จ่ายค่าแก๊ส, โหวต, หรือแค่ปั่นราคา)
    • Roadmap: สัญญาว่าจะทำอะไร แล้วทำได้จริงตามเวลาไหม?
  • On-Chain Metrics (งบการเงินฉบับคริปโต):
    • TVL (Total Value Locked): มีเงินมาฝากในระบบเยอะไหม? (ยิ่งเยอะยิ่งน่าเชื่อถือ)
    • Active Addresses: มีคนใช้งานจริงกี่กระเป๋าต่อวัน? (ตัวเลขนี้โกหกยากกว่าราคา)
    • Developer Activity: มีการอัปเดตโค้ดใน GitHub บ่อยแค่ไหน? (ถ้าเงียบไป 3 เดือน = โปรเจกต์ร้าง)

คำแนะนำเพิ่มเติม: ช่วงแรกไม่ต้องอ่านทุกอย่างครับ ให้เริ่มจาก “หนังสือ Mindset” ก่อน แล้วค่อยๆ ฝึกอ่านงบการเงินหรือ White Paper ของเหรียญที่คุณสนใจ (เช่น Cardano) วันละนิด พอทำซ้ำๆ คุณจะเริ่มมี “สัญชาตญาณ” มองปราดเดียวก็รู้ว่าของดีหรือของปลอมครับ

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *