บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

Wildflower: October, 2026

2026-10-04 ใน Wildflowers

2026-10-04 21:47

ยกเลิกโปรเจคการหาคู่ครอง จนกว่าจะมั่นคงและประสบความสำเร็จ

  • เราเลิกคิดที่จะมีคู่ครองในวัย 31 แล้ว เรารู้สึกว่าการที่เรายังไม่มั่นคง แล้วพยายามหาคู่ครอง ก็มักจะไม่ได้คู่ครองที่เรารู้สึกว่าเหมาะสม เพราะ คู่ครองที่ดีๆแบบที่เราคิดฝันไว้ ก็ไม่กล้าให้เขามาแบบรับภาระและความเสี่ยงกับเรา หรือต่อให้อธิบายจนเขาเข้าใจเรา ตัวเราเองก็จะเกิดความรู้สึกผิด และเสียสมาธิเองอยู่ดีที่จะต้องให้คนอื่นมาแบกความทะเยอทะยานของเราด้วย มันไม่ใช่วิสัยของวีรชน ต่อให้เราสำเร็จในอนาคตและมีคนเข้าหา และโดนหลอกในเรื่องความรัก ก็ยังดีกว่าให้คนอื่นมาจมปลักกับความฝันที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างของเราในตอนนี้ สุดท้ายมันอาจจะพังไม่เป็นท่าทั้งความฝันของเราและเรื่องความสัมพันธ์
    • แสวงหาปัญญา ทำตัวเองให้สำเร็จ จนเป็นที่พึ่งพาให้คนอื่นได้ก่อน แล้วค่อยไปลุ้นในอนาคตว่าจะมีคู่ครองแบบไหนก็อีกเรื่อง
  • มันเหมือนกับว่า ต่อให้เราเจอคนดีๆ ในตอนนี้ เราก็ไม่สามารถรักษาเขาไว้ หรือปกป้องเขาได้ เพราะเราเองก็ยังไม่มีความสามารถหรือความมั่นคงจริงๆ(​แม้ว่าเราจะพัฒนาตนเองขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว แบบก้าวกระโดด ด้วย Fasting+Exercise+Reading)
    • ส่วนคนที่เจอในตอนนี้ ที่พอคบได้แบบไม่รู้สึกผิด ก็จะเป็นกลุ่มที่ธรรมดาๆ ไม่ได้มีคุณสมบัติที่พิเศษใดๆ ซึ่งก็อาจส่งผลกับการทำตามความฝันในปัจจุบันของเราอยู่ดี หรือในอนาคตก็จะกลับเข้ากันไม่ได้ ทำให้เราเสียสมาธิจากทิศทางความสัมพันธ์ที่เริ่มไม่เข้ากัน
    • สรุปคือ ต้องไปทำตัวเองให้สำเร็จ มั่นคงเพียงพอก่อน จนเหมาะสมกับระดับคนที่ปัญญาและศีลเสมอกับเรา(สมชีวิธรรม) ค่อยคิดจะมีคู่ครอง

ไอเดียการจ่ายด้วยทรัพยากรเวลาและความฝัน

  • คิดว่าอยากจะซื้อเครื่องเล่นเกมส์​ แต่พอคิดถึงทรัพยากรเวลา พบว่ามันไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ทรัพยากรเวลาของเรามากขึ้น จัดการความซับซ้อนของชีวิตได้ดีขึ้นย่อมจะดีกว่า 2026-10-05 07:01
    • ถ้าจะไปเล่นเกมส์​วันละ ชม. เราว่าเอาเวลาที่มีจำกัดในแต่ละวัน มาอ่านหนังสือทั่วไปที่เราซื้อมากองไว้เต็มที่ให้จบจะดีกว่า ซึ่งก็ผ่อนคลายไม่ได้หนักสมองเหมือนกันและได้ประโยชน์ด้วย(แม้จะอ่านโดยที่ไม่ได้ทำสรุปจริงจัง แต่ความเข้าใจจากการอ่านได้เปลี่ยน algorithm การคิดไปเรียบร้อยแล้ว)
      • จริงๆเราย้ายการอ่าน physical book เข้าไปใน block rotation เอากลับออกมาเป็นช่วงเวลาพักผ่อน 1hr ก่อนนอนแทนจะดีไหมนะ
    • จะซื้ออุปกรณ์แบบจัดเต็มได้ ก็ต่อเมื่อ ช่วยเพิ่มเวลาในชีวิตได้,​ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น,​ เกี่ยวข้องกับความฝันของเรา

อยากตั้งโซ่มอเตอร์ไซค์เอง(ทำที่ร้านจ่าย 20 บาท) แต่สุดท้ายอาจต้องเสียหลายพัน

  • เรื่องตลกคือ เราอยากจะตั้งโซ่มอเตอร์ไซค์เอง ได้ลองเจอความยุ่งยาก ได้รับรู้ความเหนื่อยของการออกแรง ต้องรับมือกับปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน ซึ่งถ้าไปให้ร้านตั้งและหยอดน้ำมันให้ จะเสียแค่ 5 นาที และจ่ายแค่ 20 บาท แต่พอมาทำเองต้องเจอกับความไม่แน่ใจ และทำซ้ำวนไปมากว่าจะเสร็จ ใช้เวลา 1 ชมครึ่ง และทำมือถือตกจอแตก อาจต้องเสียเพิ่มอีก 3 พัน(ถ้าเปลี่ยนจอ) หรือ 6-10พัน กรณีเปลี่ยนเครื่องใหม่(แต่เราไม่ค่อยได้ใช้มือถือ วันนึงใช้ไม่เกิน 20 นาที ส่วนใหญ่ใช้แท็บเล็ต และแล็ปท๊อปมากกว่า ก็คงยังไม่เปลี่ยน ใช้ไปก่อน)
    • แต่เราว่าการทำเองมันได้ประสบการณ์ ซึ่งจะมีประโยชน์ในอนาคตระยะยาวนะ ต่อให้ครั้งนี้มีราคาที่ต้องจ่าย 1 หมื่นก็ตาม(มือถือ ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยนแหละ ดี่ที่เครื่องปัจจุบันเราซื้อมาแค่ 6พัน) ประสบการณ์การลงมือทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย จะสร้างทักษะที่อนาคตสามารถนำไปปรับใช้ได้กับอีกหลายอย่าง
    • ส่วนมือถือก็ได้บทเรียนว่าต้องใส่เคส เพื่อกันจุดเปราะบางบริเวณขอบจอ ไม่อย่างนั้นอย่างไรก็อยู่ไม่ยาว(ต่อให้ไม่แตกเพราะซ่อมมอเตอร์ไซค์ ก็แตกเพราะทำหล่นในกรณีอื่นๆอยู่ดี)

ความสามารถด้านภาษาแย่ลง

  • ลองอ่านบทความเก่าในบล๊อกก่อนๆ เราก็เขียนได้ดีมากอยู่เหมือนกันนะ เช่น เทคนิคทันตกรรม เป็นต้น และเทคนิคบางอย่างเราก็ลืมไปแล้วด้วย แต่พออ่านและนำกลับมาใช้พบว่าได้ผลดีทีเดียว
    • เรารู้สึกว่า ช่วงที่เราพึ่งพา AI มากเกินไป ทำให้ความคิดของเราตกผลึกได้ไม่ดีเท่าที่ควร และ การใช้ภาษาก็แย่ลงด้วย(เรารู้สึกว่าในบทความเก่าๆ เราใช้คำศัพท์ได้หลากหลายกว่า)

คนบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงในชีวิต

  • เราไม่ได้จำเป็นต้องสนิทสนมกับคนทุกประเภท จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่มักมุ่งไปในทางชั่ว ไม่ว่าจะคิด พูด หรือทำ มักจะเป็นไปในทางเบียดเบียนหรือในทางอกุศล ควรหลีกเลี่ยงการสร้างสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับคนเหล่านี้ จะเป็นโทษภัยต่อกุศล และความสุขสงบสันติที่เราแสวงหา

  • ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ปัญญาทางโลกและทางธรรม คือ สิ่งเดียวที่คอยหล่อเลี้ยงจิตใจจนกว่าจะหมดอายุขัย และจดบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้ลงในบล๊อกไปเรื่อยๆ เหมือนนักเดินทางผู้เดินทางเพียงลำพัง บนเส้นทางอันยาวไกลแห่งการแสวงหาปัญญาและความเข้าใจในความจริงของชีวิต ได้จดสิ่งที่เรียนรู้ไว้ตลอดการเดินทางอันยาวไกลที่เกือบจะไม่มีที่สิ้นสุดนี้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมาอ่านหรือไม่ ขอเพียงได้จารึกสิ่งที่เขาได้เรียนรู้เอาไว้ก็พอแล้ว2026-10-06 15:00

  • อืม ทุกวันนี้เราแทบจับมือถือนับนาทีได้เลยแฮะ เรารู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตเราเท่าไหร่นะ อย่างมากสุดคือ คุยกับเจ้าหน้าที่ ที่ทำงาน 2-3 ประโยคต่อวัน, อัพโหลดรูปที่เซ็นต์ตารางเข้างานลงกลุ่มไลน์ที่ทำงาน, social media ก็อยากจะหลีกเลี่ยงอยู่แล้วเพื่อโฟกัสกับตนเอง ส่วนประโยชน์อื่นๆ ก็ใช้หาข้อมูลนานๆที(มี tablet ที่ใช้ประจำได้ดีกว่าอยู่แล้ว), ถ่ายรูปสินค้ามือสองขายของ shopee(ซึ่งตอนนี้ก็ใช้ dedicated camera) ส่วนที่เหลือก็เช่นแอพธนาคาร(โอนเงิน), แอพการลงทุนที่เข้าสัปดาห์ละครั้ง,​แอพการเทรดวันละครั้ง2026-10-06 22:03

  • after the motorcycle accident, it takes a lot of time to recover in many aspects.2026-10-10 21:37

  • เวลา 30 นาทีของเรา ไม่ได้มีไว้เพื่อรีดผ้า แต่มีไว้อ่านหนังสือ เพื่อที่เราจะสามารถเอาความรู้มากำหนดชีวิตของเราเอง เพื่อที่ชีวิตของเราจะได้มีอิสระภาพ2026-10-10 21:37

    • ช่วงที่ผ่านมา เราเสียเวลากับ Gadget ไปเยอะมาก ทั้งๆที่มันไม่ใช่ core of life เช่น มอเตอร์ไซค์มือสองคันใหม่(วิ่งได้เร็วขึ้นนิดหน่อย แต่เสียเวลาจากการเรียนรู้ การบาดเจ็บ ลองผิดลองถูก หัดขับหลายเดือน แต่ก็ได้ความรู้เรื่องการขับรถและการดูแล), ซ่อมมอเตอร์ไซค์จนมือถือหล่น ต้องหาซื้อมือถือมือสอง(แต่ไม่ได้เสียเวลามาก แต่เสียตังค์ แต่ก็ได้ประสบการณ์ใหม่ในการเปลี่ยนมา ios ครั้งแรก), การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์ ทำให้เราปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาตนเอง(biohacking) ขนานใหญ่ นำมาสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในการทำงานและการพัฒนาของสมอง-ความคิด แต่หลายๆอย่างความจริงไม่จำเป็นต้องเกิด แต่พอเกิดแล้วเราเลยต้องหาทางจบมันให้สวยงามที่สุด
      • แต่กลับมาคิดๆดูอีกที ถ้ามันไม่เคยเกิด ชีวิตเราจะธรรมดาเกินไปไหม?​ ถ้าไม่เคยเกิดความผิดพลาด เราจะได้เรียนรู้ไหม?
      • แต่บางอย่างเราคิดได้ถูกทางอยู่แล้ว เช่น ตอนแรกเราคิดว่าจะไม่ซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ เพราะ ยิ่งรถเร็วยิ่งอันตราย แต่เพราะสิ่งแวดล้อม(มีไอ้เบื้อกมาเพ่งเล็งเรา จนเราต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ - แต่แทนที่จะเปลี่ยน mindset ที่ตัวเราเอง 🤣) รวมถึงคุยกับ AI เรื่องเทคโนโลยีในรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ที่ล้ำกว่า(แต่จริงๆที่ต้องมี เพราะมันอันตรายกว่านั่นเอง) จนสุดท้ายบ้าไปซื้อรถคันใหม่ เหอะๆ
      • ชีวิตธรรมดาๆ ทำสิ่งสำคัญที่ต้องทำ ให้ครบอายุขัยนี่แหละดีที่สุด(โดยไม่ต้องมีแรงเสียดทานที่ไม่จำเป็น) เราไม่ได้จำเป็นต้องเรียนรู้ความผิดพลาดทุกอย่าง ถึงจะไม่ผิดพลาดหรอก เพราะ เราอาจไม่ได้โชคดีรอดจากความผิดพลาด(ที่ไม่จำเป็นต้องเกิด)ได้เสมอไป นอกจากนี้ความผิดพลาดหลายๆอย่าง ไม่ได้จำเป็นสำหรับการสร้างประโยชน์ให้ใครหรือตัวเราเองแม้แต่น้อย

        • อย่าเอาตัวไป "ลอง" ในสิ่งเหล่านี้ : คลุกคลีกับคนชั่ว, ลองเสี่ยงอันตราย เพราะไม่เคยเกิดประโยชน์ใดๆให้กับชีวิต
  • ช่วงนี้เราไม่ได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่เลยแฮะ ต่อให้เป็นศัพท์ที่ไม่รู้จนต้องเปิดพจนานุกรม ก็ไม่ได้จดจำเป็นศัพท์ใหม่เท่าไหร่? อาจเพราะศัพท์เหล่านั้นเริ่มเป็นศัพท์ที่ใช้ไม่บ่อย จนไม่ได้เจอซ้ำ สมองเลยไม่ถูกกระตุ้นให้ต้องจำ

    • อีกเทคนิค คือ อ่านซ้ำของเมื่อวาน จะทำให้สมอง เข้าใจว่าศัพท์ที่ไม่คุ้นเหล่านั้นต้องใช้บ่อย ทำให้จดจำศัพท์ได้อย่างง่ายดาย2026-10-13 13:52
  • ประโยชน์ของการจัดตารางเวลา อาจไม่ใช่การ fix routine แต่เป็นตารางที่สามารถปรับให้ flexible กับชีวิตทุกรูปแบบ ทุกขณะ

2026-10-22 08:17

  • ระหว่างความรู้กับเงิน อย่างไหนจะทำให้มั่นคง มีอิสระภาพในชีวิตได้อย่างแท้จริง
    • ถ้าไม่มีความรู้ มีเงินก็ค่อยๆหมดไป แต่ถ้ามีความรู้ ก็หาเงินใหม่ได้เรื่อยๆ
    • แต่เงินก็มีความสำคัญในการเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงชีวิตในระยะสั้น(ต้องมีเงินสำรองติดตัวไว้เสมอ) ถ้าไม่มีเงินหรือความมั่นคงระดับหนึ่ง หรือกระทั่งเป็นหนี้ ก็ยากที่จะมีสมาธิอ่านหนังสือได้ดี
    • ใช้เงิน เพื่อซื้อเวลาและสิ่งแวดล้อม สำหรับเพิ่มความรู้

2026-10-23 18:51

  • เก็บ score ด้วยการทำ Block rotation แลกแต้มระหว่างวัน ถ้าคะแนนไม่ถึง จะไม่ให้พักผ่อน หรือ เล่น หรือกินข้าว หรืออะไรสักอย่าง
  • วันไหนที่อ่านได้ไม่ถึง 2 block จะไม่มีกิจกรรม relax เพราะ สมองยังไม่ได้ใช้งานจริงๆแต่อย่างใด เหมือนกับวันไหนที่เราไม่ได้ออกกำลังกาย แต่กลับกินแคลอรี่เกิน

2026-10-25 22:31

  • เราจะหลุดโลกไปไหม ถ้าเราไม่สนใจใครเลย ทำงานและอ่านหนังสือ ไม่คุยกับใคร แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติก็ได้
    มันเหมือนถ้าเราใช้ตัวชี้วัดความสำเร็จรายวัน เป็นการได้เข้าสังคม เราคงต้องทุกข์ไปตลอด จากกิเลสของคนอื่น
    แต่ถ้าเราวัดความสำเร็จรายวัน จากชีวิตเงียบๆ เหมือนพระป่า และศึกษาหาความรู้ไปเรื่อยๆ ใครอยากคุยก็เข้ามา ใครไม่อยากคุยเราก็ไม่ต้องไปพยายามหาเรื่องคุย มุ่งเน้นศึกษาตนเอง ความรู้ทางธรรมและทางโลก น่าจะเป็นแนวทางที่ดีกว่า

2026-10-25 22:08

  • แผนต่อไปของเรา คือ มุ่งเน้นการอ่านหนังสือ ส่วนการทำหัตถการทันตกรรม ก็ใช้โหมด autopilot ได้แล้ว
    • จริงๆการนำไปใช้ก็คือ ที่ผ่านมาเราอ่านแบบออมแรงตลอด ไม่กล้าทุ่มพลังโฟกัสกับการอ่านเต็มที่ เพราะกลัวว่าพลังสมองจะไม่เหลือไปโฟกัสกับงานทันตกรรม แต่ตอนนี้เหมือนเราอัพ handskill ทางทันตกรรมจน rank เต็ม(หรือสูงระดับหนึ่ง)แล้ว เราจะจริงจังกับการอ่านมากขึ้น
    • ตอนนี้เราอ่านแบบ general หลายๆศาสตร์ก่อน พอเริ่มอยู่ตัวเอาความรู้มาพัฒนาฐานชีวิตได้แล้ว ก็จะไปจริงจังกับ computer engineering ต่อ(self study - ไปสอบเข้าเรียนป.ตรีใหม่ เขาไม่รับ ระบบยุ่งยาก 🥲)
    • อย่างไรงานทันตกรรม ก็ยังต้อง focus อย่างจริงจัง จะใช้ autopilot mode ไม่ได้ เพียงแต่จะเพิ่มการโฟกัสกับการอ่านหนังสืออย่างจริงจังได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่างานทันตกรรมจะแย่ลง(เพราะเราเพิ่ม rank มาสูงแล้ว)

2026-10-27 12:46

แนวคิดจัดลำดับความสำคัญของคนที่เกี่ยวข้องในชีวิต

  • บางคนในสายตาเราเหมือนฝุ่น บางคนเหมือน เพชร, อัญมณีที่ล้ำค่า, เหล็กกล้า ,ฯลฯ
    • คนประเภทฝุ่น คือ คนที่ไม่ได้มีคุณสมบัติภายในเฉพาะตัวที่โดดเด่นมากนัก ไม่ว่าจะในแง่ความพยายาม,แนวความคิด,หรือความรู้(เรื่องทรัพย์สินนอกกาย หรือ connection ไม่นับว่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัว เพราะ ใช้ไม่ได้ทุกที่และไม่ได้คงอยู่ตลอดชีวิต) ดังนั้น คำพูดและการกระทำของเขา ไม่ควรมีผลต่อจิตใจ ความคิด ความรู้สึกของเรา เหมือนฝุ่นที่ลอยเข้ามาอยู่ในสายตา ในระหว่างทางเดินชีวิตอันยาวไกล อาจทำให้เราระคายเคืองได้บ้าง แต่ไม่ได้ทำให้วิถีทางหรือเป้าหมายของเราเปลี่ยนไป
    • คนประเภทขยะ คือ ประเภทที่ไปข้องเกี่ยวมีปฏิสัมพันธ์เมื่อไหร่ ต้องพยายามหาเรื่องไม่ดีมาทำร้ายจิตใจ ความคิด ความรู้สึกของเรา เหมือนขยะที่มีกลิ่นเหม็น น่าขยะแขยง ควรหลีกห่าง

2026-10-29 15:32

  • ความเห็นส่วนตัว ปัญหาของการเรียนในจุฬาที่เราเคยเจอไม่ว่าคณะไหน คือ นิสิตส่วนใหญ่ทะเยอทะยานมุ่งใฝ่หาความสำเร็จ มากกว่าความชอบในสิ่งที่เรียน หรือมิตรภาพ(ความทะเยอทะยาน > ความชอบ) ส่วนใหญ่เรียนเพื่อแสวงหาความก้าวหน้า คอนเนคชั่นต่างๆ ด้วยความเป็นหัวกะทิ ต่อให้ไม่ได้ชอบในสิ่งที่เรียนก็ยังเรียนได้ดี ซึ่งอาจไม่เหมาะกับเรา
    • แต่ถ้ามหาลัยที่เป็นรองลงมา จะมีเด็กกลุ่มกลางๆ ที่เรียนด้วยแรงขับเคลื่อนของความชอบจริงๆ มากกว่าความทะเยอทะยานในชีวิต(ความชอบ > ความทะเยอทะยาน)
    • แต่ก็ไม่ใช่ว่าจุฬาจะมีแต่คนที่ทะเยอทะยานเสมอไป เพียงแต่จะมีกลุ่มคนเหล่านี้มากกว่าเท่านั้น แต่ถ้าเราเก่งพอที่จะดึงดูดคนที่มีความชอบเหมือนกันได้ ก็น่าจะสามารถสร้างกลุ่มที่ไม่ได้เชื่อมโยงกันด้วยความชอบในสิ่งหนึ่งๆมากกว่าความทะเยอทะยานได้

2026-10-31 21:09

  • เหมือนทุกอุปกรณ์ที่เราลงทุนไป ยังไม่ได้ให้ผลตอบแทนคืนเท่าไหร่ จริงๆ ที่ยังซื้อเพิ่มมากมาย เพราะมันยังไม่ดีพอไหมนะ หรือปัญหาอยู่ที่เรากันแน่?
    • บางอันซื้อมาแล้วสุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้ ใช้อุปกรณ์อีกอันที่สะดวกกว่าทดแทน แปลกมากที่เรามี macbook air m4, tablet, smartphone, e-reader แล้ว แต่เรายังอยากได้ laptop x86 ที่เชื่อใจได้อีกเครื่อง(เพื่อมาลง linux จริงจัง) และอนาคตอาจประกอบคอมอีก อุปกรณ์เก่าของเรายังไม่ช่วยให้เราสร้างผลผลิตที่คุ้มทุนเท่าไหร่ เราก็อยากจะลงทุนต่อเพื่ออุปกรณ์อื่นอีกแล้ว
    • หรือเป็นเพราะเราไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไรจริงๆ จนกว่าจะได้"ใช้เงิน" ทดลองสิ่งเหล่านั้นจริงๆด้วยตนเอง เพียงเพื่อให้ได้กระบี่คู่กาย กลับต้องใช้ทุนมหาศาลเพื่อตีอาวุธออกมาหลายรูปแบบ

2026-11-01 19:09

หลงความสำเร็จย่อยทำให้ลืมเป้าหมาย

  • หรือที่เราหงุดหงิดง่าย อาจเป็นเพราะอีโก้สูง เมื่อทำงานได้ดีขึ้นกว่าค่าเฉลี่ย นอกจากนี้เราก็ลืมเป้าหมายของเราเอง ที่ความจริงจริตนิสัยของเราอาจไม่เหมาะกับการเป็นทันตแพทย์ แต่เราเหมาะกับงานด้านโปรแกรมเมอร์มากกว่า แต่เราลืมไป การยึดกับทักษะการทำหัตถการที่พัฒนาขึ้นทำให้เราอีโก้สูง จนหลายๆอย่างที่คนรอบข้างทำกับเรามันดูไม่สมเหตุสมผล
    • ถ้าเรากลับมายึดหลักการดำเนินชีวิตและมีเป้าหมายเสมอว่า "จริงๆตอนนี้เราปลอมตัวมาทันตแพทย์​ แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่เหมาะกับเราคือการเป็นโปรแกรมเมอร์" เราจะดำเนินชีวิตได้อย่างสอดคล้องกับสิ่งรอบตัว และทุกอย่างจะสมเหตุสมผลอย่างลื่นไหลมาก