Activity list that ≥ 1hr
Bad activity for dopamine
timestamp
|
Tracking variable
Score
|
July Big Activity log, 2026
2026-07-06 ใน Not workสรุปว่าเลิกใช้(deprecated) เพราะไม่มีประสิทธิภาพ กว่าจะบันทึกแต่ละรายการ กิน will power และ เวลาไป 20 นาที ซึ่งไม่คุ้มมากๆ แถมกลายเป็น friction ที่ทำให้ไม่อยากอ่าน เพราะ "ยังไม่พร้อม set ตาราง activity log" (ซึ่งไม่น่าจะเป็นเหตุผลเลย) และผลการบันทึกก็ไม่ได้ใช้อะไรเท่าไหร่ สรุป แค่บันทึกหยาบๆ ว่าแต่ละวันทำได้กี่ major block, reading continuity เท่าไหร่ ในตาราง biohacking เดิม ก็ได้ผลไม่ต่างกัน
Definition
2026-07-06 10:11
Day net Total : 19
| timestamp start-end | [B]lock tag | hr. | R | F | S | Net score = H. x (R+2F+S) | note |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
9:00 | w | 1 | 1 | 2 | 3 | 8 | dental, only extraction |
10:40 | f | 0.5 | 2 | 2 | 2 | 4 | Tripitaka |
11:26-15:00 | p | 2 | 1 | 2 | 2 | 7 | rust |
2026-07-07 07:23
Day net Total : 55.5
| Timestamp start-end | [B]lock tag | Activity note | hr. | R | F | S | Net score = H. x (R+2F+S) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
- 12:47 | w | dental many patients | 3 | 1 | 3 | 2 | 27 |
- 15:37 | w | do a lot of work | 2 | 1 | 3 | 2 | 18 |
15:38 - | m | english grammar | 1.5 | 1 | 2 | 2 | 10.5 |
หลักการ
🛠️ The First Draft (20% Raw Concept)
2026-07-07 18:06
การกำหนด timestamp คือการกำหนดสัจจะ ก่อนที่จะทำแต่ละอย่าง มีผลทางจิตวิทยาทำให้มีสมาธิทำสิ่งนั้นๆดีขึ้น
2026-07-06 10:51
อย่าคาดหวังว่าการเก็บค่า tracking จะทำให้เปลี่ยน habit เพราะ มันคนละเครื่องมือกัน เก็บค่าคือเก็บค่าอย่างเดียว เปลี่ยน habit เป็นเรื่องของข้อตกลง และ การทำตารางเวลา
2026-07-07 08:36
- ระบบต้องรันได้เองโดยไม่จำเป็นต้องมีข้อกำหนดหรือกฏระเบียบมากมาย ซับซ้อน
2026-07-05 18:15
เราจะทำบันทึก log การอ่านหนังสือ ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพนะ
บันทึกความรู้สึก ก่อนทำ-ช่วงแรก ระหว่างทำ และช่วงท้าย ดีไหมนะ ฯลฯ
เราว่าจะบันทึกเป็นคะแนนตัวเลขเฉยๆ ของแต่ละกิจกรรม ที่ทำต่อเนื่องนานกว่า 30 นาที อาจจะไม่ใช่แค่อ่านหนังสือ
- คะแนน คือ 3 - excellent/satisfied 2 - good/same same 1 - worse/unsatisfied
ช่วงเริ่มแรก - วัดแรงต้าน และความยากในการเริ่มเนื้อหาของกิจกรรมใหม่(readiness=R) ระหว่างทำ - วัด Focus continuity(F) ว่าอ่านได้ต่อเนื่องแค่ไหน หลังทำ - วัดความรู้สึกหลังอ่าน(satisfaction=S) ว่าอยากอ่านต่ออีก(3) หรือ เฉยๆ(2) หรือ รู้สึกผิดที่ไม่จดจ่อ(1)
ประเภทของกิจกรรม นับรวมการทำงานประจำด้วย
-
Work[w], Prime block[p], Major block[m], Minor block[n] แต่มันจะมีกิจกรรมพวก entertainment[e] ปะปน ซึ่งน่าจะได้คะแนนเต็มอยู่แล้ว - > อาจคิดเป็นคะแนนติดลบ(ยิ่งพึงพอใจเท่าไหร่ ยิ่งติดลบ) เพื่อดูความสามารถในการควบคุมตนเอง
-
จด work[w] ด้วยเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการบันทึก(retain cognition) และจะได้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
แต่เราจะคิดคะแนนสุทธิอย่างไรดีนะ คะแนนทั้ง3(R/F/S) จะถ่วงน้ำหนักกับประมาณเวลาที่ทำ ก็คิดเป็นต่อ ชม.ถ้าทำ 1.5 ชม ก็เอามาคูณกับคะแนนรวม แต่เหมือน F น่าจะสำคัญสุด, R,S เป็นรองลงมา
ในสิ้นสุดวัน ก็บันทึกคะแนนสุทธิลง ตาราง biohacking ด้วย
แต่มันจะบันทึกจุกจิก คำนวณเยอะ และยุ่งยาก มากไปไหมนะ ต้องปรับตารางให้บันทึกง่ายๆ
จริงๆ มันจะเหมือนกับการบันทึก activity ทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นยันหลับไหมนะ เราว่าไม่ควรและมันจะเฟ้อเกินไป แต่เราจะจดเฉพาะกิจกรรมที่เราสามารถเลือกจะ ทำหรือไม่ทำ ในเวลาว่างได้ = กิจกรรมนอกเวลา/Free will ก็คือ กิจกรรมใดๆ ที่ไม่ใช่ routine, งานประจำ, biological ที่ต้องทำตามปกติอย่างที่ควรจะทำอยู่แล้ว
- กิจกรรมที่จดจะไม่เกี่ยวกับ biological(ออกกำลังกาย, กิน, นอน) เพราะมีตารางบันทึกของ biohacking อยู่แล้ว และมันใช้ will power คนละแบบกับ "สิ่งที่จะจด"
- กิจกรรมที่จดจะไม่ใช่ routine ที่ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น เดินทางไปทำงาน อาบน้ำ เป็นต้น
- กิจกรรมที่จดจะไม่ใช่งานประจำ แม้ว่าบางวันงานจะเยอะจนไม่ได้ทำ และอาจทำให้คะแนนตกฮวบ แต่เราจะเอาคะแนนมาประเมินรายสัปดาห์ ซึ่งแต่ละสัปดาห์มักมีความใกล้เคียงกันในลักษณะของงานประจำอยู่แล้ว
แต่คำถามคือ บันทึกไปทำไมกัน
- จะเป็นการประเมิน ความ productive ได้แบบเป็น "รูปธรรม" มากขึ้น และถ้าเอาไปเชื่อมกับ biohacking log ก็จะได้รู้ว่ามันส่งผลเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
Bad ideas / ideas that don't work
ยกเลิก การยกเลิก start timestamp = ทำต่อ เพราะ จริงๆมันดีจะ กำหนดเวลาเริ่ม เหมือนบอกจิตใต้สำนึกให้จดจ่อในภารกิจ แต่ถ้ามีกิจกรรมที่ มา overlap ก็บันทึกแทรกได้ตามปกติ
ยกเลิกการบันทึก timestamp ตอนเริ่ม(บันทึกแค่ตอนเสร็จ)
2026-07-07 08:16
- บันทึก timestamp แค่ตอน finished เพราะ ถ้าบันทึกตอน start มีแนวโน้มที่จะเกิดความรู้สึก พะวง ว่ามันจะเสร็จเมื่อไหร่
- รวมถึงบางทียังไม่พร้อมมากนักสำหรับการอ่าน แต่พอ stamp เวลาเริ่มไปแล้ว ก็ต้องจำใจฝืนทำ ทั้งๆที่ไม่พร้อมและมีสมาธิไม่เต็มที่ เช่น กินข้าวอยู่ แต่ดัน stamp เวลาเริ่มฝึกภาษาไปแล้ว ทีนี้จะฝึกอ่านออกเสียงก็ทำไม่ได้ และ ต้องแบ่งสมาธิไปตักอาหารเข้าปาก
- ทุกอย่างจะบันทึกในตอนเสร็จแล้วทีเดียว ไม่ต้องยุ่งยาก บันทึกก่อน-หลัง โดยระหว่างทำก็ค่อนข้างอิสระ จัดการกิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม ไม่ต้องพะวงว่าเริ่มแล้วจริงๆนะ
- ถ้ามีกิจกรรมแทรก อันไหนเสร็จก่อนก็บันทึกอันนั้นก่อน
ยกเลิก distraction time
- เรื่อง distraction แท้จริงมันไม่ใช่การไปทำกิจกรรมอื่นก่อน แต่มันคือทั้งๆที่ทำกิจกรรมนั้นๆอยู่ แต่ไม่มีสมาธิต่างหาก เช่น
- อ่านหนังสือไป กินอาหารไป ต้องพะวงกับการจัดการอาหารบางอย่างที่วิธีกินซับซ้อน จนไม่มีสมาธิอ่าน นั่นคือ distraction แท้จริง
- แต่กลับกัน ถ้าเราอ่านหนังสืออย่างมีสมาธิ แต่บังเอิญวันนั้นสมองแล่นเกิน เลยมีไอเดียใหม่ ที่ต้องไปทำก่อนไม่อย่างนั้นจะลืม และกลับมาอ่านใหม่อย่างมีสมาธิ อย่างนี้ก็ไม่เรียกว่า distraction
- ดังนั้น การบันทึก distraction time ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดสักเท่าไหร่
Distract(min) = timestamp(real time used) - real worked time
Distraction time
- เราสามารถใช้ timestamp ก่อน-หลัง มาวัด distraction time ได้ เมื่อเทียบกับนาฬิกาข้อมือที่จับเวลาเนื้อๆที่ได้ทำงานจริง
- โดยเราจะจับเวลาที่นาฬิกาข้อมือคู่ขนานกันไป โดยจะ pause หาก distract ไปทำกิจกรรมอื่น และ resume เมื่อกลับมาทำต่อ และจะสิ้นสุดเมื่อ
เวลาเนื้อๆถึงตามที่กำหนดไว้- จากนั้น เอา timestamp มาเทียบ ก่อน-หลัง ว่าเราใช้เวลาเกินมาจาก
เวลาเนื้อๆเท่าไหร่ ก็คือ distraction time- แต่กรณีที่ต้องหยุดจากปัจจัยภายนอก เช่น มีภารกิจ เป็นต้น เราจะ timestamp เวลาที่ pause และ resume ไว้ด้วย แต่ถ้าลืม ก็ถือว่าเป็นโมฆะ และตัดการคำนวณ distraction time ใน block นั้นไป(บันทึก แค่ RFS)
- แต่ distraction time อาจไม่ได้ใช้จริง เพราะมีข้อเสียคือ
- บางที เรายังโฟกัสกับเนื้อหาได้ดี(focus continuity[F] ดี) แต่เกิดมีไอเดียผุดขึ้นระหว่างอ่าน จนต้องหยุดอ่านและไปบันทึกหรือทำไอเดียนั้นก่อนที่จะลืม แล้วกลับมาอ่านต่อได้อย่างมีสมาธิ ซึ่งกรณีนี้ distraction time จะมากกว่าปกติ แต่ RFS จะตรงจุดกว่า