June, 2026
2026-06-01 ใน Wildflowers2026-06-01 08:56
ความรู้ > เวลา > เงิน
- เงินจะสูญเปล่าถ้าไม่มีเวลาชีวิตเหลือ(แก้ใกล้หมดอายุขัย)
- เวลาชีวิตจะสูญเปล่า ถ้าไม่เปลี่ยนมันเป็นความรู้ ดังนั้น ความรู้จึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด อยู่เหนือกาลเวลาและเงินทอง
ตอนกินอาหารอาจไม่สะดวกทำ Major block เพราะ ไม่สะดวกพิมพ์ อาจเปลี่ยนไปทำ minor block แทน
ดูหนัง eng no sub สองรอบน่าจะเป็นวิธีการฝึกภาษาที่ดีนะ
2026-06-03 07:17
เหมือนคนสมาธิสั้น จะสิ่งที่ชอบได้ดี แต่อะไรที่ไม่ชอบ จะกลายเป็นไม่เอาไหน
2026-06-05 05:04
การเรียนภาษาอังกฤษ ที่ไม่มี feedback อย่างเหมาะสม(อย่างน้อยตำราให้เราคอยเทียบฝึกว่าใช้ถูกไหมในแต่ละจุด) ก็เหมือนเรียน Rust ด้วยการอ่านตำรา The book(ที่อนุมาณว่าเราเข้าใจพื้นฐานมาแล้ว) โดยยังไม่มีความเข้าใจ syntax พื้นฐาน และได้แต่เดาความหมายไปเรื่อย แต่ไม่มีการเรียนรู้พื้นฐาน syntax แต่ละอย่าง อย่างเหมาะสม
2026-06-07 09:58
หรือจริงๆ ปัญญาที่เรากำลังแสวงหา คือปัญญาสูงสุดในทางธรรม ที่เหนือกว่าปัญญาในโลกทั้งปวง และมิตรที่เราแสวงหา ก็คือมิตรในทางธรรม ที่เหนือมิตรทางโลกทั้งปวง
- เดินจงกรมวันนี้ดีนะ(เดินขณะฟังเทศน์หลวงพ่อปราโมทย์) เห็นจิตเคลื่อนไหว แม้จะเห็นไม่ชัด แต่ด่ีที่ได้เห็น
2026-06-07 12:47
เหมือนถ้าเรากินอาหารพวกกับข้าวถุงที่ปรุงรสเยอะๆ เราจะไม่ค่อยมีสมาธิอ่านหนังสือแฮะ
- ถั่ว ต้องต้มเดือดแล้วแช่ไว้ 1 ชม ถั่วจะจะไม่แข็งมาก ถ้าน้อยกว่านี้เช่น 30 นาที ถั่วจะแข็งมาก สำคัญคือให้เวลาที่น้ำจะได้ซึมเข้าถั่ว
- ถ้าอยากอ่านหนังสือได้ทั้งวัน ก็ไม่ต้องกินอาหารปรุงแต่งรส
2026-06-08 13:05
- เราว่า การเรียนแบบมีเป้าหมายว่าจะต้องรีบไปทำอันนี้ๆให้ได้ (เรียนแบบผู้ใหญ๋) นั้นไม่ดี
เรียนแบบไม่มีเป้าหมาย แต่ซึมซับความสวยงามสูงสุดในสิ่งนั้นๆ (เรียนแบบเด็ก) ไม่ได้คาดหวังว่าจะเอาไปทำอะไร ดีที่สุด ก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจสูงสุด อาจกินเวลานานกว่าหน่อยแต่คุ้มค่า
2026-06-08 19:41
2026-06-10 08:08
รับมือกับคนพาลที่เข้ามาเจาะระบบ
ทะเลาะกับคนพาล ชนะไปเราก็ไม่ได้อะไร เราจะมีแต่เสียเวลา เสียสมาธิ อันประเมินมูลค่าไม่ได้ ต่างจากคนพาลเบาปัญญาที่ไม่มีอะไรจะเสีย- จริงๆ เหมือนระบบชีวิตเรายังไม่แกร่งพอแฮะ เพราะ พอเจอคนพาลเข้ามาทีเดียว ระบบก็ล่มไปเยอะ กว่าจะกู้กลับมารันได้ 100% focus คงต้องใช้เวลา มันเหมือนเป็น ecosystem ที่ดี แต่ไม่มี Security คอยป้องกันเลย - แทนที่จะรอให้คนพาลเข้ามาHack เราทดลองHackตัวเองก่อน ลองทำนิสัยพังๆบ้าง ทำผิดพลาดให้คนอื่นเห็นบ้าง แต่ยังทุ่มเทกับจริงจังกับการพัฒนาตนเอง(หรือจริงจังให้มากขึ้นจนลืมโลกไปเลย) หรือทั้งคู่ - ภายนอกทำตัวพังๆ ให้มีความผิดพลาดบ้าง ภายใน จริงจังจนลืมโลกรอบข้าง(ความสำคัญของโลกรอบข้างลดลง) - (1)เราต้องการเกราะป้องกัน อัตลักษณ์ภายนอก ที่คนจะมาโจมตีได้ยาก เพราะ บางทีอัตลักษณ์ถูกโจมตี ระบบภายในก็สั่นคลอน หรืออีกวิธีคือ (2) ทำตัวให้ invisible ไม่ยึดกับตัวตน - อย่างกินทามะ เหมือนคุณกินไม่ถูกคนพาล hack อัตลักษณ์ได้ง่าย อาจเพราะมันแตกสลายจนไม่เหลือเศษซากไปนานแล้ว เราอาจจะทุบอัตลักษณ์เราให้แหลกสลายไปเลย แล้วที่เหลือคือ ความ invisible - ทุบอัตลักษณ์ ที่หลงยึดติด แต่แท้จริงเปราะบาง และไม่เที่ยงแปรปรวนตามโลกธรรม (มีเจริญมีเสื่อม ขึ้นอยู่กับการให้ค่าของคนรอบข้าง ขึ้นกับสังคมสิ่งแวดล้อม และอิงกับคนอื่น) ทิ้งไป รักษาไว้คือดาบในใจที่เที่ยงตรงและไม่มีวันหัก แบบคุณกิน - แต่เหมือนคุณกินก็มีเขี้ยวเล็บไว้ตอบโต้ หรือผดุงความยุติธรรม ที่อยู่ในใจได้อยู่นะ อย่างน้อยๆก็ดาบไม้(ที่ฟันเหล็กกล้าได้โดยแทบไม่เคยหัก) และ ขาที่วิ่งหนีได้เสมอจงยอมแพ้แต่แรก แล้วเอาเวลากลับไปสร้างประโยชน์ในชีวิต ใช้เวลาบ่มเพาะ พัฒนาปัญญา ฝึกตน สร้างชีวิตให้สุขสมอภิรมย์ยิ่งๆขึ้นไป
ราชสีห์ ยอมแพ้ สุกรเปื้อนคูถ แล้วเดินจากไป เพราะ รังเกียจความสกปรก ฉันใด บัณฑิต พึงหลีกเลี่ยงคนพาลผู้ชื่นชอบการทะเลาะ เพราะ ไม่เกิดประโยชน์ ฉันนั้น
สุดท้ายสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ คือ "มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ กับคนพาลกะจ้อยร่อยนี้"
อย่าไปให้ค่ากับความคิดของคนอื่นที่มีต่อเรามากนัก เพราะ "มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ"
เราเพียงแต่ยิ้มรับข้อบกพร่องของตน ถอนหายใจให้กับความเขลาของตนเองสักที และพัฒนาตนเองต่อไปให้ดีที่สุด ชีวิตมีแค่นี้แหละ
2026-06-10 07:40
AI is your friend, not your foe.
AI เป็นมิตร ไม่ใช่ ศัตรู เพียงแต่ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานเครื่องมือนี้ ของแต่ละคน
ใช้ AI เป็นที่ปรึกษาได้ แต่อย่าใช้ AI คิดแทน เรียนแทน ตัดสินใจแทน คนที่จะทำสิ่งเหล่านั้นคือตัวเราเท่านั้น แล้วเราจะเก่งขึ้นแบบทวีคูณเมื่อมี AI
2026-06-11 16:13
- ฟังเพลงแล้วรู้สึกดีขึ้น เป็นเพลงของ Drew Holcomb
2026-06-13 14:23
Learn programming with pencil and paper first
- Making cheatsheet for syntax and code while studying is a very effective way for future usage. It's good choice to write down with pencil in your favourite notebook. In this way, you don't need to worry about remembering any unimportant syntax(which you don't need to - let your notebook handle it, not your brain), while still catching up with every next chapter and connecting back to the previous on the same time.
- Creating a personal cheatsheet acts as an external hard drive for your brain, reducing cognitive load so you can focus entirely on understanding the core concepts
- Analog notebooks provide infinite formatting freedom, seamless page-flipping, and zero eye strain, unlike tablets and digital screens.
- Then if you have already mastered the code, you won't need the notebook any more, you will just automatically look up for the forgotten syntax on the web documentation on your own.
- Once a language becomes second nature, documentation transforms from a learning textbook into a quick-reference dictionary
- มันฟังดูตลกดีนะ ที่เรียน programming ก็ยังคงต้องพึ่งดินสอและสมุดจด เพราะ มันจัดรูปแบบได้อิสระกว่า และถ้าจดใน tablet ก็เปิดพลิกหน้ายาก(และปวดตา) แต่พอเก่งแล้ว ก็ทิ้งที่จดไวยากรณ์จุกจิกทิ้งไปได้ แล้วเวลามีจุดติดขัดค่อยหาข้อมูลในเว็บเอา
- แผนการณ์ตอนนี้ อาจยังเรียน programming แบบขำๆ อ่านทันตกรรมแบบจริงจังกว่าหน่อย? แต่พอมีเงินเก็บมากขึ้น หรือ เชี่ยวชาญ programming แล้ว(อย่างใดอย่างหนึ่ง) ค่อยลาออกมาทำจริงจัง แล้วเปลี่ยนมาทำฟันแบบขำๆ
- แต่เราก็อยู่แค่อนามัย ถ้าเจอปัญหายากๆก็แค่ refer ก็ได้ไหมนะ?แต่บางทีปัญหายากก็มาแบบคาดไม่ถึง อย่างไรเราก็ต้องจริิงจังไว้ก่อน
2026-06-14 08:20
- เวลาจะตัดสินใจ หรือพูด หรือทำอะไร ให้ดูใจตัวเองที่มีโลภะ โทสะ หรือ โมหะก่อน ถ้ามีอยู่ รอให้มันดับไปก่อน(บางอย่างอาจใช้เวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ หลายเดืิอน กว่าม่านหมอกแห่งอคติและความลำเอียงในใจจะจางลง แต่สุดท้ายก็จะต้องดับอยู่ดี) จึงค่อยตัดสินใจทำสิ่งนั้นๆ จะทำได้อย่างมีเหตุผล รอบคอบ และตรงจุดมากๆ
2026-06-16 07:32
- เราชอบความรู้ทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่ไม่ชอบ เพียงแต่อคติ หรือ ความปราถนาทั้งจากภายนอกและใน ทำให้เราไม่เป็นกลางต่อบางอย่าง(เลือกที่จะอยากรู้ หรือ ไม่อยากรู้บางอย่าง) แท้จริงแล้วทุกความรู้ ความเข้าใจ ที่อยู่ในขอบเขต ศีลธรรม ไม่เบียดเบียน หลงมัวเมา นั้นสวยงามเสมอ
- เราชอบความรู้ทุกอย่าง แต่ programming นี่แหละ เจ๋งที่สุด เราจะไม่ยอมปล่อยสิ่งที่เรารักให้หลุดมือไปอีกแล้ว ไม่ว่าจะถูกล้อเลียนว่า ดูปัญญาอ่อน เด๋อด๋าแค่ไหน ก็ต้องปกป้องสิ่งที่รักนี้ไว้ให้ได้
2026-06-17 06:12
- เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เราต้องการมีคู่ครองจริงๆหรือไม่ sex drive เป็นเพียงสิ่งที่เกิดตามธรรมชาติและวัย ที่ทำให้เรารู้สึกอยากมี แต่ถ้ามีคู่ครองแล้วชีวิตไม่ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีแล้วกลับย่ำแย่ลงในหนทางแสวงหาปัญญา ควรอยู่อย่างสงบ สันโดษ ปลีกวิเวก และหาความรู้เพิ่มปัญญาไปตลอดชีวิตจะดีกว่า
2026-06-17 13:15
-
แคะขี้มูก โดยใช้น้ำ ดีกว่าใช้กระดาษทิชชู่ เพราะ กระดาษทิชชู่ มักหลงเหลือเศษขุย เล็กๆ ไว้ที่เยื่อบุจมูก และเป็นภูมิแพ้
-
สุขภาพตา มือ และ สมอง สำคัญมาก สำหรับทันตแพทย์ เพราะ หมายถึงชีวิตฟันอีกหนึ่งซี่ ของคนอีกหนึ่งคน
2026-06-16 14:07
- อย่าลืม compare zone2, 4x4, hiit, zone4 กับค่า HRV
- อ่านข่าว reuters อย่าคาดหวังว่าจะได้ข่าวที่เป็นกุญแจทำเงิน เพราะ ปกติกุญแจทำเงินหลายๆครั้ง จะอยู่ในข่าวที่เราอ่านเล่นๆ ไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่ แต่กลับได้ประเด็นสำคัญ เพราะฉะนั้น อ่านไปเถอะ อะไรที่สนใจหรือไม่สนใจก็อ่านไปเรื่อยๆ อ่านเพื่อซึมซับความสนุก ว่าคนฉลาดๆ เหล่านี้กำลังตัดสินใจทำอะไร เพราะ อะไร
- ทำไมการอดนานกว่า 20 hr ถึงทำให้ปีศาจที่คอยทำให้เราคิดไม่ดีกับคนอื่นสงบลงได้? :การอักเสบจากอนุมูลอิสระจากการเผาผลาญ, GABA
2026-06-19 06:50
ลำดับการพัฒนาของการออกกำลังกาย
กล้ามเนื้อ -> ปอด -> หัวใจ -> กล้ามเนื้อ -> ...(วนไปเรื่อยๆ)
- กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น สะสมไกลโคเจนได้มากขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น จนหอบได้หนักลึกขึ้น
- สักพัก ปอดจะแข็งแรงขึ้น หอบหนักๆ กลายเป็นหอบธรรมดา (จาก pace เดิมที่เคยหอบหนัก) แต่หัวใจจะถูกดันไป zone5 นานขึ้น
- สักพัก หัวใจจะแข็งแรงขึ้น วิ่งที่ pace เดิมได้โดยที่ HR ลดลงและ คงที่มากขึ้น (จาก pace เดิมที่ HR เคยดีดจน Max) และตอนวิ่ง จะรู้สึกเหมือนว่า กล้ามเนื้อ ยังมีช่องว่างให้ดันได้มากขึ้นอีก(สับขาเร็วได้มากกว่าเดิม)
- แล้ววนพัฒนาแบบนี้ไปเรื่อยๆ
2026-06-19 07:06
ลำดับการเทรด
อ่านข่าว -> ได้ไอเดีย -> ดูกราฟ + เทรด
2026-06-19 07:27
อ่านช้าๆ "ทีละคำ" ดูแกรมม่าไปด้วยเสมอ
อ่านโดยดูแกรมม่า ไปด้วยเสมอ แม้ตอนแรกจะช้า และกินพลังงานสมอง แต่ฝึกไปเรื่อยๆ เราจะเก่งขึ้นเข้าใจและเข้าถึงภาษามากขึ้น จะทำให้เราเข้าใจความหมายของทุกการอ่านได้ลึกซึ้งขึ้น เข้าใจได้เลยตั้งแต่การกวาดตารอบแรก(ไม่ต้องอ่านซ้ำไปมา)
- อ่านช้าๆ ไล่สายตาไปตามตัวข้อความ "ทีละคำ" แล้วพยายามรับรู้ความหมายและแกรมม่าในทันที(realtime interpretation) ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นสมองส่วนภาษาให้ทำหน้าที่โดยตรง ไม่ต้องอ่านจบประโยคแล้วค่อยวนกลับมาทำความเข้าใจ แบบการถอดรหัส(decoding compilation) ซึ่งจะใช้ระบบการประมวลผลเชิงตรรกะมากกว่าภาษา และไม่ทำให้ทักษะภาษาดีขึ้นแต่อย่างใดเลย
2026-06-20 09:32
- ดูโมหะเป็นวิหารธรรม เพราะ โมหะเกิดตลอดเวลา ถ้าขณะไหน เราไม่มีสติ อย่างน้อยขณะนั้นก็ต้องมีโมหะแน่ๆ
2026-06-22 05:29
Framework การจัดการไอเดีย
- ช่วงที่มีไอเดีย เหมือนช่วงที่กำลังสร้างบ้าน มักจะเต็มไปด้วยข้าวของ วัสดุก่อสร้างกระจัดกระจาย
แต่หากว่าเรามีประสบการณ์และมีวิธีจัดการวัสดุเหล่านี้อย่างเป็นระบบ ระเบียบ ไอเดียก็จะไม่ยุ่งเหยิงไม่กลายเป็น "ภาระ" แต่เป็นวัสดุที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ และ รอมาประกอบตามระบบ - สร้างกระท่อมเล็กๆ เราอาจแค่ร่างแบบแปลนและขั้นตอนในหัว แล้วหยิบวัสดุที่กองๆไว้มาใช้ได้
แต่สร้างอาคารที่มีวิศวกรรมซับซ้อน จะทำแบบนั้นไม่ได้เลย
ต้องมี framework สำหรับจัดการไอเดียอย่างเหมาะสม เราเชื่อว่ามันมีอยู่ ไม่ใช่แค่ความเป็นไปได้ - สิ่งที่เจอและต้อง manage
- ไอเดีย ที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ (1)จะทำทันที (2)หรือเสียเวลาเพิ่มเล็กน้อยในการจดไว้อย่างเป็นระบบ (3)หรือ ไม่ทำอะไร ปล่อยตามยถาหกรรม รอถึงเวลาถ้ามันใช่ เดี๋ยวก็นึกออกเอง
- ไอเดีย หากกองรวมกันอย่างไม่เป็นระบบ จนต้องเสียเวลาและพลังสมองมาคัดแยก จะกินพลังงานและเวลา(ที่ปกติควรมีไว้สำหรับนำไอเดียไปสร้าง) โดยสูญเปล่า และประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบที่ (3 - ปล่อยลืมแล้วให้มันผุดในหัวเองอีกรอบ) เสียอีก
- ไอเดียที่ผุดขึ้นมาในสมอง มันจะไม่ได้ผุดขึ้นมาแบบแยกกันว่า อันไหนไอเดียสำคัญ อันไหนยิบย่อยไม่สำคัญ
- ถ้าเราทำทันที ตามวิธีแรก(1) เราอาจเจอกับดักของไอเดียไม่สำคัญ ยิบย่อย(ที่ให้ความรู้สึกว่ามันเจ๋งมาก ต้องรีบทำ) ที่อาจทำให้เราเสียเวลาจากตารางเวลาหลัก โดยที่พอลองทำตามไอเดียนั้นๆแล้วไม่ได้ประโยชน์จริง
- ไอเดีย ที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ (1)จะทำทันที (2)หรือเสียเวลาเพิ่มเล็กน้อยในการจดไว้อย่างเป็นระบบ (3)หรือ ไม่ทำอะไร ปล่อยตามยถาหกรรม รอถึงเวลาถ้ามันใช่ เดี๋ยวก็นึกออกเอง
- จดอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ได้เนื้อความครบถ้วน และเป็นระบบ
- easy to access : จดได้ทันที
- easy to move : สามารถย้ายไปมา จัดกลุ่มภายหลังได้ง่าย
- easy to connect : อาจมีระบบ taxonomy เหมือนใน obsidian ที่ทำให้เชื่อมโยงไอเดียกลุ่มเดียวกันได้ง่าย
- ทางเลือก Mindmap? List? เราว่าไม่ต่างกัน เพียงแต่ list คือการเอา mindmap มาเขียนเรียงบรรทัดเฉยๆ
- mindmap จะสะดวกกับการจดในกระดาษ เพราะ สามารถแทรกเวลามีไอเดียเสริมได้เรื่อยๆ
- list เหมาะกับจดแบบพิมพ์บันทึกแบบ digital เพราะ แทรกเวลามีไอเดียเสริมได้อยู่แล้ว
2026-06-22 09:43
เหมือนพอเราเก่งขึ้น กลับลืมว่า แท้จริงเราพยายามเพื่ออะไร ตอนเราไม่เก่ง เราพยายามเพื่อให้คนไข้ได้สิ่งที่ดีที่สุด คนไข้เป็นครูของเรา คือผู้มีบุญคุณต่อเรา แต่พอเราเก่งขึ้นกลับหลงลืมตัวเอง ย่ามใจ และ หงุดหงิดคนไข้ง่ายขึ้น