บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

จงทุบทำลายอัตตาของตน ให้แหลกไม่เหลือชิ้นดี และจงทำตัวให้ล่องหนต่อคนพาล(be invisible)

2026-06-17 ใน Life

ผู้ใดทุบอัตตาตัวตนให้สูญสลาย ย่อมเป็นที่รักของบัณฑิต
ผู้ไม่มีตัวตน(invisible) คนพาลย่อมทำอันตรายใดๆไม่ได้

ทะเลาะกับคนพาล ชนะไปเราก็ไม่ได้อะไร เราจะมีแต่เสียเวลา เสียสมาธิ อันประเมินมูลค่าไม่ได้ ต่างจากคนพาลเบาปัญญาที่ไม่มีอะไรจะเสีย

จงยอมแพ้แต่แรก แล้วเอาเวลากลับไปสร้างประโยชน์ในชีวิต ใช้เวลาบ่มเพาะ พัฒนาปัญญา ฝึกตน สร้างชีวิตให้สุขสมอภิรมย์ยิ่งๆขึ้นไป

ราชสีห์ ยอมแพ้ สุกรเปื้อนคูถ แล้วเดินจากไป เพราะ รังเกียจความสกปรก ฉันใด บัณฑิต พึงหลีกเลี่ยงคนพาลผู้ชื่นชอบการทะเลาะ เพราะ ไม่เกิดประโยชน์ ฉันนั้น

สุดท้ายสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ คือ "มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ กับคนพาลกะจ้อยร่อยนี้"
อย่าไปให้ค่ากับความคิดของคนอื่นที่มีต่อเรามากนัก เพราะ "มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ"
เราเพียงแต่ยิ้มรับข้อบกพร่องของตน ถอนหายใจให้กับความเขลาของตนเองสักที และพัฒนาตนเองต่อไปให้ดีที่สุด ชีวิตมีแค่นี้แหละ

🛠️ The First Draft (20% Raw Concept)
  • จริงๆ เหมือนระบบชีวิตเรายังไม่แกร่งพอแฮะ เพราะ พอเจอคนพาลเข้ามาทีเดียว ระบบก็ล่มไปเยอะ กว่าจะกู้กลับมารันได้ 100% focus คงต้องใช้เวลา มันเหมือนเป็น ecosystem ที่ดี แต่ไม่มี Security คอยป้องกันเลย
  • แทนที่จะรอให้คนพาลเข้ามาHack เราทดลองHackตัวเองก่อน ลองทำนิสัยพังๆบ้าง ทำผิดพลาดให้คนอื่นเห็นบ้าง แต่ยังทุ่มเทกับจริงจังกับการพัฒนาตนเอง(หรือจริงจังให้มากขึ้นจนลืมโลกไปเลย) หรือทั้งคู่
    • ภายนอกทำตัวพังๆ ให้มีความผิดพลาดบ้าง ภายใน จริงจังจนลืมโลกรอบข้าง(ความสำคัญของโลกรอบข้างลดลง)
  • เราต้องการเกราะป้องกัน อัตลักษณ์ภายนอก ที่คนจะมาโจมตีได้ยาก เพราะ บางทีอัตลักษณ์ถูกโจมตี ระบบภายในก็สั่นคลอน
    • หรืออีกวิธีคือ ทำตัวให้ invisible ไม่ยึดกับตัวตน
  • อย่างกินทามะ เหมือนคุณกินไม่ถูกคนพาล hack อัตลักษณ์ได้ง่าย อาจเพราะมันแตกสลายจนไม่เหลือเศษซากไปนานแล้ว เราอาจจะทุบอัตลักษณ์เราให้แหลกสลายไปเลย แล้วที่เหลือคือ ความ invisible
  • ทุบอัตลักษณ์ ที่หลงยึดติด และไม่เที่ยงแปรปรวน(ตามโลกธรรม มีเจริญมีเสื่อม)ทิ้งไป
  • รักษาไว้คือดาบในใจที่เที่ยงตรงและไม่มีวันหัก แบบคุณกิน
  • แต่เหมือนคุณกินก็มีเขี้ยวเล็บไว้ตอบโต้ หรือผดุงความยุติธรรม ที่อยู่ในใจได้อยู่นะ อย่างน้อยๆก็ดาบไม้(ที่แทบไม่เคยหัก) และ ขาที่วิ่งหนีได้เสมอ
  • แต่ว่าเราคงปรับบุคลิกให้เป็นเกราะได้ยาก เราว่าจะปรับเปลี่ยนที่ความคิดให้ invisible ได้ง่ายกว่า
  • จริงนะ เราว่า cognitive load มันสูงมากเลย เวลาเปลี่ยนบุคลิก เช่น เวลาเราทำตัวผ่อนคลายกับที่นึง แต่ทำตัวเคร่งขรึมกับอีกที่หนึ่ง