ติดตั้ง VS code ใน Android Tablet
2026-08-31 ใน Programming for lifeเดี๋ยวนี้ Tablet มีพลังการประมวลผลที่ดีขึ้น และหน้าจอก็ใหญ่ขึ้น(13-14 นิ้ว ก็มีให้เห็นทั่วไป) นอกจากนี้ในรุ่นระดับกลาง ที่แม้ไม่ได้แพงระดับ flagship ส่วนใหญ่ก็เป็นจอ 2.5-3.5k แล้ว ให้ความละเอียดคมชัดอย่างกับโรงพิมพ์ เหมือนกระดาษจริง(300 ppi มีให้เห็นแล้ว) ทำให้อ่านข้อความเยอะๆ(เช่น coding) ง่ายและสบายขึ้น มากกว่าการอ่านบน Laptop มาก ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นจอ FHD+(อนาคต laptop ก็น่าจะมีจอความละเอียดสูงมากขึ้นๆแหละนะ)
ดังนั้น ถ้าเราสามารถ dev เล็กๆน้อยๆ (เช่น ฝึกเขียนโปรแกรม ที่ไม่ได้ต้องการพลังประมวลผลสูง) บนอุปกรณ์ที่พกพาง่ายอย่าง Tablet ที่น้ำหนักเบา และ หน้าจอความละเอียดสูง บางรุ่นกันน้ำ ราคาไม่แพงได้ ชีวิตคงจะดีมาก (โดยส่วนตัวในปี 2026 ใช้ Lenovo idea tab pro 2 ข้อดีคือ จอ 3.5k 13"[ความละเอียด 300 ppi - ระดับโรงพิมพ์] กันน้ำ ใส่ SD card เพิ่มได้ แต่ข้อเสียคือ RAM 8gb อาจน้อยไปนิด ทำให้เวลาสลับหน้าต่าง App ไปมา จะโหลดช้าหน่อย แต่พอรับได้สำหรับการ dev เล็กน้อยๆ และแก้ขัดได้ด้วย ram expansion ใน android setting)
ซึ่งในปัจจุบัน พบว่าเราสามารถติดตั้ง VS code และ Dev แบบเกือบๆ Native ด้วยการติดตั้ง Termux ซึ่งเป็นแอพ Linux Terminal บน android แล้วติดตั้ง Code-server ซึ่งเป็น VS-code ที่ทำงานแบบ native บน Browser รวมถึง Complier & Dev environment ภาษาใดๆที่เราต้องการ ก็ติดตั้งจาก Termux ได้เลย
เนื้อหามาจากคลิปนี้เลย https://www.youtube.com/watch?v=Fr171RhEx4g แต่จะเขียนบันทึกไว้ในแบบของตัวเองแล้วกันนะ รวมถึงมีการปรับปรุงแก้ไขช่องโหว่บางอย่างที่ในคลิปไม่ได้บอกด้วย
ติดตั้ง Termux และตั้งค่า
- โหลด Termux จาก Github
- อย่าโหลดจาก Google PlayStore เพราะจะเป็นเวอร์ชั่นที่ไม่สมบูรณ์
- คำสั่งตั้งค่าพื้นฐาน(พิมพ์คำสั่งเหล่านี้ ใน Termux)
termux-setup-storageตั้งค่าการอนุญาตการเข้าถึงไฟล์ต่างๆในเครื่องtermux-change-repoตั้งค่า souces ในการดาวน์โหลดไฟล์ > เลือก All mirrors
- คำสั่งติดตั้งโปรแกรมต่างๆ
pkg updateอัพเดต sources ให้ทันสมัยpkg install ชื่อโปรแกรมติดตั้งโปรแกรมที่ต้องการ ถ้ามีหลายๆโปรแกรม ก็ให้เว้นวรรคระหว่างกัน เช่นpkg install python rust clang makepkg upgradeอัพเกรดโปรแกรมให้เป็น version ล่าสุด(ต้องใช้pkg updateก่อนเสมอนะ)
- ติดตั้ง Termux repo ซึ่งเป็น sources ของ Termux เอง ที่มีความหลากหลายครบถ้วน
pkg install tur-repo
- เปิดใช้ Android Developer options โดยไปที่ Android Settings > About > กดรัวๆ ที่ Software version/Build number
- ไปที่ Developer options มักจะอยู่ที่ General setting
- เปิดใช้
Disable child process restrictionจะทำให้ Termux สามารถเปิดโปรแกรมต่างๆได้ โดยไม่ถูกจำกัดจำนวน
- กดค้างที่ icon ของ app Termux แล้วไปที่ info และ ไปที่ App battery usage > กดที่"ข้อความ" Allow background usage > เลือก
Unrestricted
ติดตั้ง VS-code
- VS code จะไม่มีเวอร์ชั่นที่เป็น app บน android โดยตรง แต่จะมีแบบ Web app สำหรับเปิดใน browser ซึ่งก็ใช้ได้เหมือนกันเทียบเท่าแบบ Native
- การติดตั้งคือ เปิด termux แล้วพิมพ์คำสั่ง
pkg install code-server - เปิด VS code ครั้งแรก พิมพ์คำสั่ง
code-server - จะมีการแจ้งรายละเอียดว่า สามารถเข้าใช้ผ่าน browser ได้ที่
http://127.0.0.1:8080(หรือจริงๆแบบง่ายๆ คือlocalhost:8080) และการเข้าใช้ จะต้องใส่ password ที่อยู่ในไฟล์/data/data/com.termux/files/home/.config/code-server/config.yaml- แต่เพื่อความสะดวก เราสามารถแก้ ให้ไม่ต้องใช้ password ได้ โดยเข้าไปแก้ที่ไฟล์ config ดังกล่าวโดยตรง โดยใช้ text-editor(ในที่นี้คือ nano) ด้วยการพิมพ์คำสั่ง
nano /data/data/com.termux/files/home/.config/code-server/config.yaml- จะเจอกับ config ประมาณนี้
bind-addr: 127.0.0.1:8080 auth: password password: 21d4a3ca5f4bac98f7bb1158 cert: false - ให้เปลี่ยนเป็น
bind-addr: 127.0.0.1:8080 auth: none cert: false
- จะเจอกับ config ประมาณนี้
- แต่เพื่อความสะดวก เราสามารถแก้ ให้ไม่ต้องใช้ password ได้ โดยเข้าไปแก้ที่ไฟล์ config ดังกล่าวโดยตรง โดยใช้ text-editor(ในที่นี้คือ nano) ด้วยการพิมพ์คำสั่ง
- การติดตั้งคือ เปิด termux แล้วพิมพ์คำสั่ง
- ทำเป็น Web App shortcut เพื่อเข้าใช้งานได้สะดวกจากหน้า Home
- ใน browser เราสามารถสร้างรูปแบบการใช้งานแบบ Web app ได้ เพื่อให้สะดวกในการเข้าใช้งาน โดยจะเปิดแบบหน้าต่างแยก และไม่มีพวก url, tab bar มากินพื้นที่
- สำหรับใน browser ตระกูล chrome ก็กดปุ่ม install app ที่ url bar ได้เลย หรือ ใน browser อื่นๆ อาจเลือก add to home
- ปัญหา autocorrection ภาษาไทยใน VS code
- มันเกิดจาก gboard กับ vs code มีระบบ autocorrection ที่ทำงานขัดแย้งกันอะไรสักอย่าง(โดยเฉพาะ Gboard ที่แม้จะสั่งปิด autocorrection สำหรับ Physical keyboard ไปหมดแล้ว แต่ก็ยังดื้อทำงานอยู่)
- ทางแก้คือ ให้เปลี่ยนมาใช้ Microsoft Swiftkey ซึ่งแม้จะด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็ปิด autocorrection ได้แบบเชื่อฟังกว่า
- ทั้งนี้ Swiftkey จะมีแถบ suggestion bar ที่ด้านล่างของหน้าจอ ซึ่งบังพื้นที่ UI แม้ว่าจะไม่สามารถปิดได้ แต่เราสามารถปรับ
Modesจาก Full ให้เป็นแบบ Float ได้ จะได้กล่อง suggestion เล็กๆ ลอยไปตามบริเวณที่ cursor แป้นพิมพ์โฟกัสอยู่ และมีความ Transparent ไม่ขัดตา
- การเปลี่ยนภาษาใน physical keyboard
- สำหรับ gboard จะใช้ Ctrl + Space bar ส่วน Swiftkey จะใช้ Ctrl + Shift
- สามารถใช้แอพ Key Mapper เพื่อทำการ remap key ได้ โดยส่วนตัวจะเปลี่ยน Grave key(`) เป็น Ctrl + Shift และ ตั้งค่าให้ Esc + Grave key กลายเป็น Grave key ปกติ
- สำหรับปุ่ม Caps lock พบว่า แม้จะ remap แล้ว ก็ยังคงติดความเป็น caps lock แก้ไม่หาย
- อีกส่วนหนึ่ง คือ ปัญหา save file ไม่ได้
- ตำแหน่งเริ่มต้นของ VS code จะอยู่ที่ HOME(
cd ~) - จะมีกรณีที่ clone จาก คำสั่ง
gitใน Terminal ซึ่ง permission จะยังถูก lock ไม่ให้แก้ไข - ทางแก้ไข คือ ใช้คำสั่ง
chmodเพื่อตั้งค่า permission โฟลเดอร์นั้นใหม่ไปเลยchmod -R u+rwX ~/your_project_folder
- ตำแหน่งเริ่มต้นของ VS code จะอยู่ที่ HOME(
ที่เหลือก็ติดตั้ง Developing environment ตามที่ชอบผ่าน Terminal(ใน termux หรือ จาก terminal ใน VS code) ได้เลย
- ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถาม AI ได้