Loading content...
The Life Monolith: 6min-Zone4 trial with morning eating
2026-05-06 ใน Santuary's caretaker plan🏔️ The Deep valley's Schedule
| Sat Break down, Build up | Sun Flow | Mon Deep recovery | Tue Flow | Wed Flow | Thu Flow | Fri Flow |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 4x4 Norwegian training *Overreaching: limit only zone4 HR + Pull up | 1hr zone2 + Do house work | 6min zone4 progressive flow | 6min zone4 progressive flow | 1hr zone2 | 6min zone4 progressive flow | 6min zone4 progressive flow |
IF18/6 + Eat some meat (52kg goal) | IF18/6 + Eat some meat (52kg goal) | Fasting 42 hrs Weight > 49kg 8 precepts of Buddhism | IF21/3 | IF21/3 | IF21/3 | IF21/3 |
| Time | Work day (Mon-Fri) IF 21/3 | 📌 All day Fasting (Mon) 42 hr | Weekend (Sat) IF 12/12 |
|---|---|---|---|
| 2 |
|
|
|
| 3 | (exercise) / Meditation | (exercise) / Meditation / Take salt / shower | (exercise) / Meditation |
| 4 | eat Nutto + 9 eggs + 2tbsp butter 🧠 Brain warm up:📖 Read Tripitaka / 🌹Free Ideas time | 🧠 Brain warm up:📖 Read Tripitaka / 🌹Free Ideas time | eat Nutto + 9 eggs + 2tbsp butter 🧠 Brain warm up:📖 Read Tripitaka / 🌹Free Ideas time |
| 5 | eat 120g mixed berry + yoghurt + 1 cheese 🚨 Emergency or ♥️ Free Major block shower | 🚨 Emergency or ♥️ Free Major block | eat 120g mixed berry + yoghurt + 1 cheese 🚨 Emergency or ♥️ Free Major block shower |
| 6 | eat Beans+ 2 tbsp olive oil/ 250ml coconut milk 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation | eat Beans+ 2 tbsp olive oil/ 250ml coconut milk 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 7 | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 8 | going to work | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 9 | [hobby] dentistry | dhamma | dhamma |
| 10 | [hobby] dentistry | buy some groceries / refill petrol, check tires | buy some groceries / refill petrol, check tires |
| 11 | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 12 | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 13 | [hobby] dentistry | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 14 | [hobby] dentistry | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 15 | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation | 🌈 Silent Flow Block rotation |
| 16 | 🌈 Silent Flow Block rotation ☀️20min Solar recharging (Traveling under sunlight for Serotonin) | 🌈 Silent Flow Block rotation ☀️20min Solar recharging (Traveling under sunlight for Serotonin) | 🌈 Silent Flow Block rotation ☀️20min Solar recharging (Traveling under sunlight for Serotonin) |
| 17 | 🌕 Quiet Moonlit ritualshower / eye exercise (1: pencil push up 10min, 2: isometric exercise 10min)/MoonForge - life loggingtalk with mom | 🌕 Quiet Moonlit ritualshower / eye exercise (1: pencil push up 10min, 2: isometric exercise 10min)/MoonForge - life loggingtalk with mom | 🌕 Quiet Moonlit ritualshower / eye exercise (1: pencil push up 10min, 2: isometric exercise 10min)/MoonForge - life loggingtalk with mom |
| 18 | 📈 Trade & 📰 Read Reuters📚 Read physical book | 📈 Trade & 📰 Read Reuters📚 Read physical book | 📈 Trade & 📰 Read Reuters📚 Read physical book |
| 19 | Meditation 30min Good Rest: sleep earlier, get up earlier | Meditation 30min Good Rest: sleep earlier, get up earlier | Meditation 30min Good Rest: sleep earlier, get up earlier |
2026-07-06 18:35
หัวใจสำคัญของการทำตามตารางเวลา คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งสามารถเสริมได้ทั้งปัจจัยเชิงบวก และลบ แต่สิ่งสำคัญคือ การจะปรับพฤติกรรมต่างๆ ต้องใช้เวลา และความต่อเนื่อง ในการให้สมองค่อยๆปรับตัว(neuroplasticity) สร้างรูปแบบวงจรประสาท(wiring) เพื่อให้สอดรับกับการตอบสนองรูปแบบใหม่ และพฤติกรรมนั้นๆ ต้องไม่ขัดกับกลไกทางชีวภาพของร่างกาย เช่น ลำดับฮอร์โมนที่สัมพันธ์กับการตื่น การกิน การนอน ความล้าของร่างกาย(สายตา, สมอง) การฟื้นฟู การออกกำลังกาย เป็นต้น
Description
Biohacking aspect
Exercise
เป็นการวิ่ง jogging เน้นเร็วชิลๆ อย่างต่อเนื่อง ให้อัตราการเต้นหัวใจ(heart rate)ขึ้นไปถึง zone4 และแช่ไว้ในโซน รวมเป็นเวลา 6นาที(ตั้งแต่ออกตัวจนวิ่งเสร็จ) แต่ห้ามเค้นพลัง ห้ามพยายามฝืน (เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและเกิด sympathetic overdrive จนเกิดการหลั่ง cortisol มากกว่าปกติ ซึ่งจะล้าและอักเสบแทนที่จะได้ประโยชน์จาก BDNF อย่างเต็มที่)For Hyperfocus&flow state:6min zone4 (with 10min zone2 warm up)
หลังวิ่งจะทำให้ได้สมาธิในการจดจ่อลึกมาก เกิด flow state และ Hyperfocus ซึ่งจะทำให้สามารถดึงศักยภาพสมองออกมาใช้งานได้สูงสุด เหมาะกับการวิ่งทุกวันก่อนไปทำงาน จะทำงานได้ดีขึ้นมาก
แนะนำให้ใช้ลมหายใจเป็นเกณฑ์ คือ วิ่งให้เร็วพอที่จะหายใจลึก (แบบที่บังคับตัวเองให้หายใจเบาไม่ได้)- การวิ่ง zone4 เพียง 6 นาที เพียงพอที่จะทำให้ได้ lactate, BDNF, dopamine, epinephrine โดยที่ไม่ก่อให้เกิด การบาดเจ็บหรือล้าสะสม ทำให้ยังวิ่งได้ทุกวัน (การวิ่งแบบอื่นๆ แม้จะได้ BDNF มากกว่านิดหน่อย แต่วื่งไม่ได้ทุกวัน การพัฒนาสมองโดยรวมก็จัดว่าน้อยกว่า) เหมาะกับวันไหนที่ต้องเรียนหนังสือ ใช้สมอง หรือ ทำงานที่ต้องใช้การจดจ่อสูงๆ
- โดยส่วนตัวไม่ได้ทำ HIIT แบบวิ่ง zone 4 สลับเดินอย่างละ 90 วินาที x6 รอบ เพราะ โดยส่วนตัว ทำแล้วสมาธิหลุดง่าย นั่งสมาธิและอ่านหนังสือไม่ได้นาน อาจเป็น เพราะ ลักษณะการออกกำลังกาย เป็นการกระตุ้นสมองแค่ 90วิ แล้วพัก ซ้ำไปเรื่อยๆ ทำให้สมองชินกับระยะเวลาดังกล่าว และไม่ชินกับการจดจ่อต่อเนื่องนานๆ
- ข้อจำกัด แม้ว่าจะไม่หนัก จนสามารถวิ่งติดกัน 5 วันได้ โดยที่ยังช่วยให้จดจ่อกับการทำงานได้ดีมาก(flow state) แต่นานๆไปจะเริ่มรู้สึกเนือยๆ แม้ยังจดจ่อได้ดีแต่สมองเริ่มไม่ตื่นตัว ไม่ค่อยใช้ความคิด ที่ดีกว่า คือ วิ่งแบบนี้ 2 วันแล้ว สลับพักด้วยการวิ่ง 1hr-zone2 1 วัน ไปเรื่อยๆ การมีวันพักคั่นจะช่วยให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟู และกลับมาอย่างสดชื่น จนสามารถจดจ่อและใช้ความคิดได้ดีกว่า
- ให้สังเกตตัวเองว่า ถ้าช่วงไหนวิ่ง 6min zone4 ไปหลายๆวันติดต่อกันแล้ว แม้จะยังโฟกัสกับงานหลักได้ดีมาก(flowstate ยังดี) แต่ถ้าการเรียนรู้อื่นๆเริ่มลดน้อยลง รู้สึกไม่ค่อยสดชื่น(lack of motivation) รู้สึกเนือยๆไม่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่(lack of curiosity) ไม่อยากอ่านหนังสือ อ่านได้น้อยลง(สมองไม่อยากประมวลผลสิ่งใหม่ๆ) แสดงว่าสมองเริ่มล้านิดๆแล้ว(CNS fatigue) ให้เปลี่ยนมาวิ่ง 1hr zone2 คั่นในอีกวันได้เลย ผลต่อการโฟกัสจะยังดีอยู่ และจะเพิ่มความสดชื่นของสมอง ให้กลับมาอ่านหนังสือได้ดีดังเดิม
เป็นการวิ่งเร็วสุดกำลัง(zone4-5) เป็นเวลา 4 นาที สลับพัก 3 นาที ทำ 4 รอบ สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อเพิ่ม BDNF, VO2max, Cognitive endurance เกิดการสร้างแตกแขนงใยประสาทเพิ่มเติมและสร้างเซลล์ประสาทใหม่ (Neuroplasticity&Neurogenesis) ช่วยให้เรียนรู้ทักษะใหม่ได้ไวขึ้น อ่านหนังสือได้ทนทาน ใช้ความคิดยากๆได้ทนทาน และ สมรรถภาพร่างกายและสมองสูงขึ้นFor BDNF, VO2max, and Brain growth & cognitive endurance:Norwegian 4x4 protocol(HIIT)- ข้อจำกัด แต่เป็นการออกกำลังกายที่หนักมาก จนล้าไปทั้งตัว และอาจเกิด CNS fatigue จึงไม่เหมาะกับวันที่ต้องการจดจ่อ หรือ โฟกัสสูงๆ แต่จะเหมาะกับวันหยุด ที่เราไม่ต้องทำงาน ทำให้ใส่สุดแรงได้ และห้ามทำเกินสัปดาห์ละ 2 วัน
เป็นการวิ่งโดยให้อัตราการเต้นหัวใจแช่อยู่ใน zone2 นาน45-60นาที ซึ่งเป็นzone ที่ร่างกายดึงไขมัน(Fat)มาใช้เป็นพลังงานได้สูงสุด จัดว่าเป็นการออกกำลังกายเบา(ทำได้ทุกวัน)For Idea production, active recovery, and Brain refreshing:1hr Zone2
โดยมีประโยชน์คือ จะกระตุ้น Mitochondrial biogenesis(สร้างอวัยวะในเซลล์ที่ช่วยจัดการพลังงาน), Vasculogenesis(สร้างหลอดเลือดฝอยเพิ่มในอวัยวะต่างๆ รวมทั้งหัวใจและสมอง), สมองเข้า Default mode network(DMN ซึ่งเป็นโหมดคิดล่องลอยแบบไม่เจาะจง ทำให้เกิดการเชื่อมโยงไอเดียใหม่) และช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อและชะล้างของเสียจากการออกกำลังกายหนักได้เร็วขึ้น- ข้อจำกัด ช่วยเพิ่ม BDNF ไม่มากเท่าวิ่งหนัก(zone4 / 4x4 HIIT) แต่โดดเด่นเรื่องการฟื้นฟู จึงใช้เป็นการวิ่งในวันพัก(Active recovery) คั่นหลังจากที่วิ่งหนักมาในวันก่อนหน้า
- วันไหนที่อดข้ามวัน 40 ชม ให้วิ่ง zone2 1 ชม เพื่อช่วยเร่งการสลายไขมัน เพื่อเข้าสู่ภาวะ ketosis เร็วขึ้น(ลด Metabolic switching gap หรือความอ่อนเพลีย ในระหว่างที่ร่างกายเปลี่ยนการใช้พลังงานจาก glucose เป็น ketone) โดยไม่ทำให้เกิดความเครียดต่อร่างกาย แบบ zone4
- ในวันนี้อาจฟุ้งซ่านและจดจ่อยาก(Idea floating day) เป็นปกติของการ Fasting ในช่วงต้น หากเราพยายามฝึกควบคุมตนเอง จะช่วยฝึกวินัยให้สมอง ทำให้วันปกติ เรายิ่งควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
-
รับแดด ตอนเย็น เพื่อเพิ่ม serotonin ช่วยให้อารมณ์ดี ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมือนยากล่อมประสาทตามธรรมชาติ และเป็นการรับ Near-infrared light ตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้น Mitochondria, Immune, และ เพิ่มสมาธิได้ด้วย
-
กินวันละมื้อ ภายในช่วง 6 ชม IF 18/6 อดข้ามวัน 40 ชม 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้เกิด Intermittent metabolic switching ซึ่งเป็นกระบวนการสร้าง สลับซ่อมแซม ดีต่อสุขภาพสมองและชะลอวัย
- รายการอาหารหลักมีดังนี้
- กินของหมักมื้อแรก nutto, cheese(ถ้ามี), yogurt, berry(สารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก - ซื้อแบบแช่แข็งในห้าง lotus ไม่แพง), butter(pure, not blend) มีกรดไขมันสายสั้นช่วยลดการอักเสบที่ผนังลำไส้
- กินธัญพืช ถั่วเหลือง + ธัญพืช/ถั่วอื่นๆผสมหลากหลาย รวม 120g(น้ำหนักแห้ง), ไข่ 6 ฟอง ต้มในหม้ออัดความดัน ทำทีเดียว กินทีเดียว ล้างทีเดียว ประหยัดเวลาชีวิต, ประหยัดเงิน และ สารอาหารครบถ้วน
- ต้มธัญพืช ใส่น้ำแค่พอปริ่มๆ อย่าใส่เยอะกว่านี้ เพราะ ถ้าถั่วพองมากเกินไปจะแน่น และย่อยยาก กินพื้นที่กระเพาะอึดอัดทั้งวัน การต้มในหม้ออัดความดันแม้จะใส่น้ำน้อย ก็ยังคงนิ่มกว่าต้มในหม้อปกติและใส่น้ำเยอะๆ
- อาจเพิ่มไขมันดีจาก กะทิ(มี MCT เหมือน ketone ที่สมองเอาไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที), extravirgin olive oil(ต้านการอักเสบ) ช่วยเพิ่ม calories ได้ด้วย
AIแนะนำให้กินมื้อใหญ่หลังออกกำลังกาย เพื่อเลียนแบบพฤติกรรม "Hunter-Gatherer" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด สมองจะได้รับสัญญาณว่า "เราล่าสำเร็จและมีทรัพยากรเหลือเฟือ" จึงยอมลงทุนสร้างโครงข่ายประสาท (Neuronal Wiring) และกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
- รายการอาหารหลักมีดังนี้
อดข้ามวัน 42 ชม + ถือศีล8 (ในวันเสาร์)- จำเป็นต้องทำ ทุกสัปดาห์โดยไม่สนน้ำหนักมากนัก เพราะ ประโยชน์ที่ได้รับ มีมากกว่า ข้อเสีย (โดยส่วนตัว >49 kg ก็พอแล้ว) เรื่องน้ำหนักตัว ให้ไปเน้นกินเพิ่มในอีกวัน
อดข้ามวัน + ถือศีล8เป็นการทำ Deep recovery ฟื้นฟูร่างกายและสมองในระดับลึก เหมาะกับการทำในวันหยุดสบายๆ ที่ไม่ต้องมีความเร่งรีบ หรือเจอความท้าทาย เพราะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีแรง หรืออ่อนเพลีย- ถือศีล 8 ช่วยกำหนดกรอบชีวิตให้เรียบง่าย โดยการงดสิ่งบันเทิง-สิ่งเร้ากระตุ้นอารมณ์ ช่วย reset dopamine baseline และ ลดการเสพติดในสิ่งต่างๆได้ เราจะเป็นผู้อยู่เหนือสิ่งล่อใจทั้งหลายได้ รวมถึงการโฟกัสกับการทำงานในวันอื่นๆที่ตามมาจะดีขึ้นด้วย
- หลังอด ตื่นมาสมองจะแจ่มใสมาก ผิวพรรณละเอียดขึ้น เหมือนได้ร่างกายใหม่ และ Mental health ก็ดีขึ้นด้วย
วิ่ง 4x4 ก่อนสิ้นสุดการอด (ในวันอาทิตย์)- วิ่งเท่าที่วิ่งได้ จำกัดไว้ที่ zone4 ไม่ต้องไปถึง zone5 เพื่อป้องกันภาวะ overreaching
- ก่อนวิ่ง ต้องดื่มน้ำ 1 แก้ว(500cc) ผสมเกลือ 1/4 ช้อนชา ถ้าเกลือแร่ไม่เพียงพอ จะวิ่งได้ไม่เต็มที่ ความดันตก เพราะ ในระหว่างอดอาหาร ร่างกายมีการสูญเสียเกลือแร่และน้ำไปมาก
AIการฝืนวิ่งหนัก ในสภาวะขาดแคลนพลังงาน จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายมีการปรับตัวอย่างรุนแรง? ทั้ง Autophagy, Mitochondria biogenesis, BDNF surge- แต่ทั้งนี้ต้องรีบเติมสารอาหารทันทีหลังวิ่ง ไม่อย่างนั้นจะเกิดการสลายกล้ามเนื้อแทน รวมถึงอาจเกิด Cortisol สูงลอยจนสมองเสื่อมถอย(แทนที่จะได้ประโยชน์จาก BDNF)
- ในวันนี้ทั้งวัน ให้กินได้ทั้งวันอย่างเต็มที่ได้เลย(IF 12/12) เพราะ ร่างกายที่เพิ่งผ่านการอดอาหารและออกกำลังกายหนัก จะดูดซึมสารอาหารไปสร้างระบบประสาทและกล้ามเนื้อได้ดีเป็นพิเศษ ดังนั้น พยายามกินให้ได้มากๆ ถึงมากที่สุด
-
ก่อนนอน ไม่ให้ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดใดๆ เพียงแค่ active/passive rest เบาๆเท่านั้น
Deep work & study
- อ่านแบบ Block rotation สลับวิชาละ 2 ชม ช่วยให้คงความตื่นตัวและการจดจ่ออย่างเต็มที่ได้ตลอดวัน โดยการสลับวิชา ทำให้กลุ่มแขนงเซลล์ประสาทในสมองที่รับภาระในเรื่องนั้นๆได้พัก และ สลับไปใช้สมองส่วนอื่นๆ ที่ยังไม่ล้าต่อได้ ในวิชาถัดๆไป โดยส่วนตัวพบว่า 2 ชมเป็นเวลาที่มากที่สุดในแต่ละ Block ที่จะสามารถจดจ่อได้เข้มข้น ต่อเนื่อง หากมากกว่านี้ สมองจะเริ่มล้ากับเรื่องนั้นๆ ยื้อต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์
- Major block rotation ควรทำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด หากมีการหยุดไป 2-3 วัน การกลับมาอ่านต่อ จะเริ่มได้ยากมาก และอาจต้องใช้เวลาถึง 1.5 ชม(ในทุกวิชา)กว่าจะต่อเนื้อหาเดิมติด ซึ่งจะกินเวลาและพลังงานสมองมาก(เสียแรงและเวลาฟรีไป 1 รอบการอ่านแบบ rotation)
- เหมือนกับว่า สมองลืมวิธีการ handle ข้อมูลชุดนั้นๆไป ทั้งๆที่เคยอ่าน จนรู้วิธีการจัดการข้อมูลนั้นๆจนชำนาญแล้ว
- ดังนั้น การอ่านวนแบบต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยไม่มีอะไรมาคั่นจนต้องเว้นไปหลายวัน จะดีที่สุด
- ส่วน Minor block rotation เอาไว้พักผ่อน เป็น 🌷
Active restวันละ 1 ชม. (การพักก็สำคัญ และ เป็นส่วนสำคัญของ productivity)- ไอเดียก็สำคัญ หากมี ideas ระหว่างวันให้จดไว้ก่อน(ไม่งั้นจะขวางสมาธิในการทำ Block rotation) แล้วเอามาทำในช่วงเดียวกับ Active rest ได้ เป็นช่วง 🌷
Loud Wild Free Ideas(แต่หากไม่มีไอเดียก็ ทำ Active rest ไปตามปกติ)
- ไอเดียก็สำคัญ หากมี ideas ระหว่างวันให้จดไว้ก่อน(ไม่งั้นจะขวางสมาธิในการทำ Block rotation) แล้วเอามาทำในช่วงเดียวกับ Active rest ได้ เป็นช่วง 🌷
- Major block rotation ควรทำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด หากมีการหยุดไป 2-3 วัน การกลับมาอ่านต่อ จะเริ่มได้ยากมาก และอาจต้องใช้เวลาถึง 1.5 ชม(ในทุกวิชา)กว่าจะต่อเนื้อหาเดิมติด ซึ่งจะกินเวลาและพลังงานสมองมาก(เสียแรงและเวลาฟรีไป 1 รอบการอ่านแบบ rotation)
Routine aspect
- พยายามเอา High friction activities(กิจกรรมที่เรารู้สึกฝืนใจ) มารวมกัน แล้วทำให้เสร็จทีเดียวในช่วงแรกของวัน และ ไล่ตามความยากลงไปเรื่อยๆ จนถึงกิจกรรมที่ทำได้ง่ายที่สุดหรือชอบทำที่สุด(พักผ่อน)ในช่วงท้ายของวัน อย่าเอากิจกรรมที่ชอบหรือทำได้ง่ายมาทำก่อน โดยเฉพาะ กิจกรรมความบันเทิง เพราะ จะผลาญ dopamine อันมีค่า จนไม่เหลือพอให้ทำกิจกรรมที่สำคัญและเป็นสาระ
- ถ้ามีไอเดีย ให้บันทึกแยกตามหมวดหมู่ได้ทันที เพียงแต่ ในกรณีที่อ่านหนังสืออยู่ ถ้าเป็นไปได้ให้จบแต่ละ Block rotation ก่อน
- Morning (2 AM - Noon): Silent Sanctuary (Pseudo-Sleep Focus) - เป้าหมาย 2 Block Rotations.
- Mid-afternoon(3PM-5PM): Active rest (Stuff R&D / Exploration).
- Late afternoon (5 PM - 7 PM): Cool Down (No new input / Preparation for sleep).
Dopamine aspect
- งด Social media อย่างเด็ดขาด การเข้าไปดู social ที่มีเนื้อหาแปลกใหม่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่เราเปิด มันเป็นกลไกแบบเดียวกับตู้สล๊อต ที่จะทำให้เราเกิดการลุ้นว่า ทุกครั้งที่เปิดจะมีอะไรใหม่ๆมาให้ดู และเสพติด(กลไก dopamine reward พัง) จนว่างเมื่อไหร่ ก็จะเข้าไปดูทุก 10 นาที(ระบบสมาธิพัง) แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่มีสาระในนั้น แต่วงจรสมาธิและ dopamine ของเรา ถูกทำลายไปแล้ว เพราะ สมาธิในธรรมชาติของมนุษย์เรา ใช้เวลา 22 นาทีจึงจะจดจ่อลึก(deep focus) ถ้าเราต้องหยิบมือถือมาดูทุก 10 นาที เราจะไม่สามารถจดจ่ออย่างลึกซึ้งกับอะไรได้จริงเลย
- สมาธิของเรา มันใช้สร้างสรรค์สิ่งมีค่า ได้มากกว่ากันอย่างประเมินไม่ได้ ตัวอย่างง่ายๆ คือ เนื้อหาสาระใน social ผ่านไป 1 สัปดาห์เรานึกออกไหมว่าเราแชร์อะไรไว้? นั่นแหละเราลืมไปแล้วสินะ!? แต่การอ่านหนังสือสักเล่มจนจบด้วยตัวเอง ความรู้และวิธีการคิดเหล่านั้นจะติดตัวเราไปยังจำและนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต อะไรมันจะคุ้มกว่ากัน?
- กระทั่งการเข้าไปดูแค่ แว๊บเดียว หรือแค่วันละครั้ง ก็สามารถทำให้เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบ ที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง ว่าเราไม่เก่งอย่างนั้นอย่างนี้ คนอื่นเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆที่ทุกคนก็มีด้านที่ถนัดและไม่ถนัด โดยเฉพาะ หากเรากำลังอยู่ในระหว่างฝึกฝนและไปได้ดีอยู่ สิ่งเหล่านี้ จะอันตรายต่อสมาธิของเราอย่างมาก เพราะ มันคือตะกอนที่ทำให้ความคิดของเรา ขุ่นข้องไม่ใสสะอาด เกิดความวิตกกังวล(anxiety) ชีวิตไม่สงบ ไม่สามารถโฟกัสกับการพัฒนาตนเอง หรือทำกิจที่สมควรทำได้
2026-07-03 06:04
นอกจากนี้ อะไรที่จะทำให้ dopamine ปั่นป่วน ความคิดและจิตใจเตลิด จากความสงบและโฟกัส ให้เอาไปไว้ตอนเย็นหลังเลิกงานทั้งหมด ได้แก่- สิ่งบันเทิง
- การอ่านข่าว reuters, trade, ดูกราฟ
- การทำตามไอเดียใหญ่ๆ
แนวคิดการจัดตารางชีวิต
- สามารถปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ เหมือนบริษัทที่ต้องคอย optimized ปรับโครงสร้างองค์กร เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม รูปแบบการทำงาน เพื่อให้เกิด productivity สูงสุด และ มีความสมดุล ยืดหยุ่น ไม่ burnout โดยใช้ความรู้ในศาสตร์ต่างๆหลายแขนง(เท่าที่จะนึกได้) ทั้ง Biohacking, psychology, exercise, etc.