บันทึกของบี

บันทึกการเดินทาง บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

แสงกระพริบแบบซ่อนเร้น ทำลายสมาธิการอ่าน 70%

2026-03-30 ใน 07 how to read

แสงไฟสังเคราะห์ โดยเฉพาะหลอดไฟ ฟลูออเรสเซนต์ และ LED คุณภาพต่ำ จะมีการกระพริบ เปิด-ปิด ตามคลื่นความถี่ของการส่งกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ เรียกว่า Light flickering ซึ่งส่วนใหญ่ อยู่ที่ 50-60Hz แต่ด้วยความที่มันเกิดขึ้นเร็วมาก สมองเราจึงไม่สามารถรับรู้ได้ แต่กล้ามเนื้อเลนส์ตา รูม่านตา กำลังทำงานหนักอย่างมาก เมื่ออยู่ภายใต้แสงกระพริบซ่อนเร้นเหล่านี้ ส่งผลให้เราไม่สามารถอ่านหนังสือ หรือ ทำงาน ที่ใช้สายตาภายใต้แสงเหล่านี้ได้ดีเลย

ซึ่งโดยส่วนตัวประสิทธิภาพการทำงานของเรา เรียกได้ว่า เหลือแค่ 30% เมื่ออยู่ใต้แสงเหล่านี้ ตาจะเบลอ ตาแห้งล้า ตาแดง หากล้ามากๆจะหลับได้ง่าย หรือหากต้องโฟกัสกลับไปมาเร็วๆจะเวียนหัว และ หากพยายามฝืนใช้สายตาใต้แสงเหล่านี้ สัก 6-8 ชม(เช่น ที่ทำงาน ยังใช้หลอดไฟแบบเก่า) ตอนเลิกงานประสิทธิภาพการใช้สายตาจะลดลงอย่างมาก ตาจะเบลอ โฟกัสช้าลง ซึ่งหากต้องขับรถกลับบ้านเองจะเสี่ยงอุบัติเหตุมาก

แสงกระพริบแบบซ่อนเร้น วิธีการดูง่ายๆเลย คือ ใช้แอพกล้องถ่ายรูปในมือถือ Smartphone > ปรับไปที่โหมด Pro(บางยี่ห้อใช้คำว่า Expert, Manual, ฯลฯ) ซึ่งเป็นโหมด ที่ทำให้เราสามารถควบคุมค่าต่างๆของกล้องได้ด้วยตัวเอง และ ตรงตัวเลือก Shutter speed ให้เราลองค่อยๆเลื่อนปรับให้ไวกว่า 1/50s เช่น 1/60s, 1/100s,...1/1000s... ซึ่งถ้าเราเห็นแถบมืด-สว่าง เลื่อนกระพริบไปมา นั่นคือ หลอดไฟหรือแหล่งกำเนิดแสงใดๆนั้น(รวมถึง หน้าจอคุณภาพต่ำ) ให้แสงที่กระพริบ และจะส่งผลเสียต่อสายตา และคุณภาพชีวิต รวมถึง productivity อย่างมาก

ทางแก้ ที่ทำให้สามารถใช้สายตาได้เต็มประสิทธิภาพ สำหรับกรณีต้องอยู่ใต้แสงกระพริบซ่อนเร้นเหล่านี้ คือ ไม่มี มีเพียงการเปลี่ยนหลอดไฟอย่างเดียว ซึ่งมักจะเป็นหลอดที่ระบุว่า Flicker free, Eye comfort, ฯลฯ
แต่พอจะมีวิธีบรรเทาได้บ้าง แม้จะไม่ 100% แต่ช่วยได้อย่างมาก

  1. โหมดมืด หาอะไรมาคลุมเป็นร่ม หรือ ฮูด กันแสงกระพริบจากภายนอกไม่ให้ตกกระทบลงบนจอ ไม่ต้องคลุมสนิท เพียงแค่ทำเป็นร่มหรือฮูดด้านบนพอให้ทั้งหน้าจออยู่ใต้ร่ม
    • วิธีนี้จะทำให้มีเพียงแสงจากหน้าจอที่ไม่กระพริบเท่านั้น ที่จะเข้าสู่ตาเราเวลาเรามองหน้าจอ โดยตัดแสงสะท้อนจากสิ่งแวดล้อมที่มีการกระพริบ ที่มากระทบหน้าจอเข้าสู่ตาเรา
  2. โหมดสว่าง หาโคมไฟเล็กๆแบบพกพา ที่ไม่มีแสงกระพริบ(Fricker-free) มาเปิด ฉายลงบนบริเวณพื้นที่ทำงาน โดยวางเหนือระดับสายตาเล็กน้อย จะช่วยเจือจางให้ผลกระทบจากแสงกระพริบของสิ่งแวดล้อมลดลง
  • อาจใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันก็ได้ โดย (1) ส่วนหน้าจอก็คลุมฮู้ดไว้ และ (2) วางโคมไฟ flicker-free เหนือระดับสายตาของเรา ให้ตาเราได้รับแสง flicker-free น้อยลง เมื่อใช้ร่วมกัน อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้สายตากลับมา 70-80%
  • แต่ถ้าเลือกได้วิธีเดียว แนะนำให้ทำวิธีในโหมดสว่าง จะได้ผลดีกว่า

2026-04-27 19:33
แต่ trick เล็กๆ อีกอย่างหนึ่ง คือ เราจะไม่เปลี่ยนที่สิ่งแวดล้อม หากว่ามันลำบากเกินไป แต่เราจะบังคับให้รูม่านตา ไม่หดขยายตามสิ่งแวดล้อมไปเลย ด้วยการยิงแสง(ที่ไม่กระพริบ)เข้าระบบม่านตา ซึ่งจะทำให้รู้ม่านตาหดเล็กลงที่ระยะหนึ่งๆ และไม่กระเพื่อมตามแสงกระพริบในสิ่งแวดล้อม

  • วิธีง่ายๆคือ หาซื้อดวงไฟ LED ดวงเล็กๆ ที่ต่อชาร์จผ่าน USB ของ laptop ได้(usb LED lamp) แล้วหันไฟดวงเล็กๆเข้าหน้าเรา วางไว้ที่ระยะห่างเท่ากับหน้าจอหรือหนังสือที่อ่าน(ก็หนีบไว้ที่เดียวกันนั่นแหละ)
  • เราต้องการให้เป็นจุดสว่างเล็กๆ ในลานสายตา อย่างน้อยๆให้รู้สึกเด่น หรือรำคาญเล็กๆ เท่านี้ก็น่าจะพอที่จะดึงดูด priority การโฟกัสของตาและสมอง ให้ไม่กระเพื่อมไปกับแสงกระพริบที่อยู่เบื้องหลัง
  • โดยส่วนตัวได้ทดลองดูแล้ว ทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้นมากๆ และ ไม่ทำให้ตาล้าเมื่อหมดวันด้วยนะ ถือว่าสะดวกมากเพราะใช้แค่หลอด LED ดวงเล็กๆเท่านั้น