น้ำตาลหลังกินถั่ว สองมื้อ ที่ต้มจนนิ่มด้วยหม้ออัดความดัน 91 mg/dl
2026-02-22 ใน บันทึกน้ำตาลในเลือดวันนี้ลองกินถั่วแบบที่ ต้มจนนิ่ม(mushy) ด้วยหม้ออัดความดัน 1 ชม และดูผลน้ำตาล ที่ 90 นาที และ 120 นาที
| เวลา | ระดับน้ำตาล | ระยะเวลาจากมื้อแรก | ระยะเวลาจากมื้อสอง | วิเคราะห์ผล |
|---|---|---|---|---|
| 8:33 น | - | 0 | 0 | กินเสร็จ 8:33 น |
| 9:03 น | 105 mg/dl | - | 33 min | |
| 9:38 น | 108 mg/dl | - | 65 min | |
| 10:00 น | 91 mg/dl | - | 90 min | ระยะ peak ของอาหาร fiber คุณภาพ |
| 10:25 น | 99 mg/dl | - | 120min | เผื่อระยะ peak มี delay |
สรุปว่า รูปแบบวิธีการปรุงถั่วที่ต่างกัน ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
แม้จะต้มถั่วด้วยหม้ออัดความดัน จนนิ่มเละ แทบไม่ต้องเคี้ยว ระดับน้ำตาลในเลือดก็ไม่ได้สูงขึ้น ยังดีมากๆ น่าจะเป็นเพราะ ไฟเบอร์ ไขมัน และโปรตีนในถั่วที่หนาแน่น ช่วยชะลอทำให้น้ำตาลค่อยๆถูกปล่อยออกมาทีละนิดๆอย่างเสถียร โดยที่ร่างกายจัดการได้สบายๆ จนแทบเหมือนกับคนยังไม่ได้กินข้าว(จัดว่าเป็น perfect flat line!)
แต่ทั้งนี้ชนิดของถั่ว/ธัญพืชก็มีผลนะ ตารางข้างบน คือตัวอย่างที่มี สัดส่วนของถั่วเหลืองครึ่งหนึ่ง(จัดว่ามีโปรตีน ไฟเบอร์ ไขมัน สูง แต่คาร์บน้อย) ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง เป็นถั่วและธัญพืชอื่นๆผสม เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วขาว ควินัว ถั่วลูกไก่ ข้าวไรซ์เบอรี่(ซึ่งล้วนแต่มีสัดส่วนคาร์บมากขึ้น)
ซึ่งโดยส่วนตัวก็ได้ลองกิน ธัญพืชอื่นๆ ที่ไม่มีถั่วเหลืองเลย ผลได้ดังนี้
- น้ำตาลในเลือดหลังกินถั่ว 2 จาน 300 g(น้ำหนักถั่วแห้งก่อนต้ม ไม่มีถั่วเหลือง มีแต่ถั่วขาว ถั่วแดง ถั่วเขียว ควินัว flax seed, riceberry, ถั่วลูกไก่) finished at 9:00
| เวลา | ระดับน้ำตาล | ระยะเวลาจากมื้อสอง | วิเคราะห์ผล |
|---|---|---|---|
| 9:00 น | - | 0 | กินเสร็จ 9:00 น |
| 9:36 น | 119 mg/dl | 36min | |
| 10:13 น | 130 mg/dl | 73 min | |
| 10:34 น | 93 mg/dl | 94 min |
ซึ่งจริงๆจัดว่าไม่แย่ แม้ค่าน้ำตาล peak จะสูงกว่า มื้อที่มีถั่วเหลืองพอสมควร แต่ตราบใดที่ น้ำตาลยังต่ำกว่า 140mg/dl จัดว่าดีต่อสุขภาพมากๆ